สัปดาห์นี้อยากจะแนะนำหนังสือและแนวคิดหนึ่งหนึ่งครับซึ่งเป็นหนังสือและแนวคิดที่น่าสนใจใน
มุมมองของกลยุทธ์และนวัตกรรมหนังสือเล่มดังกล่าวเพิ่งออกวางจำหน่ายเมื่อต้นเดือนตุลาคมชื่อCompeting Against Luck : The Story of Innovation and Customer Choice เขียนโดย Clayton Christensen และพรรคพวกอีกสามคนคุณ Clayton คนนี้ถือเป็นนักคิดระดับโลกปัจจุบันเป็นอาจารย์อยู่ที่ Harvard Business School และได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสองสุดยอดกูรูทางด้านการจัดการของโลกคู่กับ Michael Porter (จากเว็บthinkers50.com)
Clayton นั้นสร้างชื่อจากการแนะนำแนวคิดเรื่องของ Disruptive Innovation ที่ในปัจจุบันเวลาเราไปไหนมักจะได้ยินแต่คำว่าDisrupt นั้นก็มาจากแนวคิดของ Disruptive Innovation ของClayton เขาล่ะครับมาในหนังสือเล่มใหม่นั้นเขานำเสนออย่างละเอียดถึงอีกหนึ่งวิธีคิดครับและวิธีคิดในอีกมุมมองหนึ่งเพื่อที่จะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จทั้งในด้านนวัตกรรมและกลยุทธ์ครับ
ผลการศึกษาจาก McKinsey พบว่าร้อยละ84 ของผู้บริหารที่ระดับว่านวัตกรรมเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญอย่างมากต่อการเติบโตขององค์กรอย่างไรก็ดีร้อยละ94 ของผู้บริหารกลับยังไม่พอใจต่อความสามารถทางด้านนวัตกรรมขององค์กรทำให้ความสำเร็จของนวัตกรรมจำนวนมากจึงขึ้นอยู่กับโอกาสและโชค
นอกจากนี้ในยุคที่เรามีข้อมูลกันอย่างมากมายมหาศาลและองค์กรต่างๆก็หวังพึ่งเรื่องของ Big Data / Analytics ในการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆที่มีอยู่เพื่อหาแนวทางในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆแต่ปัญหาของการขุดเข้าไปในข้อมูลเหล่านี้ก็คือข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้บอกอย่างแท้จริงว่าลูกค้าตัดสินใจซื้อเพราะอะไร
สิ่งที่ Clayton นำเสนอในหนังสือเล่มนี้คือเป็นอีกมุมหนึ่งในการหาว่าลูกค้าซื้อสินค้าหรือบริการเพราะอะไรและจากมุมดังกล่าวองค์กรก็สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เหมาะสมมาเพื่อตอบสนองต่อสิ่งที่ลูกค้าต้องการอย่างแท้จริง
Clayton เสนอว่าเราซื้อสินค้าหรือบริการนั้นจริงๆ แล้ว เราไม่ได้ต้องการตัวสินค้าหรือบริการดังกล่าวแต่เราต้องการนำสินค้าหรือบริการนั้นมาใช้ในการทำงานบางอย่างให้สำเร็จถ้าสินค้าหรือบริการดังกล่าวทำงานตามที่เราต้องการได้ดีเราก็ซื้อต่อแต่ถ้าทำงานได้ไม่ดีเราก็เลิกซื้อสินค้าหรือบริการดังกล่าวอีกซึ่งแนวคิดนี้ Clayton เรียกว่าเป็นJ obs to be done
ตัวอย่างง่ายๆคือการที่ท่านอ่านหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจอยู่นี้จริงๆแล้วอะไรคือ Jobs to be done ที่ท่านต้องการ? ท่านอ่านเพราะอยากจะอ่านจริงๆ หรือว่าท่านอ่านเพราะต้องการรับรู้ข้อมูลข่าวสารต่างๆหรืออ่านเพราะต้องการนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการคิดและตัดสินใจทางธุรกิจหรืออ่านเพราะต้องการฆ่าเวลา?
หรือท่านที่ส่งบุตรหลานเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยนั้นลองถามตัวเองจริงๆ นะครับว่าอะไรคือ Jobs to be done ที่ท่านต้องการจากมหาวิทยาลัยใช่เพียงแค่ให้บุตรหลานมีความรู้หรือต้องการให้เขาได้รับประสบการณ์ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตหรือต้องการให้เขาได้รับการยอมรับในสังคมหรือต้องการให้เขามีเพื่อนต่อไปในอนาคตฯลฯ
การมองสิ่งต่างๆ ในมุมมองของ Jobs to be done นั้นจะทำให้เรามีมุมมองต่อเรื่องราวต่างๆ ที่แตกต่างออกไปรวมทั้งมุมมองต่อการคิดในด้านของลูกค้าและคู่แข่งขันที่แตกต่างออกไปและนำไปสู่การคิดค้นใหม่ๆเพื่อสามารถตอบสนองต่อความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าได้
เป็นไปไม่ได้ที่จะย่อหนังสือทั้งเล่มให้มาอยู่ในบทความนี้แต่ถ้าท่านกำลังมองหาหนังสือดีๆที่มีทั้งหลักการแนวคิดรวมทั้งตัวอย่างในอุตสาหกรรมที่หลากหลายที่จะจุดประกายและวิธีคิดในด้านนวัตกรรมและกลยุทธ์นั้นผมก็ขอแนะนำหนังสือเล่มนี้รวมทั้งแนวคิดเรื่องของ Jobs to be done ของ Clayton และพรรคพวกครับเชื่อว่าจะทำให้หลายๆท่านสามารถก้าวข้ามและก้าวพ้นกับดักของนวัตกรรมที่กำลังเผชิญอยู่ได้






