วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ประธานาธิบดีทรัมป์

การเลือกตั้งที่กำหนดอนาคตอเมริกาและโลกได้ผ่านไปแล้ว มีคนออกมาใช้สิทธิ์ 131.7 ล้านคน

คิดเป็น 56.9% ของจำนวนผู้มีสิทธิ์ ฮิลลารี คลินตันได้ Popular Vote ถึง 60.98 ล้าน โดนัลด์ ทรัมป์ได้ 60.35 ล้าน แต่ทรัมป์ได้ Electoral Vote มากกว่า เขาได้ 290 ฮิลลารีได้ 228 (เมื่อ 14/11/16) ชัยชนะตัดสินกันที่อิเล็คโทรัลโวตที่ถึง 270 ดังนั้น ทรัมป์จึงเป็นผู้ชนะและเป็นว่าที่ประธานาธิบดีคนต่อไป

ชัยชนะของทรัมป์พลิกความคาดหมายของสื่อและโพลใหญ่ๆ รวมไปถึงวงการโหราศาสตร์ทั่วโลก มีนักโหราศาสตร์น้อยคนที่ทายถูก นักโหราศาสตร์ชั้นนำของยุโรป อเมริกา และออสเตรเลียหลายคนต่างทำนายว่าฮิลลารีชนะ ตัวผู้เขียนก็เช่นเดียวกัน ขอยอมรับว่าทำนายผิดและขออภัยทุกท่านด้วยครับ

อันที่จริง เรื่องราวควรยุติแค่นี้ แต่การประท้วงผลเลือกตั้งที่เกิดขึ้นและมีท่าทีไม่จบง่ายๆ กอปรกับนี่เป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลกอย่างยาวนาน ทำให้ผู้อ่านหลายท่านสนใจและเมลล์ถามว่า อะไรคือสาเหตุที่ทายผิดและเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป

เพื่อตอบคำถามนี้ มีข้อควรพิจารณาหลายมุมข้อแรกคือ ในเมื่อเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมือง ทำไมไม่ใช้เทคนิคทำนายดวงเมือง ? การวิเคราะห์ทำนายดวงเมืองต้องทำอยู่แล้ว แต่เทคนิคเหล่านี้มีข้อจำกัดในตัวเอง จึงต้องใช้ข้อมูลหลายดวงประกอบกัน เช่น ในกรณี Brexit ที่ผู้เขียนวิเคราะห์ทำนายถึง 5 ดวง คือ ดวงกำเนิดยูเค ดวงกำเนิดอียู ดวงประชามติเดิม ดวงประชามติใหม่ ดวงสงกรานต์ของยูเคจึงสามารถทำนายได้ถูกต้อง (อ่าน Brexit ที่ http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/638116)

แต่กรณีนี้ เทคนิคดวงเมืองไม่ให้คำตอบที่ดี ดวงวันเลือกตั้ง ดวงวันสาบานตน ดวงคราส ดวงสงกรานต์ 2016 ฯลฯ ล้วนให้ข้อมูลที่คลุมเครือหรือก้ำกึ่ง ยิ่งนำหลายดวงมาแปลผลรวมกัน ยิ่งทำให้สับสน เราจึงไม่อาจหยุดที่ขั้นตอนนี้

ข้อที่ 2 แล้วทำไมไม่ดูพื้นดวงกำเนิดของอเมริกา? ผู้เขียนเชื่อว่า ดวงเมืองอเมริกาคือกุญแจสำคัญดอกหนึ่ง ปัญหาคือจะใช้ดวงเมืองอันไหน? ดวงเมืองอเมริกามีนักโหราศาสตร์ผูกไว้แตกต่างกันถึง 26 แบบ เป็นวันลงนามคำประกาศอิสรภาพ 4 กรกฎาคม 1776 ถึง 16 แบบ และวันอื่นอีก 10 แบบ ผู้เขียนลองวิเคราะห์ 3 แบบที่ใช้บ่อย ก็พบความไม่ชัดเจนและความแตกต่างกันอยู่ จึงยังไม่ได้ข้อสรุปใด

เมื่อดวงเมืองและดวงกาลชะตาไม่ได้ผล ก็ต้องย้อนกลับมาที่ดวงชะตาคลินตันและทรัมป์ นี่คือข้อที่ 3 “...เรารู้ข้อมูลของทรัมป์ แต่ของฮิลลารีไม่มีใครรู้แน่ชัด กฎหมายสหรัฐบังคับให้ลงเวลาเกิดในใบเกิด ตัวฮิลลารีย่อมต้องรู้แน่ แต่เธอปกปิดบิดเบือน...วงการโหราศาสตร์อเมริกาตามล่าเวลาเกิดของเธอมานาน ทั้งหลอกถามจากเจ้าตัว ทีมงาน และสำนักทะเบียนราษฎร์ ข้อมูลแรกที่ถูกเผยแพร่คือ 20:00 น. ต่อมาคือ 8:02 น. และล่าสุดเมื่อต้นตุลาคมที่ผ่านมาคือ 2:18 น. ทั้ง 3 เป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือที่สุดเท่าที่หาได้...” จากบทความ “คลินตัน-ทรัมป์”ที่ http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/639303

เวลาเกิดคือข้อมูลสำคัญที่สุด เมื่อไม่รู้เวลาเกิด ก็ไม่มีนักโหราศาสตร์คนใดฟันธงได้ การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการแข่งขันระหว่างคน 2 คน เมื่อคนหนึ่งไม่รู้เวลาเกิด โอกาสผิดพลาดย่อมสูง ที่สำคัญ มันเป็นไปได้ว่า ข้อมูลทั้ง 3 ล้วนเป็นเท็จ เพราะนักโหราศาสตร์ทั่วโลกที่ใช้ข้อมูลนี้ แทบไม่มีใครทายถูกเลย

ข้อสุดท้าย แล้วดวงชะตาทรัมป์ไม่บอกอะไรเลยหรือ? ดวงทรัมป์บอกเรื่องราวไม่น้อย ในบทความ Next Presidentกล่าวว่า “...แม้ดาวจรไม่ให้คุณ แต่เมื่อดูจากเทคนิค Secondary Progression ดวงทรัมป์มีโอกาสประสบความสำเร็จอย่างใหญ่หลวง  มันเป็นไปได้ 2 ทาง (1) ทรัมป์อาจได้คะแนนเสียงมากกว่าที่ทุกคนคาดไว้ ส่งเสริมชื่อเสียงบารมีถึงขีดสุด (2) ทรัมป์อาจได้ Popular Vote มากมาย แต่พ่ายแพ้ใน Electoral Voteอย่าลืมพุธที่ทำมุม 150 กับมฤตยู ชี้ถึงคะแนนเสียงที่พลิกผันคาดไม่ถึง...” (http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/639354)

ถ้าเทียบดวงโปรเกรส ทรัมป์ดีกว่าฮิลลารี เขาจึงประสบความสำเร็จใหญ่หลวง แต่ในดวงจร ฮิลลารีดีกว่า เมื่อชั่งน้ำหนักรวมกันแล้ว ผู้เขียนเลือกฮิลลารี แต่ปัญหาคือเวลาเกิดของฮิลลารีไม่แน่นอน ทำให้การชั่งน้ำหนักดาวและตัดสินใจเลือกผิดพลาดตามไปด้วย พุธ 150 มฤตยูทำให้ทรัมป์แพ้ Popular Vote แต่กลับชนะใน Electoral Vote

ในความเห็นส่วนตัว ถ้าทรัมป์เป็นประธานาธิบดี โลกจะปลอดภัยกว่า อังคารที่กุมลัคน์สิงห์ ทำให้เขาเอาแต่ใจตัวเอง อาทิตย์ราหูมฤตยูที่กุมกันในภพ 10 ทำให้เขาดูเพี้ยนและเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา แต่พ่อค้าก็คือพ่อค้า ต่างจากฮิลลารีที่มี Stellium ของอังคารเสาร์พลูโต ซึ่งบอกถึงความทะเยอทะยานที่จะครอบครองอำนาจ และใช้มันโดยปราศจากการควบคุม นั่นอาจหมายถึงสงครามโลก

ทรัมป์จะเป็นอย่างไรต่อไป? แม้ชนะเลือกตั้ง แต่เขายังไม่ได้เป็นประธานาธิบดีจนกว่า 20 มกราคม 2017 ที่เข้าสาบานตน 2 เดือนนับจากนี้ คือช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอน คณะผู้โวตอิเล็คโทรัลจะเลือกประธานาธิบดี 19 ธันวาคม 2016 วันที่ 14 ธันวาคม เกิดปูรณมี (จันทร์เพ็ญ) ที่ 28:20 องศาพฤษภ ทับอาทิตย์เดิมของทรัมป์วันที่ 19 ธันวาคม อาทิตย์ยกเข้าธนู ทำมุม 120 กับลัคน์สนิท พวกเขาจะเลือกทรัมป์ (พุธวิกลคติพักรในวันนั้น หวังว่าคณะฯคงไม่เลื่อนออกไป)

แต่เสาร์พิจิกที่จรใกล้ทับจันทร์และเล็งอาทิตย์เดิม จะสร้างแรงกดดันและปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ แก่ทรัมป์ ยิ่งใกล้วัน สถานการณ์ยิ่งรุนแรง เสาร์จรทับเล็งสนิทในวันสาบานตน อังคารจรกุมภ์ก็ทำมุม 90 กับเสาร์สนิท นี่ไม่ใช่วันดีที่สุดในชีวิต แต่เป็นวันที่ท้าทาย หวาดเสียว และหนักใจที่สุดต่างหาก

เสาร์ยกเข้าธนู 26 มกราคม 2017 แต่จะถอยกลับพิจิกอีกครั้ง 21 มิถุนายน-26 ตุลาคม เสาร์ยังจรทับจันทร์เล็งอาทิตย์เดิมอีก 2 ครั้ง มันยังเป็นช่วงวิบากกรรมของทรัมป์อยู่ ยังมีมฤตยูที่ยกเข้าเมษตั้งแต่ 8 เมษายน ทำมุม 90 กับศุกร์เสาร์เดิม เกิดปัญหาใหญ่หลวงที่คาดไม่ถึงกับตำแหน่งหน้าที่การงานและชื่อเสียงเกียรติยศ

กันยายน – ตุลาคม 2017 คือเดือนที่ตัดสินชะตาชีวิตของทรัมป์