สถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดภาคใต้ ถือเป็นอุทกภัยครั้งใหญ่
ซึ่งในบางพื้นที่ไม่เคยประสบกับน้ำท่วมหนักมาก่อน โดยขณะนี้ทั้งรัฐบาลและประชาชนกลุ่มต่างๆ เร่งระดมความช่วยเหลือลงพื้นที่ อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์คลี่คลายลงคาดว่าจะมีการสำรวจหรือประเมินความเสียหายในเชิงเศรษฐกิจ ก็คาดว่าจะมีมูลค่าค่อนข้างสูงเช่นเดียวกับสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ครั้งก่อนๆ และเชื่อว่าทุกฝ่ายจะเร่งหามาตรการป้องกันและรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต
จากสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ ทั้งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยและต่างประเทศ มักจะมีประเด็นตามมาอย่างน้อย 2 ประเด็น โดยประเด็นแรกมักจะกล่าวถึงฝนตกหนักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกหรือภาวะโลกร้อน ซึ่งทำให้เกิดความแปรปรวนของสภาพอากาศ โดยในบางพื้นที่เผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งน้ำท่วมและฝนแล้ง แต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศถือว่าไม่ใช่สถานการณ์ที่รับมือได้ง่ายนัก และคาดการณ์ได้ยาก
ประเด็นต่อมา คือ ปัญหาเรื่องระบบระบายน้ำหรือโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เพื่อรองรับสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งอาจรวมถึงผลที่เกิดจากการกระทำของประชาชนในพื้นที่ด้วย อาทิ การก่อสร้างหรือถมพื้นที่ระบายน้ำ กล่าวถือ เมื่อมีระบบการระบายน้ำไม่เพียงพอรองรับกับสถานการณ์ฝนตกหนัก ทำให้สถานการณ์น้ำท่วมหนักกว่าที่เคยเป็น และเราเชื่อว่าหน่วยงานรัฐบาลคงมีการสำรวจและเร่งแก้ปัญหาบางพื้นที่ที่เป็นปัญหา แม้ว่ายังต้องใช้เวลาในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้เกือบทั่วทั้งภาคในครั้งนี้ ถือเป็นบทเรียนอีกครั้งสำหรับสังคมไทย ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เผชิญกับอุทกภัยครั้งใหญ่ โดยในครั้งนั้นถือว่าสร้างความเสียหายให้กับประเทศอย่ามาก ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการน้ำของหน่วยงานภาครัฐ และหากจำกันได้ในครั้งนั้นเกิดน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่เศรษฐกิจของประเทศ กินอาณาบริเวณกว้างมาก รวมถึงพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งในครั้งนี้ได้มีการเสนอแนวทางในการแก้ปัญหาระยะยาวกันอย่างคึกคัก
เช่นเดียวกับสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ครั้งนี้ เราเชื่อว่าหลังจากนี้จะมีการเสนอแนวทาง การแก้ปัญหาออกมาอย่างเป็นระบบจากหน่วยงานต่างๆ ซึ่งจะเป็นแนวทางที่แก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืนหรือไม่นั้นเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไปว่าหน่วยงานภาครัฐจะเสนอแนวทางอย่างไร และแน่นอนว่าที่คนภาคใต้อยากเห็นคือเป็นวิธีการที่สามารถแก้ปัญหาได้ในระยะยาว ไม่เพียงการวางแผนแก้ปัญหาเฉพาะบางจุดบางช่วงที่เห็นว่าเผชิญกับสถานการณ์ในปีนี้
เพราะอย่าลืมว่าสภาพอากาศเราไม่อาจคาดการณ์ได้ว่าในปีต่อๆ ไปจะเกิดฝนตกหนักบริเวณใด ดังนั้นเราอาจต้องสมมติฐานก่อนว่าจากนี้ไปทุกพื้นที่อาจเผชิญกับสถานการณ์เดียวกันได้ทั้งสิ้น จากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งหากโครงการหรือวิธีแก้ปัญหาต่างๆ คำนึงถึงประเด็นเหล่านี้ให้ครบถ้วน เราเชื่อว่าจะสามารถลดความสูญเสียได้ เพราะหากมีการแก้ไขในปีที่มีปัญหา ก็อาจต้องตามแก้ไขกันไปเรื่อยๆ ตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ
เราเห็นว่าการตระหนักถึงปัญหาที่เราจะเผชิญในอนาคตเป็นสิ่งที่ดี และถือว่าเป็นมาตรการลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น และเราเชื่อว่าคนไทยคงไม่อยากเห็นการตื่นตัวชั่วครั้งชั่วคราวตามประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น แต่เมื่อผ่านไปจากอย่างยังทำกันเหมือนเดิม หรือมีความคืบหน้าไม่มากนัก ดังนั้นจากน้ำท่วมใหญ่ในครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนอีกครั้งว่าการบริหารจัดการน้ำทั่วประเทศอย่างเป็นระบบ เป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนเช่นเดียวกับเรื่องอื่น คำถามคือแผนการหรือนโยบายเหล่านี้เราทำกันไปแค่ไหนและสามารถรับสถานการณ์ใหญ่ได้หรือไม่









