'อย่าล้อมกรอบ' โลกเสรีของอินเทอร์เน็ต

'อย่าล้อมกรอบ' โลกเสรีของอินเทอร์เน็ต

ร่างแก้ไขพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

 ซึ่งอยู่ในวาระการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ใกล้แล้วเสร็จและมีผลบังคับใช้ในไม่ช้า หากประชาชนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต นักกฎหมาย ผู้ให้บริการ ภาคเอกชน ยังคงกังวลและแสดงความห่วงใยต่อร่างแก้ไขล่าสุด ฉบับ 30 ก.ย.2559 ว่าจะออกมาเชิงลบมากกว่าบวก โดยเฉพาะประเด็นเสรีภาพทางการแสดงออก และการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัว

เวทีรับฟังความคิดเห็น “ชีวิตออนไลน์ ไปทางไหนดี” จัดโดย มูลนิธิอินเทอร์เน็ตและวัฒนธรรมพลเมือง แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล และโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ เปิดเวทีถกกันเรื่องนี้ สะท้อนเสียงจากภาคประชาชน นักวิชาการ เอกชน 

ประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมา และแสดงความเป็นห่วง คือ สนช.จะเสร็จสิ้นการพิจารณาทบทวนร่างแก้ไขปลายเดือน ต.ค.นี้แล้ว แต่มีคนจำนวนไม่น้อยยังไม่ทราบถึงข้อเท็จจริงดังกล่าว และยังไม่ค่อยมั่นใจว่า กฎหมายนี้จะเข้ามาคุ้มครองความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ สิทธิความเป็นส่วนตัว เสรีภาพในการแสดงออก ตลอดจนเศรษฐกิจยุคดิจิทัลในรูปแบบไหน 

“คณาธิป ทองรวีวงศ์” นักวิชาการกฎหมายสิทธิส่วนบุคคล และคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น เห็นว่า ร่างฉบับนี้ยังมีปัญหาอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะประเด็นผลกระทบสิทธิส่วนบุคคล อย่างมาตรา 14 (1) จากการเข้าไปควบคุมด้านเนื้อหา ซึ่งผิดไปจากเจตนารมณ์เดิม ที่ให้ความสำคัญกับคอมพิวเตอร์พลวัติ สแกมมิ่ง ฟิชชิ่ง

โดยปัญหาเดิมที่เกิดขึ้นแล้วกับพ.ร.บ.ใหม่ประกอบด้วย ปัญหาเกี่ยวกับแนวคิด ทัศนคติว่า การกระทำความผิดที่เกิดขึ้นทางระบบคอมพิวเตอร์ หรือที่เกี่ยวข้องกับระบบคอมพิวเตอร์ จะต้องอยู่ภายใต้พ.ร.บ.คอมพ์ อันส่งผลให้เกิดปัญหาตามมา เช่น การบัญญัติความผิดเกี่ยวกับเนื้อหาเช่นหมิ่นประมาท ให้เป็นอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งโดยหลักแล้วไม่ใช่ อีกทั้งมีกฎหมายอื่นครอบคลุมอยู่แล้ว

อีกประเด็นที่น่าเป็นห่วงยังมีเรื่องการตีความและการปรับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะในสื่อสังคมออนไลน์ ว่าพฤติกรรมนั้นเป็น “ตัวการ” สำหรับการนำเข้าสู่ระบบ การตีความว่าพฤติกรรมบางอย่างเป็นการ “เผยแพร่หรือส่งต่อ” เช่น การกดไลค์

ปัญหาดังกล่าวหากพิจารณาตามหลักกฎหมายอาญาเรื่องเจตนาตัวการแล้ว จะเห็นได้ว่าหลายกรณีไม่มีเจตนาและไม่สามารถถือว่าเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดได้ ฉะนั้นการตีความและปรับใช้กฎหมายอาจมีปัญหาต่อไปใน พ.ร.บ.ฉบับใหม่

ร่างแก้ไขควรเป็นไปตามความเป็นจริงของโลกดิจิทัลปัจจุบัน กรอบหลักการทางกฎหมาย และมาตรฐานทางกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่เช่นนั้นมีโอกาสส่งผลกระทบเชิงลบ เสรีภาพการแสดงออกของสื่อ การเจริญเติบโตเศรษฐกิจยุคดิจิทัลและสถาบันการเงิน

ยังมีอีกหลายๆ ประเด็น ที่หลายๆ กลุ่มยังแสดงความกังวลในเนื้อหาของ พรบ.คอมพ์ ฉบับนี้ สำคัญที่สุดต้องอย่าละเมิดสิทธิเสรีภาพผู้ใช้งาน ขณะเดียวกันต้องอย่าจำกัดสิทธิ ต้องบาลานซ์กันให้ดี เพราะเราอยู่ในยุคโลกเสรีของอินเทอร์เน็ต เป็นยุคที่รัฐบาลหมายมั่นปั้นมือ ให้ประเทศก้าวสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัล หากกฏหมาย ส่งสัญญาณจำกัดสิทธิ ละเมิดความเป็นส่วนตัว นโยบายที่กำหนดเอาไว้อย่างสวยหรูคงยากที่จะสัมฤทธิ์ผล