สวัสดีปีใหม่ครับ
ผมเห็นรูปนี้แล้วก็เกิดความรู้สึกคล้อยไปด้วย... กับความเหนื่อยยากและท้าทายที่ส่งต่อมาจากปี 2016 มาสู่ปี 2017 สำหรับทุกคน
เพราะในภาวะของความเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง และกว้างขวางทางด้านเทคโนโลยีนั้น ไม่มีใครไม่ว่าจะอยู่อาชีพใดจะรอดพ้นจากการต้องปรับตัวให้อยู่รอด
ปีที่ผ่านมาทดสอบความเข้มแข็งของผู้คนในหลายอาชีพอย่างชัดเจนไม่น้อย ปีใหม่นี้จะได้เห็น “ของจริง” กันชัดขึ้นอีก เพราะจะเข้าสู่โหมด stress test หรือการที่ต้องถูกกดดันให้ต้องเจอกับสิ่งท้าทายในอาชีพของตนเองหนักหน่วงขึ้น
คนทำสื่อ คนทำงานธนาคาร มหาวิทยาลัย การตลาด โฆษณา ขายปลีก วิศวกร แพทย์ คนขับแท็กซี่ โรงแรม บริการ...มีอาชีพไหนที่ไม่ได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยีบ้าง?
ที่น่ากลัวกว่าผลกระทบจากในประเทศคือแรงกระหน่ำที่มาจากข้างนอก เพราะคลื่นแห่งความเปลี่ยนแปลงรอบนี้เป็นคลื่นระดับสากล ไม่มีกำแพงใดขวางกั้นแรงกระทบจาก disruptive technology หรือเทคโนโลยีที่มีผลสร้างความปั่นป่วนไปทั่วได้เลย... อยู่ที่ว่าผลนั้นจะแสดงตนช้าหรือเร็ว
นิยามของคำว่า “ช้า” หรือ “เร็ว” ก็แตกต่างไปจากเมื่อสองสามปีก่อนแล้ว เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น “ชั่วข้ามคืน” ได้อย่างคาดไม่ถึง
คนที่เคยถามตัวเองและเพื่อนร่วมงานว่า “มันจะเลวร้ายได้ขนาดนั้นจริง ๆ หรือ?” วันนี้จะถามใหม่ว่า “มันจะร้ายไปกว่านี้ได้ไหม?”
คนที่เคยคิดว่า “เรามีเวลาปรับตัวอีกหลายปี” กำลังพูดใหม่ว่า “ปีหน้าธุรกิจเราจะอยู่ไหมและจะอยู่อย่างไร?”
แม้แต่คนที่พร้อมจะปรับตามความเปลี่ยนแปลงก็ยังมีคำถามว่า “จะปรับทันไหม?” เพราะแม้จะตระหนักถึงความสำคัญและจำเป็นที่จะต้องปรับ, ก็ยังมีคำถามต่อมาว่า “ปรับถูกทิศทางหรือไม่?”
เพราะในแต่ละอาชีพและอุตสาหกรรม ก็ไม่มีใครมีคำตอบที่แน่นอนและชัดเจน ว่าสิ่งเก่าที่หายไปนั้นจะถูกทดแทนด้วยอะไร
ความสำเร็จในอดีต ไม่อาจรับรองว่าจะเป็นความสำเร็จในวันนี้หรือพรุ่งนี้
เพราะทุกอย่างกำลังพลิกตัวเองกลับหัวกลับหาง เสมือนสึนามิเข้าซัดสาดบ้านเรา ของเก่าพังสลายไปต่อหน้าต่อตา แต่ไม่มีใครบอกได้ว่าจะแค่ซ่อมบ้านหรือต้องสร้างบ้านใหม่ และหากสร้างบ้านใหม่จะมีเงินพอจะทำได้หรือไม่
และถึงแม้จะมีเงินและคนพอที่จะสร้างสิ่งใหม่ ก็ยังมีคำถามต่อมาว่าสิ่งใหม่นั้นจะทนทานกับสึนามิลูกใหม่หรือไม่
เพราะคลื่นแห่งความเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงหนักหน่วงนั้นมาเป็นระลอก มิใช่พายุร้ายที่ถล่มครั้งเดียวแล้วจบกัน แต่กระแสแห่งความเปลี่ยนแปลงทั้งเทคโนโลยีการผลิตและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปนั้น ไม่มีใครบอกได้ว่าจะซัดสาดเข้ามากี่รอบ รอบต่อไปจะเกิดเมื่อไหร่ จะแรงเพียงใด และจะมาจากทิศทางไหน?
ที่รู้แน่ ๆ ก็คือสูตรเดิม ๆ ของการดำรงชีวิตในโลกจะใช้กับสภาวะใหม่ที่เปลี่ยนตลอดเวลาไม่ได้อีกต่อไป
ปีใหม่นี้จึงเป็นปีแห่งความท้าทายที่โหดร้าย สำหรับคนไม่พร้อมจะรับมือกับคลื่นยักษ์แห่งความเปลี่ยนแปลง แต่ก็เป็นโอกาสมหาศาลสำหรับคนที่พร้อมรับความท้าทาย และมุ่งมั่นสร้างนวัตกรรมที่ตอบสนองวิถีใหม่แห่ง Internet of Things (IoT) ที่ไม่มีใครหลบเลี่ยงหรือปฏิเสธได้
สวัสดีปีใหม่ครับ






