วันแรกของปี 2560 เริ่มต้นขึ้นพร้อมๆ กับสังคมไทยกำลังจะก้าวสู่ช่วงเวลาที่สำคัญ
เพื่อก้าวสู่ช่วงเวลาแห่งการปฏิรูป เนื่องจากในปีนี้จะเป็นช่วงกำหนดเวลาที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) วางไว้ว่าจะมีการเลือกตั้งทั่วไปเพื่อคืนประชาธิปไตยกลับสู่ประเทศอีกครั้ง แม้ในครั้งนี้เราจะเริ่มด้วยกฎกติกาใหม่หลายประการ แต่ก็ถือว่าเป็นก้าวย่างที่สำคัญสำหรับสังคมไทยที่ผ่านความขัดแย้งมานานหลายปี และจะเป็นบททดสอบอีกครั้งว่าความพยายามหาทางออก ให้กับระบบการเลือกตั้งจะประสบความสำเร็จหรือไม่
ดังนั้น ในช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นถือเป็นช่วงเวลาที่ดี ที่คนเราจะกลับมาทบทวนอดีตเพื่อก้าวไปสู่อนาคต แต่การก้าวไปข้างหน้านั้นก็ขึ้นอยู่กับคนไทยด้วยกันเองว่าจะเลือกแบบใด เพราะในที่สุดแล้วกฎกติกาใดๆก็ไม่อาจสำคัญเท่ากับคนผู้ใช้กติกา หากเราต้องการให้ประเทศก้าวพ้นกับดักความขัดแย้งที่เคยนำพาประเทศแทบตกเหว เราจำเป็นต้องคิดไปข้างหน้าเพื่ออนาคตที่ดีของสังคมไทย เพราะหากเรายังติดกับความขัดแย้งในอดีตก็เป็นเรื่องยากอย่างยิ่งจะทำให้เราเดินหน้าต่อไปได้
ในโอกาสขึ้นปีใหม่ เราหวังว่าคนไทยทุกคนจะร่วมมือร่วมใจเพื่อแสวงหาทางออกที่ดีสำหรับสังคม และความร่วมมือร่วมใจจะเกิดไม่ได้หากเราไม่ใช้เหตุใช้ผล ซึ่งความร่วมมือร่วมใจนอกจากจะทำให้เราหาทางออกร่วมกันแล้ว เรายังแก้ปัญหาอย่างมีสติเพื่อไปสู่เป้าหมายที่ร่วมกัน แต่ปัญหาของสังคมไทยที่ผ่านมาคือเราไม่เคยมีเป้าหมายร่วมว่าคืออะไร ซึ่งทำให้เรามุ่งแต่หาประโยชน์ส่วนตนจนนำไปสู่ความขัดแย้งในที่สุด และแม้แต่ประเทศใกล้ตกเหวเราก็ยังชี้หน้าด่ากันไม่เลิกรา
ในปีนี้เป็นปีแห่งการปฏิรูป ซึ่งไม่เพียงแค่มีแผนการปฏิรูปเท่านั้น แต่คนไทยทุกภาคส่วนยังต้องปฏิรูปจิตใจของตนเองร่วมกันด้วย เพราะหากมีการปฏิรูปในจิตใจก็จะทำให้แก้ปัญหาไปได้ครึ่งหนึ่ง ส่วนที่เหลือเป็นปัญหาที่ต้องเผชิญจากภายนอก แต่หากคนไทยยังไม่ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเดินไปข้างหน้าและยังติดกรอบความคิดแบบเดิม ไม่ว่าแผนการปฏิรูปจะดีเพียงใดก็เป็นเรื่องยากจะบรรลุตามเป้าหมายได้ ดังนั้นคำถามที่สำคัญสำหรับเริ่มต้นแห่งปีคือเราพร้อมปฏิรูปหรือยัง
แน่นอนว่าแผนการปฏิรูปของคสช.ย่อมมีผู้ไม่เห็นด้วยและไม่พอใจ แต่เราเชื่อว่าในยุคแห่งการปฏิรูปนั้นทุกคนจะมีเหตุผลเพียงพอในการรับฟังความเห็นที่แตกต่างกันและมีการถกเถียงกันด้วยเหตุผลเพื่อนำไปสู่เป้าหมายที่ดี และหากคสช.ต้องการให้ปฏิรูปประสบความสำเร็จ ก็จำเป็นอย่างยิ่งในการรับฟังความเห็นจากผู้ได้รับผลกระทบและผู้มีความเห็นต่าง เพราะอย่าลืมว่ากระบวนการปฏิรูป ไม่ว่าจะระดับเล็กหรือระดับประเทศ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือความร่วมมือจากประชาชน
หากฟังความเห็นในขณะนี้จากคนกลุ่มต่างๆ ที่มองสังคมไทย จะได้ยินเสมอถึงสิ่งที่อยากแก้ไขและเห็นว่าเป็นปัญหาของสังคม แต่ที่ผ่านมา มีแต่คนส่วนใหญ่มักจะบ่นถึงปัญหา แต่ไม่ยอมลงมือลงแรงแก้ปัญหา ซึ่งในปีนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีหากเราต้องการปฏิรูปหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขใดๆ เพียงแต่ว่าเราจำเป็นต้องมีเป้าหมายร่วมกันเท่านั้น หากเราปฏิรูปอย่างไร้เป้าหมายหรือไม่ให้ความสำคัญกับเป้าหมาย เราก็ไม่อาจเรียกการกระทำนั้นๆเป็นการปฏิรูปได้ ซึ่งอีกคำถามที่ต้องช่วยกันขบคิดคือเป้าหมายของเราอยู่ตรงไหน
ในโอกาสเริ่มต้นแห่งการปฏิรูป เราหวังว่าคนไทยจะประสบความสำเร็จ การปฏิรูปตามเป้าหมายที่วางไว้ และเป็นการปฏิรูปเพื่อลดความขัดแย้งรุนแรง แต่หาใช่การปฏิรูปที่ปราศจากความขัดแย้ง เพราะทุกอย่างย่อมมีความขัดแย้ง เพียงแต่เราจะหาทางออกให้กับความขัดแย้งอย่างสันติได้อย่างไรเท่านั้น เราหวังว่าเราจะโชคดีอีกครั้งกับการปฏิรูปในครั้งนี้ โดยเกิดสิ่งใหม่ที่ดีกว่าเดิมเกิดขึ้นในบางด้าน และในโอกาสนี้ก็ขออวยพรให้คนไทยทุกคนประสบกับความโชคดีในปีแห่งการปฏิรูป






