วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สร้างท้องถิ่นเข้มแข็ง วางแผนง่ายแต่ทำยาก

รัฐบาลเตรียมขับเคลื่อนนโยบาย ผลักดันเศรษฐกิจครั้งใหญ่

 ที่เรียกว่าการสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยล่าสุดรัฐบาลเตรียมจัดสรรงบประมาณในปีหน้า ให้กับส่วนท้องถิ่นหรือระดับจังหวัด ซึ่งเป็นการให้ความสำคัญเชิงพื้นที่เป็นเป้าหมายหลัก โดยหวังว่าการพัฒนาเชิงพื้นที่จะทำให้เกิดการเชื่อมโยงในพื้นที่ในการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจ และเป็นการสร้างความแตกต่างของแต่ละพื้นที่ให้มีจุดเด่น ซึ่งนโยบายนี้จะมีการจัดสรรงบประมาณหลายหมื่นล้านบาทลงในระดับจังหวัด

หากติดตามนโยบายการสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนของรัฐบาล จะเห็นว่ามีความน่าสนใจอย่างมาก เพราะนอกจากจะให้ความสำคัญกับในระดับพื้นที่แล้ว ยังมุ่งไปที่ความร่วมในนโยบายประชารัฐ ที่เกิดจากความร่วมมือ 3 ฝ่าย ระหว่างภาครัฐ เอกชนและประชาชน ซึ่งที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าเริ่มมีการขับเคลื่อนไปในบางส่วนแล้วที่เห็นเป็นรูปธรรม แต่หลายๆด้านก็ยังเป็นเรื่องของการวางแผนหรืออยู่ระหว่างการระดมความคิดเห็น จนบางโครงการไม่ได้มีลักษณะที่เรียกว่าประชารัฐ แต่ก็โหนกระแสนโยบายเรียกไปด้วย

อันที่จริง การขับเคลื่อนของรัฐบาลในช่วงต้นนับว่ามีความน่าสนใจในตัว เพราะมีการระดมภาคประชาชน กลุ่มองค์กรต่างๆเข้ามาร่วมอย่างแข็งขัน ซึ่งทำให้เกิดความหวังขึ้นมาว่าจะสามารถผลักดันนโยบายนี้ออกมาอย่างเป็นรูปธรรม แม้ไม่ได้ผลทั้งหมด แต่หากสามารถดำเนินการได้สำเร็จและเป็นแบบอย่าง ก็เชื่อว่าจะทำให้กระบวนการขับเคลื่อนสามารถเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งความพยายามดึงกลุ่มองค์กรต่างๆเข้ามาร่วมกันทำงานถือเป็นมิติที่น่าสนับสนุนอย่างยิ่งสำหรับทุกนโยบายเพราะจะเป็นการสร้างความยั่งยืนในอนาคต

อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนนโยบายที่ผ่านมา เรายังไม่เห็นภาพความร่วมมือในรูปแบบประชารัฐมากเท่าไรนัก แต่ที่เราเห็นคือการผลักดันจากส่วนกลางเพื่อดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งเราไม่อาจประเมินในขณะนี้ได้ว่าจะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวหรือไม่ แต่หากพิจารณาบทเรียนจากในอดีต ปัญหาใหญ่ของนโยบายที่ผลักดันจากส่วนกลางคือความไม่ยั่งยืนของตัวนโยบายเอง เพราะเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ก็มักจะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายไปด้วย จนไม่มีใครสนใจนโยบายเดิมอีกต่อไป

ลักษณะสำคัญของนโยบายจากส่วนกลางมีข้อดีอย่างหนึ่งมีพลังมหาศาลในการขับเคลื่อน เนื่องจากภาครัฐมีกำลังคนและทรัพยากรมหาศาล จึงทำให้เกิดการขับเคลื่อนให้เห็นได้ถึงความคึกคักที่เกิดขึ้น เหมือนกับหลายๆนโยบายในอดีต เราก็พบว่านโยบายที่รัฐบาลผลักดันผ่านหน่วยงานรัฐนั้นสร้างการขับเคลื่อนได้อย่างดียิ่ง แต่ปัญหาตามมาคือการประเมินผลของนโยบายที่เป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง หาใช่ประเมินเพื่อวัดผลงานส่วนราชการ ซึ่งการประเมินผลนับเป็นจุดอ่อนมาโดยตลอด

ดังนั้น ประเด็นที่น่าเป็นห่วงสำหรับการขับเคลื่อนนโยบาย สร้างความเข้มแข็งให้กับท้องถิ่นในครั้งนี้ การขาดการมีส่วนร่วมจากประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการไปสู่ความสำเร็จ หากรัฐบาลต้องการให้เกิดความยั่งยืนอย่างแท้จริง ซึ่งแน่นอนว่ารูปแบบการมีส่วนร่วมขึ้นอยู่กับลักษณะของโครงการในแต่ละพื้นที่ แต่หากการมีส่วนร่วมในนโยบายตั้งแต่ต้น เราเชื่อว่านโยบายนี้อาจซ้ำรอยกับนโยบายในอดีต ที่เป็นเพียงการโชว์ผลงานของหน่วยราชการเสียเอง

เราเห็นว่าการสร้างความเข้มแข็งให้กับท้องถิ่นไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เพราะแต่ละท้องถิ่นมีความแตกต่างกันอย่างมาก อีกทั้งการพัฒนาของแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน ดังนั้นหากมุ่งไปแต่เรื่องการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอให้เกิดความเข้มแข็งขึ้นมาได้ ซึ่งเราเห็นว่าขณะนี้ในระดับท้องถิ่นมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยเฉพาะตั้งแต่มีการกระจายอำนาจให้ส่วนท้องถิ่นนับสิบปี เรายังมองไม่เห็นว่านโยบายที่สั่งจากส่วนกลางจะประสบความสำเร็จได้อย่างไร