โดนัล ทรัมป์ จะเลือกใครเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ
เป็นการตัดสินใจที่สำคัญมาก เพราะทั้งโลกกำลังจับตา ว่าคนกุมบังเหียนเรื่องระหว่างประเทศ สำหรับสหรัฐอเมริกามีบทบาทสำคัญยิ่ง ที่จะกำหนดทิศทางของโลกทั้งใบนี้ด้วย
สองคนที่แข่งกันอย่างออกนอกหน้าขณะนี้คือมิทท์ รอมนีย์ อดีตผู้ว่าการรัฐแมทซาชูเซ็ท และเคยเป็นตัวแทนพรรครีพับบลิกันแข่งกับโอบามา ในตำแหน่งประธานาธิบดีมาแล้วเมื่อปี 2012
คนที่สองคือรูดี้ จูเลียนี อดีตนายกเทศมนตรีนิวยอร์ก ซึ่งออกมาปกป้องเชิดชูทรัมป์อย่างเปิดเผยมาตลอดตั้งแต่ต้น
แต่รอมนีย์เคยออกมาฟาดฟันทรัมป์ด้วยวาทะดุเดือดรุนแรง ถึงขั้นบอกว่าทรัมป์เป็น “จอมลวงโลก” มีประวัติน่าสงสัยและพรรคไม่ควรจะเลือกเขาเป็นตัวแทน
แต่พิสูจน์อีกครั้งว่าการเมืองไม่มีมิตรและศัตรูถาวร เมื่อทรัมป์เชิญรอมนีย์มาพบหลังชนะเลือกตั้ง ทั้งสองจับมือกันอย่างสนิทสนม และรอมนีย์บอกว่าได้สนทนากับทรัมป์ เรื่องระหว่างประเทศอย่างกว้างขวางและลุ่มลึก
ทรัมป์ก็เคยด่าว่ารอมนีย์อย่างเสีย ๆ หาย ๆ มาแล้ว ทำนองว่าเขาคิดว่ารอมนีย์เป็นคนไร้กึ๋น ไม่มีคุณค่าควรแก่การนับถือ
ทรัมป์บอกว่ารอมนีย์เคยมากราบกราน ขอให้เขาสนับสนุนตอนหาเสียงเมื่อปี 2012 ด้วยซ้ำไป แต่เขาไม่เล่นด้วย
ทั้งสองคนไม่มีทีท่าเหนียมอาย หรือต้องตอบคำถามว่า ทำไมก่อนหน้านี้ไม่กี่เดือนยังฟาดฟันกันอย่างดุเดือดเลือดพล่านมาก่อน
ตอนนี้เกิดศึกสงครามภายในแวดวงคนสนิทของทรัมป์ขึ้นมา เพราะแตกเป็นสองกลุ่ม ต่างคนต่างเชียร์คนของตัวเอง
ฝ่ายต่อต้านรอมนีย์ยืนยันว่า จูเลียนีมีความสัตย์ซื่อต่อทรัมป์มาตลอด หากยกตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศให้รอมนีย์ จะเท่ากับเป็นการหักหลังผู้จงรักภักดีอย่างชนิดที่มองหน้ากันไม่ติดทีเดียว
แม้แต่ผู้จัดการการรณรงค์หาเสียงของทรัมป์ ก็ยังเขียนข้อความขึ้นทวิตเตอร์เชียร์จูเลียนี และต่อต้านรอมนีย์อย่างออกหน้าออกตา
ขณะที่ไมค์ เพนซ์ คู่หูในตำแหน่งรองประธานาธิบดี แสดงจุดยืนชัดเจนว่าเขาสนับสนุนรอมนีย์ให้ได้ตำแหน่งนี้ เพราะมีประสบการณ์และประวัติทางการเมืองน่าประทับใจกว่า
รอมนีย์ไม่ปิดบังความต้องการที่จะได้ตำแหน่งนี้
ขณะที่จูเลียนีก็ไม่ขวยเขินที่จะกระซิบดัง ๆ ว่ายังไง ๆ ทรัมป์ก็ต้องให้ตำแหน่งสำคัญอย่างนี้กับเขา เพราะยืนเคียงข้างกันมาตลอดช่วงการหาเสียง
จึงไม่ต้องแปลกใจหากทรัมป์จะตัดสินใจ แก้ปัญหานี้ด้วยการมอบตำแหน่งนี้ให้ “ตาอยู่” เพื่อไม่ให้เกิดความแตกแยกในรัฐบาล
ชื่อของนายพลเดวิด เพทราอุส อดีตนายทหารบัญชาการรบที่อิรัก และผู้อำนวยการซีไอเอได้รับการกล่าวขานว่า อาจจะได้เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ หากจูเลียนีและรอมนีย์หาทางตกลงกันไม่ได้
อีกชื่อหนึ่งคือนายพลยอห์น เคลลี ผู้บัญชาการนาวิกโยธินที่อาจจะเป็น “ม้ามืด” ได้เช่นกัน
ตำแหน่งนี้มีความหมาย เพราะใครมานั่งคุมกระทรวงต่างประเทศ จะเป็นผู้วางแนวทางว่าสหรัฐฯภายใต้รัฐบาลใหม่จะเล่นบท “ตำรวจโลก” อย่างไร
ภาษาหาเสียงของทรัมป์บางเรื่องเหมือนจะเป็น “เหยี่ยว” ที่พร้อมจะถล่มศัตรูไม่ให้เหลือซาก แต่ขณะเดียวกันก็ส่งสัญญาณว่าจะ “ถอยทัพกลับบ้าน” เพราะไม่ต้องการใช้เงินทางด้านการทหารมากไปกว่านี้อีกแล้ว
ในเมื่อทรัมป์เคยประกาศว่าจุดแข็งของเขาคือ “ใคร ๆ ก็คาดการณ์ล่วงหน้าว่าผมจะตัดสินใจอย่างไรไม่ได้” ก็คงยังต้องคาดเดากันต่อไป






