วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จีนบอกว่าอาวุธใน ทะเลจีนใต้แค่ 'หนังสติ๊ก'

ภาพถ่ายจากดาวเทียมชุดนี้ ยืนยันว่าจีนกำลังติดตั้งระบบอาวุธทันสมัย หลากหลายรูปแบบบนเกาะเทียม

ในทะเลจีนใต้อย่างต่อเนื่อง ไม่สนใจว่าใครจะกล่าวหาว่านี่เป็นแผนการ “ยึดครอง” น่านน้ำย่านนี้ทั้งๆ ที่มีเสียงคัดค้านจากประเทศเพื่อนบ้านในแถบนี้ก็ตาม

ภาพนี้ถ่ายเมื่อวันที่ 29 พ.ย.นี้เอง ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธยุทโธปกรณ์บอกว่าน่าจะเป็นระบบปืนต่อสู้อากาศยาน ต่อต้านขีปนาวุธและ “ระบบป้องการระยะประชิด"หรือ Close-in Weapons Systems (CIWS) ที่ค่อนข้างทันสมัย

ภาพชุดนี้มาจากสำนักงานของทีมวิเคราะห์ยุทธศาสตร์อิสระที่วอชิงตัน AMTI (Asian Maritime Transparency Initiative) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ (Centre for Strategic and International Studies หรือ CSIC) ซึ่งตีความว่านี่เป็นการยกระดับแสนยานุภาพทางทหารของจีนอย่างเห็นได้ชัด

จุดที่มีการเสริมกำลังทางทหารที่ว่านี้เป็นบริเวณที่มีเกาะเทียม 7 เกาะในหมู่เกาะสเปรทเลย์ของทะเลจีนใต้ ปักกิ่งเรียกว่า “หนานซา”

พอภาพและบทวิเคราะห์นี้ออกมา (หลังจากที่โดนัล ทรัมป์บอกว่าเขาไม่จำเป็นต้องยึดถือนโยบาย “จีนเดียว” เหมือนประธานาธิบดีสหรัฐคนก่อน ๆ) ทางการจีนก็ออกแถลงการณ์ว่าการติดตั้งอาวุธบนเกาะเทียมที่ว่านี้เป็นเรื่องการ “ป้องกันตัวเอง” หาใช่การ “แปรทะเลจีนใต้เป็นเขตเผชิญหน้าทางทหาร” (militarization) แต่อย่างไรไม่

เพราะก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีน เคยประกาศไว้ว่าปักกิ่งจะไม่ทำให้ทะเลจีนใต้กลายเป็น “เขตทหาร” และต้องการจะหาทางเจรจากับประเทศที่อ้างสิทธิ์หมู่เกาะในย่านนี้อย่างสันติ

สหรัฐแม้จะไม่ได้มีข้อพิพาทเรื่องดินแดนกับจีน แต่ก็กลายเป็น “ตัวละครหลัก” ในเรื่องนี้เพราะวอชิงตันอ้างความสำคัญของ “เสรีภาพในการเดินเรือในน่านน้ำสากล” เป็นเหตุผลที่ตนจะต้องมีสิทธิมีเสียงในการบริหารจัดการปัญหาในเขตนี้ด้วย

ผมสนใจคำแถลงการณ์ของทางการจีนในเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะตอนหนึ่งของข้อความจากกระทรวงกลาโหมจีนบอกว่า

“มาตรการทางด้านการติดตั้งอาวุธของจีนในย่านนี้เป็นการป้องกันตัวเองทางพลเรือน ดังนั้นจึงมีความชอบธรรมและถูกต้องตามกฎหมาย... ยกตัวอย่างเช่น หากใครมาคุกคามคุณด้วยกองกำลังที่หน้าประตูบ้านคุณ คุณจะไม่เตรียมพร้อมอย่างน้อยด้วยหนังสติ๊กเลยกระนั้นหรือ?”

ยิ่งเมื่อทรัมป์ออกมายืนข้างไต้หวัน, ปักกิ่งย่อมจะถอยไม่ได้ เพราะนี่เป็นประเด็นเรื่อง “อธิปไตย” ที่จีนถือว่าต่อรองกันไม่ได้ ขณะที่ทรัมป์ใช้สัญชาตญาณนักต่อรอง แบบนักธุรกิจกดดันให้จีน ต้องยอมเสนอผลประโยชน์ทางการค้าและธุรกิจ เพื่อแลกเปลี่ยนให้เขายังยึดถือนโยบายจีนเดียวต่อไป

มองได้ว่าจีนกำลังสร้างเสริมแสนยานุภาพทางทหารในทะเลจีนใต้อย่างไม่หยุดยั้ง เพราะต้องการจะสำแดงให้สหรัฐได้เห็นว่าปักกิ่งพร้อมจะใช้กำลัง “ยึดคืน” เกาะไต้หวันด้วยกำลังหากทรัมป์ปรับนโยบายเรื่องจีนเดียวไปในทิศทางที่ปักกิ่งรับไม่ได้

ขณะเดียวกันพลเรือเอกแฮรี่ แฮริส ผู้บัญชาการกองกำลังทางทะเลสหรัฐในแปซิฟิกก็ประกาศในจังหวะเดียวกันว่า “สหรัฐพร้อมจะเผชิญหน้ากับจีน ณ จุดใด ๆ ก็ตามที่จำเป็น”

เมื่อทั้งสองฝ่ายแสดงท่าทีขึงขังเช่นนี้ ระดับความตึงเครียดก็พุ่งสูงขึ้นทันที

โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนบอกว่า “หากการที่จีนสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกตามปกติ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง ในเกาะที่เป็นของเราถูกมองว่าเป็นการแปรน่านน้ำนี้เป็นแดนทหาร การที่บางประเทศส่งฝูงเรือรบแล่นเข้ามาในทะเลจีนใต้จะเรียกว่าอะไร?”

นี่จีนบอกว่าเป็นแค่ “หนังสติ๊ก”... อย่าให้จินตนาการว่าหากปักกิ่งบอกว่าต้องใช้ “กระบองยักษ์” จะน่ากลัวขนาดไหน!