วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

“Jumm’s Bike” ทำธุรกิจอย่างไรให้ลูกค้าต่อคิว

คุณอานุศานติ์ เผ่าจินดา หรือคุณจั้ม คือผู้ก่อตั้ง Jumm’s Bike Studio เริ่มธุรกิจเมื่อ 6 ปีที่แล้ว

เริ่มต้นจากการใช้พื้นที่หนึ่งห้องในบ้านเปิดเป็นร้านจักรยานเล็กๆ อาศัยความรักในการปั่นจักรยานกับความสนใจในการพัฒนาธุรกิจเป็นทุนเดิม คุณจั้มตัดสินใจ ศึกษาต่อเรียนปริญญาโท สาขา MBA  เพื่อจะนำความรู้มาพัฒนาธุรกิจจักรยานของเขา

ในช่วงเริ่มต้นเขาคิดโมเดลธุรกิจเป็น One stop service สำหรับจักรยาน ที่รวมเอาการซ่อมบำรุง จัดทริปปั่นจักรยานและกิจกรรมทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการปั่นจักรยานมาอยู่รวมกัน แม้แต่การเข้าไปซ่อมดูแลจักรยานถึงสถานที่ ซึ่งแนวคิดเบื้องหลัง โมเดลนี้มาจาก Pain ที่ว่า คนปั่นจักรยานนั้น ในวันธรรมดาจันทร์ถึงศุกร์ ก็หมดเวลาไปกับการทำงาน พอเลิกงานเย็น เลยไม่สามารถนำจักรยานไปซ่อมบำรุงได้ จึงต้องเสียวันเสาร์ไปอีกหนึ่งวันเพื่อใช้ซ่อม บำรุงจักรยาน

คุณจั้มเล็งเห็นหนทางในการลด Pain ให้ลูกค้า โดยการสร้าง Gain ผ่านทางการนำเสนอความสะดวกให้กับลูกค้า ด้วยการเปิดบริการซ่อมจักรยานตามบ้าน จนต่อมามีลูกค้าเยอะมากขึ้นจนไม่สามารถตอบรับความต้องการได้ไหว เลยตัดสินใจปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจโดยเปิดเป็น Bike Studio ซึ่งคุณจั้มมองว่า การเปิดร้านเป็น Studio นั้น ยังคงเป็นการดูแล โดยที่โมเดลธุรกิจยังคงเน้นการซ่อมประกอบจักรยาน โดยไม่มีการขายจักรยานหรืออุปกรณ์ใดๆ แต่ถ้าลูกค้ามีความประสงค์อยากได้อุปกรณ์ต่างๆ ด้วย ทางคุณจั้มก็จะช่วยหามาให้

โดยคุณจั้ม เน้นเรื่องการของทำ Bike Fitting ซึ่งเป็น การเลือกไซส์จักรยานปรับขนาดองศาของจักรยานให้เหมาะสมกับร่างกายของนักปั่น ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ใช้ประสิทธิภาพของร่างกายในการปั่นจักรยานได้เต็มที่แล้ว ยังเพื่อถนอมร่างกายไม่ให้ใช้กล้ามเนื้อผิดชุดในการใช้งานอีกด้วย ซึ่งเป็นการช่วยลดปัญหาการปวดหลัง ไหล่ หัวเข่า เวลาปั่นจักรยานไปนานๆ

สำหรับการทำ Bike fitting นั้นมี 2 แบบด้วยกัน คือ  แบบ Static ซึ่งเป็นเครื่องมือวัดองศา ตรวจเช็คระยะ และแบบ Dynamics ซึ่งเป็น Sensor ที่จะดูและวิเคราะห์ผ่านคอมพิวเตอร์ โดยค่าใช้จ่ายในการ static fitting เริ่มต้นที่ 2000 บาท ส่วน Dynamic fitting เริ่มที่ 5000 บาท

คุณจั้มเล่าว่า จากความชอบทำให้เขาได้ลงทุนไปศึกษาด้าน Fitting โดยเฉพาะจากในหลายประเทศ และลงทุนด้านอุปกรณ์ต่างๆ ที่ทันสมัยในระดับโลก ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่า ที่นี่ได้ใช้เทคโนโลยีระดับแนวหน้า

ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ลูกค้าพอใจและเกิดการบอกต่อโดยไม่ต้องลงทุนซื้อโฆษณาแพงๆ ทำอาร์ตเวิร์คสวยๆ แต่กลับได้ลูกค้าใหม่ที่เชื่อมั่นในบริการมากกว่าอ่านข้อมูลมาจากการโฆษณาเสียอีกด้วย

กรณีศึกษาของ Jumm’s Bike สะท้อนให้เห็นถึงการที่ผู้ประกอบการมีความชัดเจนในสิ่งที่ตนเองอยากทำ โดยการลงทุนในการทำธุรกิจนั้น สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่เงินทุน แต่คือการสร้างความเป็น Specialist ของตัวเอง เลือกที่จะทำธุรกิจที่แตกต่าง สร้าง Gain ลด Pain ให้กับลูกค้า ซึ่งเมื่อถูกใจ แม้ไม่ต้องลงทุนสื่อสารการตลาดมากมาย แต่ปากต่อปากจะทำให้ลูกค้ามาต่อคิวรอใช้บริการกันเองในที่สุด

(เครดิต : กรณีศึกษาและการสัมภาษณ์โดย กานต์มณี  สมบูรณ์เหลือ นักศึกษาปริญญาโท สาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล)