มีการศึกษานามมาแล้วพบว่าผู้นำแตกต่างกันอยู่สองแบบ คือนำแล้วเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น
กับนำแล้วอยู่อย่างเดิมหรือย่ำแย่กว่าเดิม ฝรั่งเรียกผู้นำที่นำแล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นว่าTransformation Leader และเรียกผู้นำที่นำแล้วอยู่กับที่หรือถอยหลังว่าTransaction Leader ซึ่งยิ่งกว่าแน่นอนว่าถ้าไปถามผู้นำตั้งแต่วันแรกที่นั่งเก้าอี้ เกือบทุกคนพูดเหมือนกันหมดคือฉันจะนำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ทุกคนอยากเป็นTransformation Leader คำว่าการเปลี่ยนแปลงจึงเป็นคำที่ติดปากผู้นำแทบทุกคนแต่กว่าที่กาลเวลาจะพิสูจน์คนได้ กว่าที่กองเชียร์ท่านผู้นำจะยอมรับความจริงได้ว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนไปที่ดีขึ้น ก็ต้องทนทำใจกันอยู่นานจนการงานย่ำแย่ไปหมดแล้ว ดังนั้นถ้าพอจะดูกันออกตั้งแต่ต้นว่าที่กำลังนำฉันอยู่นั้น เป็นTransformation Leaderตัวจริง หรือเป็นแค่ปากว่าเปลี่ยน แต่ทำทุกอย่างตามสไตล์ Transaction Leaderชีวิตการงานของเราคงง่ายกว่าเดิมเยอะ
ผู้นำที่เป็นTransaction Leaderให้น้ำหนักกับการดูแลงานประจำเป็นสำคัญ จึงชอบเซ็นแฟ้ม ซึ่งจะมีแฟ้มให้เซ็นเยอะ ๆทุก ๆวัน การงานต้องคิดกันแบบเดิม ๆ ปรับเปลี่ยนไม่ได้ เพราะเดี่ยวแฟ้มลงนามจะว่างเปล่า ถ้าโลกหยุดอยู่กับที่ ผู้นำชอบเซ็นแฟ้มคงไม่เสียหายอะไร เพราะงานจะง่ายขึ้น แต่ถ้าโลกเปลี่ยนไปทุกวัน ยิ่งนานวันยิ่งเปลี่ยนมาก ผู้นำชอบเซ็นแฟ้มจึงเป็นได้แค่คนขับเกวียนที่เก่งขึ้นทุกวัน บนถนนมีแต่รถยนต์วิ่งเต็มไปหมด โดยไร้ร่องรอยของเกวียน
การแยกแยะระหว่างนำแล้วเปลี่ยนกับนำแล้วอยู่กับที่จะดูแค่การเซ็นแฟ้มมากน้อยไม่ได้ จะฟังวาทะกรรมในวาระโอกาสต่าง ๆก็ไม่ได้ เพราะใคร ๆก็บอกว่าฉันมาเปลี่ยนทั้งนั้น ขอให้ดูจากการกระทำเป็นเบื้องต้น ผู้นำที่นำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นคนที่บอกเราอยู่เสมอว่าวันหน้าจะเป็นอย่างไร ยิ่งบอกมากครั้ง เรายิ่งกระจ่างกับอนาคต จนแทบทุกคนที่ร่วมงานกันมีภาพอนาคตแทบเหมือนกันร้อยเปอร์เซ็นต์ จะนำให้เปลี่ยนต้องสามารถบอกได้ว่าเปลี่ยนแล้วเป็นอย่างไร และเป็นภาพอนาคตที่แทบทุกคนมีส่วนได้รับผลดีตามมาภาพอนาคตตรงไหนไม่ตรงใจกลุ่มใดหมู่ใดก็คุยกัน ปรับแต่งกันจนกระทั่งไม่เกินเลยที่จะกล่าวว่าอนาคตที่จะช่วยกันเปลี่ยนนั้นจะเป็นประโยชน์กับทุกคน แม้ว่ามากบ้างน้อยบ้างไม่เท่ากันก็จริงอยู่ ตรงนี้คือความแตกต่างที่สำคัญระหว่างนำแล้วเปลี่ยน กับนำแล้วอยู่กับที่ ภาพอนาคตที่ผู้นำอยู่กับที่บอกมามักเป็นวันพรุ่งนี้ที่คล้าย ๆกับวันนี้ เพียงแค่มีอะไรนิดหน่อยดีขึ้นบ้าง ซึ่งบางคนได้ดีจากการเปลี่ยนแปลง ในขณะที่บางคนไม่ได้อะไรเลย วันนี้วันหน้าไม่ต่างกันเท่าใดแค่เปลี่ยนจากเกวียนเป็นรถอีแต๋นเท่านั้น
ผู้นำที่นำแล้วเปลี่ยนเป็นผู้นำทางความคิดในสายตาของแทบทุกคน มักชักชวน เกลี้ยกล่อมมากกว่าสั่งการ จะให้ทำอะไรมักบอกกล่าวเหตุผลที่มาที่ไปอย่างชัดเจน แถมอีกด้วยว่าช่วยกันทำตามที่บอกแล้ว แต่ละคนได้รับอานิสงค์ดีๆใดบ้าง ต่างคนต่างทำงานโดยไม่ได้คิดว่าเป็นแค่งานตามหน้าที่ แต่มุ่งมั่นจะให้งานสำเร็จได้ดีเหมือนที่ผู้นำความคิดบอกไว้ ผู้นำให้เปลี่ยนแปลงสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนเชื่อว่างานไม่ใช่แค่งาน แต่งานคือหนทางไปสู่สิ่งที่ดีกว่าสำหรับทุกคน ทั้งนี้ต้องแยกแยะดี ๆเพราะในบางสถานการณ์ผู้คนเกิดความร่วมมือร่วมใจกันได้เอง โดยไม่มีการขับเคลื่อนจากผู้นำ ซึ่งความแตกต่างอยู่ที่ความร่วมมือร่วมใจนั้นจะคงอยู่นานแค่ไหน แค่ไฟไหม้ฟาง หรือต่อเนื่องกันเป็นเดือนเป็นปี ผู้นำที่นำแล้วเปลี่ยนสามารถธำรงรักษาแรงบันดาลใจที่ต่างคนต่างเชื่อว่าที่ต่างคนต่างกำลังทำอยู่นั้น คือหนทางสู่สิ่งที่ดีกว่า
ที่อาจจะแปลกใจคือ ผู้นำที่นำแล้วเปลี่ยน แม้จะเห็นอนาคตชัด ๆ พอบอกได้ว่ากฎกติกาใดบ้างที่จะเป็นอุปสรรคในวันหน้า ผู้นำกลับไม่ละเลยการปฏิบัติตามกฎกติกานั้นอย่างเคร่งครัด โดยตั้งข้อสังเกตประกอบการทำตามกฎกติกานั้นว่าไม่ดีไม่เหมาะอย่างไรบ้าง แต่ผู้นำที่นำแล้วอยู่กับที่กลับหาช่องทางละเว้นกฎกติกาอยู่เป็นนิจ ไม่อยากเปลี่ยน แต่อยากยกเว้นเสมอ









