วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สงครามยึดทำเนียบขาว : นับถอยหลังไม่ถึง 48 ชั่วโมง

อีกไม่ถึง 48 ชั่วโมงก็รู้หมู่รู้จ่า ว่าใครจะมาเป็นผู้นำ ประเทศมหาอำนาจ

ใหญ่ที่สุดของโลก... ถึงนาทีนี้โพลหลายสำนักล่าสุดบอกตรงกันว่า

ฮิลลารี คลินตันกับโดนัล ทรัมป์ต่างก็หายใจรดต้นคอของกันและกัน

จากที่ฮิลลารีแห่งพรรคเดโมแครต นำทรัมป์แห่งรีพับบลิกันในโพล 8-10% เมื่อเดือนก่อนหลังการดีเบตสามรอบ มาวันนี้ช่วงทิ้งห่างค่อย ๆ หดตัวลง

ถึงวันนี้ในภาพรวม คะแนนนิยมของฮิลลารีนำทรัมป์อยู่ประมาณ 3% ซึ่งในมุมมองของนักวิเคราะห์สถิติแล้วก็คือสูสีคู่คี่ ชนะแพ้กันเส้นยาแดงผ่าแปด

ที่ผมเห็นว่าน่าจะใกล้เคียงความจริงที่สุดคือบทวิเคราะห์ของ CNN เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเปรียบเทียบคะแนน electoral college หรือคะแนนของ “คณะผู้เลือกตั้ง” จากแต่ละรัฐซึ่งตามระบบการเลือกตั้งของสหรัฐฯ คือตัวตัดสินว่าใครแพ้ใครชนะ

ไม่ใช่คะแนนที่ประชาชนไปหย่อนบัตรแต่ละคนที่เรียกว่า popular votes

มีความเป็นไปได้ที่คนที่ชนะ popular votes แต่แพ้เลือกตั้งเพราะแพ้ electoral college

คะแนน electoral college ทั้งหมดที่ 538 เสียงจากทุกรัฐรวมกัน 50 รัฐบวก District of Columbia (DC)

แต่ละรัฐมีคะแนน electoral college ไม่เท่ากัน ต่ำสุดมี 3 เสียง ใหญ่สุดมี 55 (แคลิฟอร์เนีย)

เมื่อรวมกันมี 538 เสียงก็แปลว่าใครได้ 270 เสียงก็ชนะการเลือกตั้ง ได้เป็นประธานาธิบดี

ซีเอ็นเอ็นประเมินจากการสำรวจทิศทางการลงคะแนนเสียงว่า ณ วันนี้ฮิลลารีได้แน่ ๆ แล้ว 268 ขณะที่ทรัมป์ได้ชัวร์ ๆ แล้ว 204 เสียง

อีก 66 เสียงของ electoral college อยู่ในรัฐที่ยัง “แกว่ง” อยู่

ศัพท์การเมืองมะกันเรียกรัฐเหล่านี้ว่า battleground states หมายถึงรัฐที่ยังเป็น “สมรภูมิ” คือยังทำสงครามพันตูกันอย่างร้อนแรงถึงนาทีสุดท้าย

จึงไม่ต้องสงสัยว่าทำไมทั้งฮิลลารีและทรัมป์ จึงไปจ๊ะเอ๋กันในช่วงสัปดาห์สุดท้าย ในหลายรัฐเช่นนอร์ท แคโรไลน่า ฟลอรีด้า โอไอโอ ยูทาห์เป็นต้น

เพราะผู้มีสิทธิเลือกตั้งในรัฐเหล่านี้ หากเทไปข้างไหนในช่วงโค้งสุดท้าย ก็จะเป็นผู้ตัดสินชะตากรรมของทั้งสองฝ่ายได้

แต่ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร ผลพวงที่ตามมาก็ทำให้มาตรฐานการเมืองสหรัฐฯ ที่เคยอ้างตัวเป็นตัวอย่างแห่งระบอบประชาธิปไตย เกิดรอยด่างอย่างน่าเกลียดน่ากลัว เพราะการหาเสียงของทั้งสองฝ่ายใช้ “วิชามาร” กันอย่างดุเดือดรุนแรงโดยเฉพาะทรัมป์ที่ใช้วาทะแบบนักเลง และสาดใส่คู่แข่งด้วยภาษาดิบ ๆ อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองมะกัน

คนอเมริกันไม่น้อยบอกว่ามีความรู้สึก “เซ็ง” และ “สิ้นหวัง” กับคุณภาพการหาเสียงครั้งนี้อย่างยิ่ง

หลายคนบอกว่าไม่ชอบทั้งฮิลลารีและทรัมป์ แต่เมื่อต้องเลือกคนใดคนหนึ่ง ก็จำใจต้องให้คะแนนกับ “คนที่เลวน้อยกว่า”

ผลสำรวจความเห็นคนอเมริกันตอกย้ำความเชื่อของผู้คนไม่น้อยว่า ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะโอนเอียงไปข้างไหน สังคมมะกันก็จะเกิดความแตกแยกกันอย่างรุนแรง แบ่งข้างกันอย่างเห็นได้ชัด และเผลอ ๆ อาจจะไปสู่การฟ้องร้องกันอย่างยืดเยื้อยาวนาน

ฝ่ายทรัมป์ขู่แล้วว่าอาจจะไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งหากตนไม่ได้ชัยชนะ ที่ปรึกษาของเขาอีกบางคนบอกว่าหากฮิลลารีชนะ จะดำเนินการ “ฟ้องร้องเพื่อถอดถอน” (impeachment) ต่อเธอเพราะกรณี “อีเมลส่วนตัว” ในขณะเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ

เกาะติดผลการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ครั้งนี้ทาง Nation TV และโซเชียลมีเดียทุกช่องทางตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปครับ