วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หวังผลเลิศ ต้องมีมาตรการที่ดีรองรับ

สัปดาห์ที่ผ่านมา ตัวแทนรัฐบาลไทย ได้แก่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี

 และคณะ ได้เดินทางเยือนจีน โดยมีลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงความร่วมมือ ระหว่างไทยกับอาลีบาบา 4 ด้าน ประกอบด้วย ด้านแรก การส่งเสริมความเข้มแข็งของเอสเอ็มอีและการพัฒนาไทยแลนด์ เนชั่นแนล อีคอมเมิร์ซ แพลตฟอร์ม ที่มุ่งเสริมสร้างความรู้ในเศรษฐกิจยุคดิจิทัลให้แก่เอสเอ็มอีไทย 3 หมื่นราย ครอบคลุมตั้งแต่ระดับฐานรากกลุ่มชุมชนและผู้ประกอบการขนาดกลางที่มีความพร้อม โดยคาดหวังว่าภายใน 1 ปีจะมีเอสเอ็มอีที่ได้รับการพัฒนาทำการค้าผ่านออนไลน์ได้ไม่น้อยกว่า 1 หมื่นราย โดยบริษัทอาลีบาบากรุ๊ปร่วมกับลาซาด้ากรุ๊ปเข้ามาช่วยอบรมเอสเอ็มอีกลุ่มเป้าหมายดังกล่าว

ด้านที่ 2 อาลีบาบาจะร่วมให้การสนับสนุนอบรมบุคลากรจำนวน 1 หมื่นรายเกี่ยวกับการพัฒนาศักยภาพด้านดิจิทัลเทคโนโลยี และให้การอบรมแก่ดิจิทัล โปรเฟสชั่นแนล 1 พันราย รวมถึงผลักดันแอพพลิเคชั่นที่ผลิตขึ้นโดยกลุ่มนี้ สู่ตลาดจีนผ่านอาลีบาบา รวมถึงส่งเสริมเจ้าหน้าที่รัฐให้ได้รับการฝึกอบรมเทคโนโลยีบิ๊กดาต้า และจะอบรมเทรนเนอร์ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงช่วยเอสเอ็มอีขายของออนไลน์อีก 2 พันราย

ด้านที่ 3 การพัฒนาระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนในประเทศไทย โดยอาลีบาบาและลาซาด้าจะให้คำแนะนำกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ในการขยายระบบเตรียมการฝากส่งสินค้าในประเทศผ่านแอพพลิเคชั่นฟอร์มโพสต์ให้ใช้งานได้ครอบคลุมทุกจังหวัดและศึกษาระบบการจัดการคลังสินค้าและการให้บริการสำหรับธุรกรรมอีคอมเมิร์ซระหว่างประเทศของกลุ่มธุรกิจในเครืออาลีบาบาเพื่อนำมาปรับใช้กับการวางระบบงานคลังสินค้าทัณฑ์บนของไปรษณีย์ไทย ด้านที่ 4 การดึงอาลีบาบากรุ๊ปมาพิจารณาโอกาสการร่วมลงทุน ในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) พร้อมทั้งพัฒนาให้ไทยเป็นศูนย์กลางข้อมูลด้านดิจิทัลของอาเซียน 

ความร่วมมือครั้งนี้มีกรอบระยะเวลาดำเนินงานภายในปี 2560 โดยรองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า การดำเนินการครั้งนี้ เป็นที่รัฐบาลพยายามพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของภาคเอกชนโดยการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีไปสู่บิซิเนสโมเดลใหม่ และหวังให้อาลีบาบาเข้ามาลงทุนในพื้นที่อีอีซีที่มีความพร้อมสูง และสอดคล้องกับนโยบายวันเบลท์วันโรดของรัฐบาลจีน ตามเป้าหมายของอาลีบาบาที่ต้องการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปในประเทศที่มีความร่วมมือในการพัฒนาบุคลากรให้เท่าทันต่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเห็นว่าความร่วมมือที่เกิดขึ้นจะช่วยเสริมความเข้มแข็งของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย และเป็นจุดเริ่มต้นเชิงหุ้นส่วนระหว่างไทยกับจีนอย่างแท้จริง

ส่วนของกระทรวงพาณิชย์ก็ได้ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงกับบริษัทอาลีบาบา กรุ๊ป เพื่อร่วมมือกันพัฒนาระบบเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการค้า โดยกระทรวงพาณิชย์สนใจจะนำแนวทางการพัฒนาระบบการค้าของอาลีบาบามาต่อยอดและปรับใช้กับการค้าขายผลไม้ของไทยบริเวณภาคตะวันออก รวมไปถึงข้าวโพด เพราะเห็นว่าระบบของอาลีบาบาสามารถระบุรายละเอียดของสินค้าได้ครบหมดทุกขั้นตอน ตั้งแต่ปริมาณผลผลิตไปจนถึงความต้องการของตลาด ซึ่งจะช่วยให้ประเทศไทยบริการจัดการสินค้าได้ดียิ่งขึ้น

ความคาดหวังจากความร่วมมือระหว่างไทยกับอาลีบาบาครั้งนี้ รัฐบาลมีมุมมองที่สวยหรู และหวังผลเลิศ แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะบรรลุเป้าหมายสูงสุดเพียงใด เป็นเรื่องที่น่าติดตาม เอสเอ็มอีไทยจะเก็บเกี่ยวประโยชน์ได้จริง หรือเพียงแค่หวัง เกษตรกรไทยจะขายผลไม้ ขายข้าวโพดได้อย่างมีระบบ และตลาดรองรับ ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายทุนทั้งในประเทศ และต่างประเทศหรือไม่ หากไม่มีมาตรการรองรับจริงจัง สิ่งเหล่านี้ล้วนต้องรอพิสูจน์ และอาจต้องใช้วิธีภาวนา เอาใจช่วยให้ผลสำเร็จเกิดขึ้นจงได้