วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วันรุ่งขึ้นหลังเลือกตั้งมะกัน : ทุกคนโปรดตั้งสติให้ดี

คนทั่วโลกไม่น้อยทำท่าทางอย่างนี้ เมื่อรู้ผลบ่าย ๆ วันพุธที่ผ่านมา (เวลากรุงเทพฯ)

 เมื่อผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯชัดเจนว่าโดนัลด์ ทรัมป์แห่งพรรครีพับลิกันได้ชัยชนะเหนือฮิลลารี คลินตันแห่งพรรคเดโมแครต

คนที่เห็นทรัปม์เป็นบุคคลอันตรายเพราะวาทะหาเสียงขวานผ่าซาก พฤติกรรมส่วนตน นโยบายต่อคนต่างชาติและผู้นับถือศาสนา ที่เขาตั้งข้อสงสัยมองเห็นอนาคตอันมืดมนของประเทศสหรัฐฯ

คำถามที่หนึ่งคือความไม่แน่นอน และความแปลกแยกที่ทรัมป์จะนำเข้าสู่ทำเนียบขาว ตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค.ปีหน้าจะนำพาประเทศสหรัฐและโลกไปทางใด?

คำถามต่อมาคือเมื่อเขาขึ้นมาเป็นผู้นำทรงอิทธิพลที่สุดของโลกแล้ว ปัญหาความแตกแยกในสังคมอเมริกันจะหนักหน่วงขึ้นอีกเท่าใด เพราะแม้เขาจะประกาศในคำปราศรัยชัยชนะว่า ขอให้ทุกฝ่ายรวมกันเพื่อสร้างสหรัฐใหม่ แต่คนที่รังเกียจเขามีเกือบครึ่งประเทศทั้งด้วยลีลาและเนื้อหานั้น จะมีทาง “รักษารอยแผล” อันเหวอะหวะได้อย่างไร

อีกคำถามหนึ่งสำหรับนักวิเคราะห์ สื่อกระแสหลักและนักวิชาการค่ายต่าง ๆ ก็คือว่าพวกเขาประเมินเศรษฐีอสังหาริมทรัพย์คนนี้ ผิดพลาดไปอย่างมากมายได้อย่างไร

เพราะโพลและบทวิเคราะห์ต่าง ๆ แม้ก่อนเลือกตั้งหนึ่งวันก็ยังให้ฮิลลารี คลินตันเป็นผู้ชนะอย่างปราศจากข้อสงสัย

หรือเป็นจริงที่ว่าทรัมป์สามารถกระตุ้นให้ “คนอเมริกันที่ถูกลืม” (The Forgotten Americans) ที่เป็นคนระดับทำงาน หาเช้ากินค่ำ ไม่มีความหวังในการเมืองระดับชาติมาสนับสนุนเขาให้เกิด “ความเปลี่ยนแปลง” การเมืองวอชิงตันให้หันมาสนใจปัญหาของพวกเขา

ละม้ายกับ “The Silent Majority” (“เสียงเงียบงันของคนส่วนใหญ่”) ในยุคของ ริชาร์ด นิกสัน ที่ก่อให้เกิดกระแสนิยมในการเลือกตั้งยุคนั้น

ไม่ต่างกับความหวังของคนอเมริกันจำนวนไม่น้อย ที่เชื่อในแนวทางหาเสียง “Change We Can Believe in” ของบารัก โอบามาเมื่อ 8 ปีก่อนจนได้คะแนนนิยมอย่างถล่มทลาย

หรือ 8 ปีของ “ผู้นำผิวดำคนแรกของอเมริกา” ไม่ได้ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมเพียงพอ จนต้องฝากความหวังไว้กับ “เศรษฐีผิวขาวไร้ประสบการณ์การเมือง” ที่ชื่อทรัมป์เข้ามา “Make America Great Again”

โดยไม่ยอมให้ความไว้วางใจกับฮิลลารี คลินตัน ที่เก๋าในกลเกมการเมืองมาหลายสิบปี จนทำให้เกิดความสงสัยคลางแคลงในความจริงใจและสัตย์ซื่อ

ถึงขั้นที่แม้บารักและสตรีหมายเลขหนึ่งอย่างมิเชล โอบามา ออกมาระดมช่วยหาเสียงอย่างเต็มที่ ก็มิอาจจะสวนคลื่นแห่งความไม่พอใจของชนชั้นคนทำงาน ที่เก็บความไม่พึงใจต่อการเมืองระดับชาติได้

แม้ชาวลาติโนจะออกมาช่วยหย่อนบัตรให้ฮิลลารีกันคึกคักกว่าทุกครั้ง แต่เสียงคนผิวดำอันเป็นฐานของโอบามาก็แผ่วลง มิอาจยับยั้งกระแสหนุนเนื่องทรัมป์จาก “มะกันเดินดินกินขนมปัง” ที่ต้องการให้ทรัมป์เข้านั่งเก้าอี้ในทำเนียบขาวได้

อเมริกาภายใต้การนำของทรัมป์จะเปลี่ยนโฉมและสำนึกไปอย่างไรไม่มีใครบอกได้ เพราะแม้ทรัมป์เองก็คงจะยังมิอาจบอกสูตรของคำขวัญ “ทำให้อเมริกายิ่งใหญ่อีกครั้ง” (Make America Great Again” ได้

เพราะเมื่อผู้คนได้ยินเสียงตะโกนจากทรัมป์ว่า “America First” ของว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ก็ยังไม่รู้จะตีความว่าอย่างไร

คนอเมริกันอาจถามว่า “คนอเมริกันกลุ่มไหนมาก่อน? และกลุ่มไหนมาทีหลัง?”

คนข้างนอกก็จะถามว่า “ถ้าผลประโยชน์อเมริกามาก่อน ที่ยืนของประเทศอื่น ๆ จะอยู่ตรงไหน?”