ยังเป็นที่งุนงงของใครหลายๆคน ที่จู่ๆคนกันเองของฝั่งพรรคเดโมแครต ผู้อำนวยการ FBI ของสหรัฐ
นายเจมส์ โคมีย์ ออกโรงมาเขียนจดหมายถึงสภาคองเกรสว่าได้พบข้อมูลใหม่เกี่ยวกับอีเมล์ของนางฮิลลารี คลินตัน ว่ากันว่าสามีทีมงานระดับมันสมองที่ช่วยการหาเสียงของ นางฮิลลารี คลินตัน ในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้า ส่งไปถึงหญิงสาวลึกลับคนหนึ่ง โดยมีเนื้อหาบางส่วนที่อาจจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ งานนี้เล่นเอาทีมงานฝั่งของนางคลินตันต้องแก้ลำว่าเป็นเหยื่อความลำเอียงของหัวหน้า FBI ท่านนี้ โดยหลายฝ่าย คาดว่านายโคมีย์น่าจะมีหลักฐานที่ลึกไปกว่านี้ ถึงกล้าออกโรงมากล่าวโทษคนกันเองกันอย่างตีแสกหน้า คำถามคือ แล้วเวลาที่เหลืออีก 3-4 วัน จะเกิดอะไรขี้นกับทั้งนางคลินตันและนายทรัมป์ รวมถึงภาพของผลการเลือกต้งน่าจะออกมาหน้าตาอย่างไร
ขอเริ่มจากฝั่งคลินตันก่อน ผมคิดว่านางคลินตันน่าจะขอร้องให้ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ออกโรงกล่าวสุนทรพจน์ถ่ายทอดทั่วประเทศเชียร์ให้ประชาชนชาวอเมริกาเลือกเธอในวันอังคารที่ 8 พฤศจิกายนนี้ ต้องบอกว่า สิ่งนี้อาจจะเป็นทางเดียวที่คะแนนเสียงของเธอยกระดับขึ้นมาเหนือนายโดนัลด์ ทรัมป์ได้ นอกจากนี้ คาดว่าทีมคลินตันต้องหาหลักฐานเด็ดในเรื่องภาษีหรือความล้มเหลวของการตัดสินใจครั้งสำคัญของนายทรัมป์ออกมาเป็นหมัดโจมตีในโค้งสุดท้ายต้องบอกว่าการที่นางคลินตันมาถึงวันนี้ ที่คะแนนเสียงลดลงจนมาใกล้เคียงกับนายทรัมป์ในวันนี้ อาจเป็นเพราะเธอปล่อยหมัดเด็ดวิดีโอการกล่าวดูถูกผู้หญิงของนายทรัมป์เร็วเกินไป โดยปล่อยคลิปก่อนการเลือกตั้งกว่าหนึ่งเดือน ซึ่งนายทรัมป์มีเวลาเหลือเฟือที่จะตอบโต้หมัดดังกล่าวได้อย่างใจเย็น
หันมาด้านนายทรัมป์กันบ้าง ผมคิดว่าสิ่งที่นายทรัมป์จะฉวยโอกาสที่ตนเองมีโมเมนตัมแรงกว่าคู่แข่งในโค้งสุดท้าย ด้วยการโปรโมตนโยบายทางเศรษฐกิจที่ถือว่าไม่เป็นรองนางคลินตัน รวมถึงแก้ลำข้อกล่าวหาที่นางคลินตันต้องประโคมเข้ามาในช่วง 3 วันก่อนการเลือกตั้งอย่างแน่นอน ผมเห็นว่า ยิ่งใกล้วันเลือกตั้งมากเท่าไหร่ นายทรัมป์ก็จะได้เปรียบนางคลินตันมากขึ้น เนื่องจากหากดูจากการดีเบตทั้งสามครั้ง แม้ภาพรวมทรัมป์จะเป็นรอง ทว่าสิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ คือนายทรัมป์มีปฏิภาณมากกว่านางคลินตัน ในการตอบคำถามสดๆ ที่ไม่ได้เตรียมมก่อนขึ้นเวที
หันมาพิจารณาขุมกำลังฝั่งรองประธานาธิบดีของทั้งคู่กันบ้าง ผมคิดว่าไม่มีใครปฏิเสธว่านายไมค์ เพนซ์ คู่หูของนายทรัมป์ดูโดดเด่นกว่า นายทิม เคน เพื่อนร่วมทีมของนางคลินตันอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะวัดกันในเหลี่ยมไหนก็ตาม ทั้งนี้ โมเมนตัมของนายทรัมป์ตอนนี้ถือว่าแรงเป็นรองน้องๆว่าฝ่าย Out ของการทำประชามติ Brexit ไม่มากมายสักเท่าไหร่
สำหรับในแง่ของผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยนั้น ด้านตลาดเงินตลาดทุน แน่นอนว่าในช่วงสั้นๆ หากนายทรัมป์เกิดชนะขึ้นมา คงจะผันผวนมาก ทว่าหากเวลาผ่านไปเล็กน้อย ผมคิดว่าตลาดไทยน่าจะได้ผลดีกว่าในกรณีที่นางคลินตันชนะ เนื่องจากเบื้องหลังของทรัมป์มีกุนซือมือดี อย่างนายจอห์น พอลสัน นายปีเตอร์ ธีล และนายเรย์ ดาลิโอ เชี่ยวชาญด้านการลงทุนในตลาดเงินตลาดทุนไม่แพ้นายวอร์เรน บัฟเฟต์ อีกทั้งงบการสร้างสาธารณูปโภคที่มากมายน่าจะขับเคลื่อนตลาดในภูมิภาคแถบบ้านเราได้โดยเฉพาะในวันที่ QE เริ่มอ่อนแรงต่อตลาดทุน รวมถึงการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐอาจจะชะลอออกไป เนื่องจากนางเจเน็ต เยลเลน อาจต้องฟังฝั่งรัฐบาลมากขึ้น
ส่วนด้านเศรษฐกิจจริงนั้น ผมคิดว่าหากนางคลินตันขึ้นเป็นประธานาธิบดี อาจจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยมากกว่าเล็กน้อย เนื่องจากมีนโยบายปกป้องทางการค้าน้อยกว่านายทรัมป์เล็กน้อย อย่างไรก็ดี นางคลินตันคงจะทำอะไรได้ไม่มาก เนื่องจากสภาคองเกรสนั้น เสียงส่วนใหญ่น่าจะเป็นฝั่งของพรรครีพับลิกันมากกว่า
ท้ายสุด แล้วผลการเลือกตั้งในครั้งนี้ที่เหมือนมวยคู่ผีเน่าปะทะโรงผุ จะเป็นเช่นไร ผมเชื่อว่ามีโอกาสเกินครึ่งที่การนับผลคะแนนจะไม่จบภายใน 1-2 วัน เหมือนสมัยนายอัล กอร์กับนายจอร์จ บุช เมื่อปี 2010 โดยอาจจะไม่นานเป็นเดือนๆ เหมือนที่นายบุชชนะแบบเส้นยาแดงผ่าแปดในฟลอริดา ทว่าน่าจะกินเวลาหลายวันอยู่
ส่วนใครจะเป็นผู้ชนะหรือครับ งานนี้ ผมว่าคนที่เกลียดทรัมป์.. อาจจะถึงกับต้องทำใจครับ









