ผมชอบวลี ‘พฤติกรรมเนือยนิ่ง’ ที่กำลังถูกใช้เป็นคำขวัญปลุกระดมให้คนไทย
ลุกขึ้นเคลื่อนไหวออกกำลังกาย
เป็นคำที่ใช้ได้ทั้งสำหรับร่างกายและจิตใจ... และทัศนคติของคนไทยต่อประเทศชาติทีเดียวครับ
ปัญหาความ “เนือยนิ่ง” ของคนไทยไม่เฉพาะแต่เรื่องสุขภาพทางสรีระเท่านั้น หากเป็นยัง “เฉื่อยเฉย” กับความเป็นไปในบ้านเมือง ไม่ทุกข์ไม่ร้อนกับเรื่องไม่ชอบมาพากล เรื่องไหนที่ไม่กระทบตัวเองจริง ๆ ก็จะปล่อยให้ผ่านไป ไม่แสดงถึงความเป็น “เจ้าของประเทศร่วมกัน” ด้วยการทำตัวให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมของบ้านเมือง
จนมีคำว่า “จ่าเฉย” มาตอกย้ำถึงปัญหาทัศนคติ “ตัวใครตัวมัน” หรือ “บ้านเมืองไม่ใช่ของฉันคนเดียว” ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญของการสร้างสังคมประชาธิปไตยใหม่อย่างมีนัยสำคัญยิ่ง
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ออกมารณรงค์ให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพฤติกรรม “เนือยนิ่ง” ซึ่งเข้าใจว่ามาจากภาษาอังกฤษว่า “sedentary lifestyle” เพราะ ปัจจุบันวิกฤตด้านพฤติกรรมของคนเมือง คือการนอนดูทีวีครึ่งค่อนวันในวันพักผ่อน นั่งเล่นแก็ดเจ็ทแชทกับเพื่อนผ่านหน้าจอโทรศัพท์นานๆ บนโซฟาตัวโปรด นั่งอยู่ในรถที่ติดเป็นเวลาหลายชั่วโมงแทบทุกวัน นั่งเรียนหนังสือหลายชั่วโมง หรือนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวันโดยแทบไม่ได้ลุกไปไหน
วิทยาลัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีการกีฬา ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกมหาวิทยาลัยมหิดล และสมาคมวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทย แนะนำกายบริหารอย่างง่ายๆ เพื่อลดผลเสียต่างๆ ที่จะเกิดกับร่างกายจากกิจกรรมเนือยนิ่ง ดังนี้
1. นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์
เมื่อนั่งนานๆ จะเกิดการเกร็งค้างของกล้ามเนื้อคอ สะบัก และไหล่ และอาจเกิดการกดทับเฉพาะที่บริเวณข้อมือ ศอก และแก้มก้น อาจเกิดการแอ่นหรือบิดของกระดูกหลัง ควรละสายตาจากงานที่ทำ สามารถออกกำลังกายช้าๆ ตามนี้ และสลับข้างท่าละ 5-10 ครั้งทุกชั่วโมง เริ่มต้นที่การบริหารคอด้วยการนั่งตัวตรง หันหน้าไปทางซ้ายสลับขวา มือไขว้จับศีรษะดึงเฉียงลงไปทางด้านซ้าย-ขวา ส่วนการบริหารไหล่ สะบัก แขน ทำได้โดยประสานนิ้วเหยียดไปข้างหน้า แล้วเหยียดไปข้างหลัง ยืนหันหลังแนบผนัง แหงนคอ แอ่นอก การบริหารหลัง มือเกาะขอบเก้าอี้ บิดตัวสลับซ้าย-ขวา และกอดเข่าสลับซ้าย-ขวา
2. นั่งอยู่ในรถท่ามกลางการจราจรติดขัด
ทำให้คอและไหล่ก้มมาข้างหน้า ส่งผลให้เกิดอาการปวดคอและสะบัก และก้นจมลึกเข้าไปในเบาะ มีการกดที่ต้นขาด้านหลัง การยืดเส้นยืดสายทำได้ขณะรถติด แต่อย่าลืมเข้าเกียร์ P เสียก่อน เริ่มต้นด้วยการบริหารคอ ให้เอามือไขว้จับศีรษะดึงเฉียงลงไปทางด้านซ้าย-ขวา บริหารไหล่ สะบัก แขน ทำได้โดยไขว้จับไหล่ อีกมือดึงข้อศอกตามไปจนสุด ก่อนประสานนิ้วเหยียดไปข้างหน้า ท่าต่อมาคือแหงนคอ แอ่นอก ท่าสุดท้ายคือ กดเบาะ ยกก้นลอยส่วนท่าบริหารหลัง เริ่มจากมือเกาะขอบเก้าอี้ บิดตัวสลับซ้าย-ขวา การบริหารเท้า ให้กระดกข้อเท้าสลับซ้าย-ขวา
3. นั่งดูทีวีหลายๆ ชั่วโมง หรือแชททางโทรศัพท์นานๆ
จะทำให้นิ้วและข้อมือเกร็ง ไหล่ยกเกร็ง คอยื่นและก้มไปข้างหน้า การบริหารร่างกายทำได้ทั้งท่านั่ง นอน และยืน ร่วมกับการเดินไปมาการบริหารหลังและต้นขา ให้เริ่มจากก้มแตะปลายเท้า บิดตัว/บิดหมุนตัว/ก้มตัวขาตึง/โน้มเข้าหาผนัง ขาด้านหลังตึงการบริการหลัง ไหล่ ต้นขา เริ่มด้วยนอนชันเข่า กดหลัง แอ่นอก/นอนบิดสะโพกซ้ายสลับขวา/นอนหงายกอดเข่าทีละข้างเข้าหาอก/นอนหงายกอดเข่าทั้งสองข้างเข้าหาอก การบริหารหลังและต้นขา เริ่มจากการนั่งเก้าอี้ แหงนหน้า แอ่นอก/บิดตัวซ้ายสลับขวา/ดึงเข่าเข้าหาอกซ้ายสลับขวา/ดึงเข่าเข้าหาอกพร้อมกันทั้งสองข้างพฤติกรรมเนือยนิ่งไม่ส่งผลดีต่อร่างกายแม้แต่น้อย แถมยังเสี่ยงทำให้ร่างกายไม่แข็งแรงและเป็นโรคเรื้อรังต่างๆ ได้
แต่วิธีแก้ “ความเนือยนิ่งทางสังคม” คือการ “รู้ทัน” และ “ตื่นรู้” ต่อความเป็นไป ติดตามข่าวสารอย่างวิเคราะห์ มีสติ ไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ โดยเฉพาะความเห็นสุดโต่งในโซเชียลมีเดีย ตรวจสอบข่าวคราวและอย่าฟังแต่เพียงสิ่งที่ตนเห็นด้วย เปิดใจรับรู้และรับฟังความเห็นที่แตกต่างไปจากเรา
และอย่าเคารพ อย่าสุงสิง อย่าไหว้คนโกงคนฉ้อฉลเป็นอันขาด!






