อเมริกากำลังเสื่อม ...?

อเมริกากำลังเสื่อม ...?

ผมอยู่ในสหรัฐอเมริกาในช่วงเวลาเลือกตั้งประธานาธิบดีกว่าสิบครั้งนับตั้งแต่ปี 2507การหาเสียงเลือกตั้งแต่ละครั้งมีความแตกต่าง

กันเนื่องจากบริบทเปลี่ยนไปตามปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเมืองและสังคมและภูมิหลังของผู้สมัครจากสองพรรคใหญ่ในการหาเสียงเลือกตั้งซึ่งกำลังเข้มข้นอยู่ในขณะนี้มีการโจมตีกันด้วยเรื่องส่วนตัวตามด้วยการใช้ข้อกล่าวหาที่ขาดข้อมูลสนับสนุนสูงมากเป็นประวัติการณ์

นางฮิลลารี คลินตัน เป็นสตรีคนแรกในประวัติศาสตร์ที่เป็นตัวแทนของพรรคใหญ่ การจะได้เป็นตัวแทนของพรรคนั้นยากยิ่งเพราะจะต้องชิงกับคู่แข่งหลายคน เธอเอาชนะได้ด้วยปัจจัยหลายอย่างรวมทั้งประสบการณ์ทางการเมือง การเป็นภรรยาของยอดเซียนการเมืองบิล คลินตันและการสนับสนุนของมหาเศรษฐีจำนวนมากในภาคการเงิน

นางคลินตันมิได้เข้าสู่วงการเมืองโดยตรงจนกระทั่งหลังสามีลงจากตำแหน่งประธานาธิบดีเริ่มจากการชนะการเลือกตั้งในรัฐนิวยอร์กเข้าสู่วุฒิสภาของรัฐบาลกลางเมื่อปี 2544หลังชนะการเลือกตั้งซ้ำอีกครั้ง เธอสมัครเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีแต่ไม่สำเร็จ นางคลินตันดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิกไม่ครบวาระเนื่องจากได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ เธอดำรงตำแหน่งนี้อยู่ 4ปีกว่าจึงลาออกเมื่อต้นปี 2556 เพื่อมาวางฐานสำหรับการเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นครั้งที่สองในช่วงที่ไม่มีตำแหน่งทางการเมืองนั้น นางคลินตันมักได้รับเชิญไปพูดในการประชุมต่าง ๆ ซึ่งผู้จัดจ่ายเงินให้ครั้งละนับล้านบาท การจ่ายเงินให้ผู้มีชื่อเสียงไปพูดในการประชุมมิใช่ของแปลกในสหรัฐเนื่องจากชาวอเมริกันมองว่าอยู่ในกรอบอันชอบธรรมของระบบตลาดเสรี

อย่างไรก็ดี นางคลินตันถูกโจมตีมากจากการไปพูดในการประชุมของนายธนาคารซึ่งมีรายงานว่าจ่ายเธอชั่วโมงละราว 7 ล้านบาทซึ่งสูงกว่าปกติมาก เธอไม่ยอมเปิดเผยว่าไปพูดอะไรทำให้ถูกมองว่าเธอขายตัวให้แก่ภาคการเงินซึ่งสร้างปัญหาหลายอย่างดังที่คอลัมน์นี้พูดถึงแล้วแต่การถูกมองเช่นนั้นไม่สร้างปัญหาสาหัสจนกระทั่งเมื่อเนื้อหาของปาฐกถาถูกขโมยออกมาเปิดเผย เนื้อหานั้นชี้ชัดว่าจุดยืนของเธอในบางประเด็นต่างกับจุดยืนที่เธอประกาศต่อหน้าสาธารณชน เรื่องนี้เสริมข้อกล่าวหาที่มีมานานว่าเธอเป็นคนเชื่อถือไม่ได้เพราะมักตีสองหน้าและโกหกมาตลอด

นายโดนัลด์ทรัมป์ เป็นนักธุรกิจที่ไม่เคยมีประสบการณ์ทางการเมือง ปัจจัยหลักที่ทำให้เขาได้รับเลือกเป็นตัวแทนของพรรคใหญ่ได้แก่ความคับข้องใจของชาวอเมริกันจำนวนมาก ความคับข้องใจส่วนใหญ่เกิดจากความซบเซาทางเศรษฐกิจหลังวิกฤติปี 2551และความคาดหวังอันเกิดจากการถูกล้างสมองว่าพวกเขาต้องมีทุกอย่างเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจึงจะมีความสุขต้นตอของวิกฤติได้แก่การเล่นแร่แปรธาตุทางการเงินแบบไร้จรรยาบรรณในภาคการเงิน ความคับข้องใจนั้นสูงมากจนทำให้ชาวอเมริกันนับล้านคนมองข้ามความบกพร่องของนายทรัมป์ทั้งทางด้านนโยบายและทางด้านพฤติกรรมส่วนตัว

ทางด้านนโยบาย นายทรัมป์มักไม่พูดออกมาอย่างแจ้งชัดว่าจะแก้ปัญหาต่าง ๆ อย่างไร เขาเปลี่ยนจุดยืนบ่อยและมักหลีกเลี่ยงการตอบคำถามด้วยการโจมตีฝ่ายตรงข้ามแทน หรือไม่ก็โวยวายว่าสื่อลำเอียง ในด้านส่วนตัว เขามีประวัติยาวนานเรื่องการมุ่งเอาเปรียบบุคคลและสังคม เขาหลีกเลี่ยงภาษี คุกคามสตรีและเหยียดหยามผิว เมื่อจนแต้มทีไร เขาก็ใช้วิธีโจมตีผู้อื่นโดยเฉพาะอดีตประธานาธิบดีคลินตันซึ่งเคยมีเรื่องนอกใจภรรยา บางครั้ง นายทรัมป์ถึงกับกล่าวหาว่านางคลินตันมีส่วนเอื้อให้สามีนอกใจ หรือไม่ก็ข่มขู่หญิงที่เป็นชู้กับสามีการหาเสียงแบบนี้ไม่เคยมีมาก่อน

นอกจากตัวอย่างที่อ้างถึงแล้ว ยังมีข้อมูลอีกมากที่บ่งชี้ว่าผู้สมัครของสองพรรคใหญ่ซึ่งคนหนึ่งจะเป็นประธานาธิบดีหากไม่มีอุบัติเหตุเสียก่อนมีปัญหาทางด้านจรรยาบรรณขั้นร้ายแรง ด้วยเหตุนี้ สิ่งที่ชาวอเมริกันมักพูดเชิงขำขันว่า การเลือกตั้งเป็นการเลือกปีศาจตัวที่เลวร้ายน้อยกว่า จะไม่ใช่เรื่องขำขันอีกต่อไป ชาวอเมริกันคงจะได้ประธานาธิบดีซึ่งมีลักษณะของปีศาจร้ายจริง ๆ ทำให้มีคำถามตามมาว่าอเมริกากำลังเสื่อมใช่ไหม? ถ้าอเมริกากำลังเสื่อม อะไรจะเกิดขึ้นต่อไป? เตรียมตัวกันไว้บ้างน่าจะดีกว่าการเอาแต่ก่นด่าอเมริกาใช่ไหม?