ถือเป็นธรรมเนียมของคอลัมน์ ‘มุมคิดธนกิจ’ ที่เมื่อเข้าปลายปี ก็จะมีการคาดการณ์
ถึงเหตุการณ์สำคัญที่น่าจะเกิดขึ้นในปีหน้า โดยในปีนี้ ถือว่าค่อนข้างจะพิเศษกว่าปีที่แล้วมา เนื่องจากผมจะขอนำเสนอเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบเฉพาะเจาะจง ทว่าจะมีผลต่อภาพเศรษฐกิจโดยรวมระดับทวีปหรือของโลก จะขอเรียกเหตุการณ์ที่ว่านี้ว่า ‘Micro Moment’ บทความนี้ จะขอไล่เรียงตั้งแต่อันดับ 10 เป็นต้นไป ดังนี้
เริ่มจาก อันดับ 10 เนเธอร์แลนด์ น่าจะได้ผู้นำใหม่สายประชานิยมในเดือนเมษายนหน้า นามว่า นายกีธ ไวล์เดอร์ จากพรรค PVV แทนที่ นายมาร์ค รัธท์ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน จากที่เคยเป็น 2 เพื่อนรักมากลายเป็นเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดในปัจจุบัน ทั้งคู่ต่างโจมตีกันอย่างหนัก ผมมองว่าพรรค PVV น่าจะมีชัยในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ เนื่องจากหากมองไปในอดีต จะพบว่าการเมืองของเนเธอร์แลนด์จะตามหลังการเมืองสหรัฐมาโดยตลอด จะเห็นได้ว่านายไวล์เดอร์มีนโยบายที่คล้ายคลึงกับนายโดนัลด์ ทรัมป์เป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นการต่อต้านปัญหาผู้อพยพ การสู้กับกลุ่มก่อการร้ายชาวอิสลาม และการช่วยเหลือผู้คนท้องถิ่นให้มีงานทำ โดยไม่แคร์ต่อสหภาพยุโรปมากเหมือนรัฐบาลปัจจุบัน
ต่อด้วยอันดับ 9 ปี 2017 ผมคิดว่าน่าจะเป็นขาลงของนายจัสติน ทรูดอว์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายทรูดอว์ได้ให้ความเห็นต่อการจากไปของอดีตผู้นำคิวบา นายฟิเดล คาสโตร แบบที่ชื่นชมอย่างเต็มที่ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่หลายคนแปลกใจที่เห็นการชื่นชมนายคาสโตร ทั้งที่อดีตผู้นำคิวบาถือเป็นผู้นำที่สื่อตะวันตกหลายส่วนมองว่าเสวยอำนาจภายใต้ความยากจนของชาวรากหญ้า จะเห็นได้ว่าเศรษฐกิจแคนาดาจะได้รับผลกระทบในบางส่วนจากนโยบายของนายทรัมป์ที่ไม่เอาต่างชาติ ในแง่ของการส่งออกและความร่วมมือระหว่างกัน ผมมองว่านายทรูดอว์น่าจะไม่สามารถรับมือความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้ดีนัก
ถัดมา อันดับ 8 นายเมธิโอ เรนซี่ นายกรัฐมนตรีอิตาลี น่าจะต้องเสียตำแหน่งให้กับผู้ที่เน้นนโยบายด้านประชานิยม แม้ผลโพลล่าสุด การโหวต ‘Yes’ ให้มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อลดอำนาจของวุฒิสภาตามที่นายเรนซี่เสนอให้โหวต จะนำฝั่ง ‘No’ อยู่เล็กน้อย ผมยังมองว่าการโหวตในวันที่ 4 ธันวาคมนี้ แม้นายเรนซี่อาจจะกำชัยได้ในที่สุด ทว่าเสียงจะใกล้เคียงมากจนทำให้ในแง่การเมืองแล้ว คงจะไม่สามารถที่จะอยู่ได้จนครบเทอม ผมคิดว่าอิตาลีจะมีการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2017 และนายเรนซี่น่าจะไม่สามารถกลับมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้อีกครั้ง
มาถึงอันดับ 7 นางแมรีน เลเปน น่าจะชนะนายฟรานซิส ฟิลลอน ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส ช่วงกลางปีหน้า นั่นคือ หากพิจารณาประเทศต่างๆทั่วโลกจะพบว่า ในปี 2016-2017 จะเห็นได้ว่า ‘ประชานิยม’ จะครองเมือง (ยุโรปและสหรัฐ) แบบทั่วถึง สังเกตได้ว่าความเห็นนี้ของผมค่อนข้างแหวกไปจากนักวิเคราะห์ท่านอื่น ในการให้นางเลเปน จะเป็นผู้นำฝรั่งเศสคนต่อไป เนื่องจากหลายฝ่ายเห็นว่าเธอค่อนข้างจะมีภาพลักษณ์ที่ค่อนข้างลบ หากนึกง่ายๆ ถือว่าเป็นน้องๆนายทรัมป์ของสหรัฐเลยทีเดียว อย่างไรก็ดี ผมคิดว่าเธอมีโอกาสมากว่านายฟิลลอนในการเลือกตั้งปีหน้า เนื่องจากนโยบายของพรรค FN ของเธอที่แทบจะถอดด้ามมาจากนายทรัมป์ ที่เด่นมากๆ คือการไม่เอาสหภาพยุโรป และการที่ยังให้สวัสดิการกับผู้มีรายได้น้อยอย่างเต็มที่ ในขณะที่นายฟิลลอนเองมีนโยบายที่คล้ายคลึงกับผู้นำรุ่นเก่าที่เน้นให้คนในประเทศทำงานยาวนานกว่าเดิม เพื่อช่วยให้สามารถเก็บภาษีช่วยเหลือภาครัฐ ผมจึงเห็นว่านางเลเปนมีโอกาสหักปากกาเซียนในกลางปีหน้า
ปิดท้ายด้วยอันดับ 6 Brexit จะดุเดือด จากศึกสองนางพญา : แองเจล่า แมร์เคิล vs. เทเรซ่า เมย์ ยกไหว้ครูของ Brexit ก็เข้มข้นพอดู เมื่อการเบรกแบบหยุดกึกของนางแมร์เคิลต่อการขอให้มีการปฏิบัติต่อผู้อพยพชาวยุโรปในอังกฤษแลกเปลี่ยนกับการให้ความเท่าเทียมกับชาวอังกฤษที่ทำงานในยุโรปของนางเมย์ โดยให้อังกฤษต้องเริ่มต้นกับการใช้ Article 50 ก่อนลงมือทำต่อชาวต่างถิ่นดังกล่าว ถือเป็นสัญญาณแรกที่ให้สามารถมองได้ว่ากระบวนการ Brexit น่าจะไม่ได้ให้โอกาสต่ออังกฤษในการที่จะสามารถต่อรองในเรื่องต่างๆกับยุโรปได้มากนัก และน่าจะมีดราม่าหนักมากในหลายๆประเด็นเกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างทั้งสองฝ่าย
สำหรับ TOP5 ของ Micro Moment 2017 ขอให้ท่านผู้อ่านอดใจรอกันสักนิดครับ









