วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ร้อนแน่! เมื่อดูเตอร์เต้ขึ้นเป็น ประธานหมุนเวียนอาเซียน!

ปีหน้า ฟิลิปปินส์จะรับช่วงเป็นประธานหมุนเวียนของอาเซียน....

 ตรงกับปีที่อาเซียนก่อตั้งมาครบ 50 ปี

หลายคนลุ้นกันว่าท่านประธานาธิบดีโรดิโก ดูเตอร์เต้ ที่มีสไตล์ลูกทุ่งพูดจาโผงผางและประกาศ “แยกทาง” กับสหรัฐหันไปจู๋จี๋กับจีนจะเล่นบท “เจ้าภาพ” อาเซียนอย่างมีสีสันมากน้อยเพียงใด

เขาเพิ่งประกาศ “Bye-Bye America” และยืนยันว่า “3 ใน 5 คนอเมริกันล้วนเป็นคนงี่เง่า (idiot)”

บางคนกลัวว่าเขาจะทำอาเซียนแตกเป็นเสี่ยง

แต่อีกบางคนบอกว่าไม่แน่ นาน ๆ อาเซียนจะมี “ประธานหมุนเวียน” ที่กล้าพูดกล้าแสดงออก อย่างไม่เกรงใจมหาอำนาจเสียบ้าง ก็อาจจะเสริมสร้างพลัง ให้กับกลไกของสมาคมเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ (Asean) ของเราได้ไม่น้อย

ที่คาดเดายากคือประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่โดนัล ทรัมป์จะเอายังไงกับอาเซียน?

ลีลาดุดันแบบ “ฉันเป็นของฉันอย่างนี้ ใครจะทำไม?” ของทรัมป์กับของดูเตอร์เต้มีความละม้ายกันในระดับหนึ่ง แต่เมื่อผู้นำฟิลิปปินส์แสดงท่าทีไม่เป็นมิตรกับสหรัฐ (เพราะโอบามาวิพากษ์นโยบายปราบปรามผู้ค้ายาเสพติดว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน) อย่างนี้แล้ว ก็ต้องรอดูว่าทรัมป์จะผูกมิตรกับดูเตอร์เต้ให้กลับมาสนิทสนมเหมือนเดิม

หรือจะกลายเป็นกรณี “ขิงก็รา ข่าก็แรง”

ประธานหมุนเวียนจะเป็นผู้จัดการประชุมสุดยอดประจำปีที่บ้านของตัวเอง สำหรับปีหน้าจะมีการประชุมสุดยอดสองครั้ง ครั้งแรกระหว่างผู้นำของอาเซียนเอง จะจัดในเดือนเมษายนที่กรุงมะนิลา

ประชุมสุดยอดครั้งที่สองที่ใหญ่กว่า และจะทดสอบความสามารถของดูเตอร์เต้ จะเกิดในเดือนพฤศจิกายนที่ฐานทัพอากาศคล๊ากบนเกาะลูซอน

นั่นจะเป็นการประชุมผู้นำอาเซียนบวกกับพันธมิตร ที่จะรวมถึงสหรัฐฯและจีนกับญี่ปุ่นด้วย

ถ้าประธานาธิบดีสีจิ้นผิง หรือนายกฯ หลี่เค่อเฉียงของจีนมาร่วม โดนัล ทรัมป์จะมาไหม? และหากผู้นำมหาอำนาจทั้งสองมาร่วม ผู้นำอาเซียนจะทำตัวอย่างไร?

ในเมื่อสมการแห่งอำนาจเปลี่ยนไป ประเด็นหลักของแถลงการณ์ร่วม หลังประชุมสุดยอดอาเซียนจะปรับไปอย่างไรหรือไม่

เพราะการประชุมสุดยอดอาเซียนที่ผ่านมาจะมีประเด็นเรื่องทะเลจีนใต้เป็นหลัก ในอดีตสหรัฐจะผลักดันให้มีการกล่าวถึงข้อพิพาทระหว่างจีนกับอาเซียนบางประเทศ แต่จีนจะพยายามวิ่งเต้นกับประเทศเจ้าภาพไม่ให้เอ่ยถึงเรื่องนี้ หรือหากจะพาดพิงประเด็นนี้ปักกิ่งก็จะขอให้ใช้คำพูดทางการทูตที่หลีกเลี่ยงการชี้นิ้วกล่าวหาจีน

เพราะเหตุแห่งการแทรกแซงของมหาอำนาจนี่เอง ทำให้เกิดความวิตกกังวลว่าจีนจะทำให้อาเซียนแตกแยก แต่เมื่อการเมืองสหรัฐเปลี่ยนไป และทรัมป์ยังไม่ได้แสดงจุดยืนชัดเจนเกี่ยวกับทะเลจีนใต้ ขณะที่ดูเตอร์เต้กับจีนปรับความสัมพันธ์ทวิภาคีได้ในระดับหนึ่งแล้ว เนื้อหาสาระและบรรยากาศของการประชุมสุดยอดอาเซียนจะเป็นอย่างไร?

คำพิพากษาของศาลอนุญาโตตุลาการถาวรที่ปฏิเสธคำอ้างสิทธิของจีน และให้ฟิลิปปินส์ผู้ยื่นฟ้องเป็นผู้ชนะนั้น ทำให้เกิดความตึงเครียดในน่านน้ำทะเลจีนใต้อยู่พักหนึ่ง จนกระทั่งดูเตอร์เต้ชนะเลือกตั้ง และยื่นมือให้กับปักกิ่งเพื่อหาทางร่วมมือมากกว่าจะเผชิญหน้ากัน

ไม่ทันที่คลื่นลมจะสงบ ก็เกิดพายุใหญ่ที่ผู้คนคาดไม่ถึง คือการชนะเลือกตั้งของโดนัล ทรัมป์ที่อเมริกา ทำให้ต้องปรับสมการการเมืองระหว่างประเทศสำหรับอาเซียนอีกรอบหนึ่ง

ปีใหม่นี้ “คลื่นลม” ในทะเลแถบนี้ขึ้นอยู่กับ “ลมปาก” ของทรัมป์และดูเตอร์เต้ไม่น้อยเลย