วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

มาเข้ารหัสให้กับสินค้ากันเถอะ

นี่คือเทคโนโลยีที่สินค้าชั้นนำที่มีราคาแพงและผลิตเฉพาะในปริมาณไม่มากนัก เริ่มนำมาใช้กันมากขึ้นแล้ว

เทคโนโลยีที่ได้รับการวิจัยพัฒนาและต่อยอดจนอยู่ในรูปของความรู้พร้อมใช้งาน สามารถนำมาใช้กับสิ่งใดก็ได้ตามความคิด อาทิ เทคโนโลยีไร้สาย ที่นำมาผนวกเข้ากับลำโพง ก็กลายเป็นลำโพงไร้สาย ใส่เข้าไปในไมโครโฟน ก็กลายเป็นไมโครโฟนไร้สาย ใส่เข้าไปในอุปกรณ์ไฟฟ้าใดๆ ก็สามารถจะเปิดปิดหรือควบคุมมันได้จากระยะไกล เป็นต้น สำหรับผู้ผลิตสินค้าและบริการ การศึกษา แสวงหา และทดลองนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาผสมผสานกับกระบวนการทำงานเดิม หรือเพิ่มเติมให้เป็นฟังก์ชั่นใหม่ในตัวผลิตภัณฑ์ ย่อมทำให้เกิดโอกาสใหม่ในการแข่งขันทางธุรกิจได้ ดังนั้นจึงไม่ควรละเลยที่จะหยุดการพัฒนา เพียงแต่เลือกใช้ให้ถูกต้องเหมาะสม และเกิดคุณค่าอย่างแท้จริง

 เทคโนโลยีในการระบุตัวตน ผนวกเข้ากับคอมพิวเตอร์ (Industry 3.0) เริ่มถูกนำมาใช้ในการผลิตภายในโรงงานมากขึ้น ในรูปของรหัสไม่ว่าจะเป็น Barcode หรือ QR Code แค่เคลื่อนผ่านหัวอ่าน ก็สามารถจะดึงข้อมูลจากระบบขึ้นมาแสดงบนหน้าจอได้ในทันที โดยเชื่อมโยงกับการทำงานทุกจุดในโรงงาน เมื่อการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในแต่ละกระบวนการ ข้อมูลการผลิตก็จะได้รับการบันทึก ทำให้ฝ่ายวางแผนและควบคุมการผลิต ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในโรงงาน สามารถรับรู้ถึงสถานะการผลิตเทียบกับแผนได้ในทันที ดังที่เราเห็นและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีเมื่อไปเลือกซื้อสินค้าตามร้านค้าสะดวกซื้อ หรือซุปเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ

ปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยี RFID (Radio Frequency Identification) มาใช้กันมากขึ้น และเมื่อเชื่อมต่อออนไลน์เข้ากับอินเทอร์เน็ต ก็จะเข้าสู่ยุค 4.0 ได้ไม่ยาก โดยเฉพาะต้นทุนในปัจจุบันและซอฟท์แวร์ที่ใช้เพื่อการบริหารจัดการสินค้า มีราคาถูกลงมาก จึงมีการประยุกต์ใช้งานกันแพร่หลาย อาทิ

Smart pallet (แผ่นรองสินค้าอัจฉริยะ) ที่ใช้ควบคุมปริมาณสินค้า สถานที่จัดเก็บ โดยหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่บริเวณที่นั่งคนขับรถตัก (Forklift) จะขึ้นหน้าจอคำสั่งลำดับการขนย้ายสินค้า เพื่อให้พนักงานขับรถทราบว่าจะไปขนย้ายสินค้าจากบริเวณใด โดยมีการฝังแทค RFID ไว้ทั้งที่แผ่นรองสินค้า ชั้นวาง และพื้นที่ของคลังสินค้าที่จัดแบ่งเป็นส่วนๆ

 Container control ควบคุมคอนเทรนเนอร์ที่อยู่บริเวณภายนอก โดยผสมเข้ากับ GPS เพื่อใช้ระบุตำแหน่งแทนการใช้แทคพื้นที่เพียงอย่างเดียว เนื่องจากมีบริเวณที่กว้างมากไม่คุ้มกับการลงทุน

 Tracking by drone ใช้นับสต็อกของสินค้าบริเวณภายนอกอาคารโรงงาน โดยกำหนดเส้นทางการบินตรวจการ เพื่อการตรวจนับและให้บินอัตโนมัติได้ตามเส้นทางและเวลาที่กำหนด

 RFID gate in DC (Distribution Center หรือศูนย์กระจายสินค้า) ซึ่งเป็นคลังสินค้ากลางสำหรับหลายโรงงาน หรือหลายร้านค้าที่กระจายตัวอยู่ในโซนต่างๆในแต่ละภูมิภาค โดยให้บริการมาตรฐานที่มีฟังก์ชันหลากหลาย แต่ละบริษัทลูกค้าสามารถจะเข้าถึงข้อมูลการจัดเก็บ ตลอดจนสามารถตรวจสอบสถานะผ่านออนไลน์ได้ รวมถึงสามารถสั่งการให้คลังสินค้าไปส่งสินค้าตามที่กำหนด

 RFID in Rail แม้แต่การขนส่งทางรางในบางประเทศ ที่มีบริษัทมาให้บริการขนส่งทางรถไฟ หรือแม้แต่การติดแทคเข้าไปในทุกล้อ ทุกเพลา และเพื่อให้คุ้มค่าก็ใช้ในการสำรวจเส้นทางเพื่อการบำรุงรักษาระบบราง มีเซนเซอร์จับว่าล้อสึกหรือรางทรุดได้

 RFID in Retail การจัดจำหน่ายของร้านค้าต่างๆทั้งที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า หรือร้านค้าเดี่ยวที่ตั้งแยกออกมาต่างหาก (outlet store) สินค้าจะได้รับการติดแทกมาจากโรงงาน เมื่อมาถึงร้านค้าจะสามารถตรวจนับจำนวนและประเภทสินค้าได้อย่างง่ายดาย โดยใช้เครื่องอ่านแบบพกพา (Handheld) ทำให้นับสต็อกได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว จากการซ้อนทับกับแผนผังพื้นที่ภายในร้านลงไปในซอฟท์แวร์

 การนำเทคโนโลยีการระบุตัวตนและตำแหน่งที่ตั้ง ซึ่งผสมผสานทั้งเทคโนโลยีแผนที่ แทคอ่านและเขียนได้ (RFID tag) ฐานข้อมูลสินค้า เครื่องอ่านระยะใกล้และระยะไกล (RFID reader) มาผสมผสานเข้ากับซอฟท์แวร์บริหารการผลิต ไม่ว่าจะเป็น MRP หรือ ERP ช่วยทำให้การทำงานในทุกส่วนผสานเชื่อมโยงเข้ากันเป็นหนึ่งเดียว ยิ่งถ้าเชื่อมต่อไปยังต้นน้ำที่เป็นผู้รับจ้างผลิตวัตถุดิบและชิ้นส่วน และเชื่อมโยงไปปลายน้ำที่เป็นร้านค้าต่างๆด้วยแล้ว จะทำให้ช่วยในการสอบย้อนกลับได้ง่ายในทันที

 ปัจจุบันเริ่มมีสินค้าหลายแบรนด์ที่มีการระบุ QR code ไว้ที่ฉลากสินค้า ทำให้ผู้บริโภคที่เลือกซื้อสินค้าสามารถนำโทรศัพท์พกพา มาสแกนและเข้าไปในเว็บที่ให้ข้อมูลสินค้าย้อนกลับไปถึงโรงงานและการผลิต โดยเฉพาะสินค้าพรีเมี่ยมที่ไม่จำเป็นต้องผลิตในปริมาณมาก แต่เน้นที่คุณภาพสูง โดยลูกค้าสามารถจะรู้ได้ในทันทีว่าสินค้าสำเร็จรูปนั้นๆ ผลิตมาจากโรงงานใด เมื่อใด ใช้วัตถุดิบประเภทไหน เกรดใด เรียกว่าสามารถสอบย้อนประวัติกันไปได้ถึงต้นตอกันทีเดียว ซึ่งสินค้าชั้นนำที่มีราคาแพงและผลิตเฉพาะในปริมาณไม่มากนัก เริ่มนำมาใช้กันมากขึ้นแล้ว

นี่แหละคืออิทธิพลของการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์ และสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างแท้จริง