หวังประโยชน์จากแจ็ค หม่า อย่าลืมมองรอบด้าน

หวังประโยชน์จากแจ็ค หม่า อย่าลืมมองรอบด้าน

ความตื่นเต้น ที่“แจ๊ค หม่า” ผู้ก่อตั้ง และประธานกลุ่มบริษัทอาลีบาบา

 ได้มาไทย พร้อมบรรยายพิเศษให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของไทยในหัวข้อ “Entrepreneurship and Inclusive Globalization” ที่กระทรวงการต่างประเทศ และบรรลุข้อตกลงร่วมรัฐบาลไทยผลักดันเอสเอ็มอี โดยตั้งคณะทำงานร่วม 2 ฝ่าย หนุนภาพรวมอีคอมเมิร์ซไทยให้มีสีสันขึ้น แต่ผู้ประกอบการไทยแสดงความกังวล ถึงการขยายอาณาจักรอาลีบาบาในไทย หลังจากกูเกิล เฟซบุ๊ค และไลน์ ต่างรุกเข้ามาครอบครองโลกออนไลน์ โซเชียลจนเต็มพื้นที่ไปส่วนหนึ่งแล้ว

งานนี้ นักวิเคราะห์ประจำไอดีซี ประเทศไทย มีมุมมองบวกระดับประเทศต่อความร่วมมือในภาพรวม แต่ในมุมผู้ประกอบการยิ่งเปิดเสรีมาก ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสสำหรับการค้าขาย ที่มาพร้อมความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งเป็นจุดที่ต้องเตรียมพร้อมให้ดีก่อน โดยการเปิดโอกาสให้ยักษ์อีคอมเมิร์ซเข้ามาแชร์ความรู้ เทคโนโลยี ในแง่ดีเป็นการเพิ่มประสบการณ์และช่องทางใหม่ๆ ให้ผู้ประกอบการในไทยที่จะมีโอกาสขยายธุรกิจของตัวเองผ่านเครือข่ายของอาลีบาบาไปยังตลาดอื่นๆ ได้ง่ายมากขึ้น แต่ไทยยังเป็นตลาดใหม่สำหรับอีคอมเมิร์ซ และผู้ประกอบการยังไม่มีความชำนาญจะกลายเป็นการพึ่งพาอาลีบาบามากเกินไป ทั้งยังเปิดช่องให้ผู้ประกอบการของจีนหลั่งไหลเข้ามาในตลาดไทยได้ง่ายกว่าเดิม ซึ่งเป็นข้อเสียของการที่เปิดกว้างมากไป ต้องพิจารณาให้ดีด้วยว่าความร่วมมือออกมาในมุมที่เป็นประโยชน์หรือผลเสียมากกว่ากัน

ส่วนนายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย ยอมรับถึงการเข้ามาของอาลีบาบาสร้างแรงสั่นสะเทือนให้อีคอมเมิร์ซไทย รวมถึงสตาร์ทอัพ ฟินเทคอย่างมาก โดยเฉพาะแนวโน้มการผูกขาดอยู่กับแพลตฟอร์มอาลีบาบาแพลตฟอร์มเดียว นับเป็นภัยคุกคามที่เห็นได้ชัด อีคอมเมิร์ซไทยเตรียมแพ้ได้เลย หากจะทำให้อยู่รอดได้ รัฐต้องทำให้ผู้ประกอบการเชื่อมต่อได้หลายแพลตฟอร์มเช่นเดียวกับมาเลเซียทำ การเข้ามาของอาลีบาบานั้น ผู้ได้ประโยชน์เป็นการส่งออกสินค้าไปขายที่จีน

กระแสหวั่นไทยถูกครอบงำโดยอีคอมเมิร์ซจีนนั้นมีแรง การทำธุรกิจของไทยก็จะไม่ก้าวไปไหน บริการเกี่ยวเนื่องทั้งระบบก็สะดุด เพราะทำต้นทุนแข่งกับอาลีบาบาไม่ได้ ซัพพลายเออร์ไทยมีโอกาสตายลงไปทีละราย จนในที่สุดก็จะหาผู้ผลิตของตามสเปคไม่ได้ จบอนาคตข้างหน้าลงในวันนี้ จบการเสริมสร้างความเข้มแข็งของธุรกิจไทยในอนาคตลงโดยไม่ต้องเริ่มสู้ การเอื้อรายใหญ่ในวันนี้ เป็นการขีดเส้นจุดจบของรายเล็กโดยไม่ต้องอาศัยมือคนอื่น

การส่งเสริมธุรกิจไทยให้อยู่ได้ ต้องมองให้รอบคอบ รอบด้าน หลากหลายแพลตฟอร์ม ถ้าเห็นรายใหญ่จากต่างประเทศมีของดีแล้วไปดึงเข้ามา พร้อมเอื้อประโยชน์นานาให้เขาไป โดยได้ผลตอบแทนหวือหวา ฮือฮาชั่วคราว สุดท้ายแล้ว ผู้ประกอบการไทยที่ต้องเสียภาษีเข้ารัฐตัวจริงกลับหมดกำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ แล้วจะทำอย่างไรกันต่อ เรื่องนี้คงต้องฝากการบ้านรัฐบาลพิจารณาให้รอบด้าน

การดึงต่างชาติเข้ามา หวังพึ่งพาเทคโนโลยี และประสบการณ์ของเขา ซึ่งมุมหนึ่งจะสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศ แต่อีกมุมหนึ่งต้องดูว่า ผลประโยชน์ที่เขาให้นั้น คุ้มค่ากับสิ่งที่เขาเก็บเกี่ยวไปหรือไม่ และทิ้งสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ประเทศเรามากเพียงใด การเข้ามาครั้งนี้สร้างศูนย์วิจัยและพัฒนาทำวิจัยร่วมกันบ้างไหม เกิดการจ้างงานในประเทศมากน้อยเพียงใด หรือเราจะต้องใช้เงินเพื่อส่งคนไปฝึกอบรมที่สำนักงานของเขาอย่างเดียว เงินทอง รายได้โบยบินออกนอกทั้งหมด แล้วภาษีที่รัฐเคยคิดจะเก็บจากเว็บอีคอมเมิร์ซ หรือธุรกิจออนไลน์ โซเชียลต่างๆ จะเป็นอย่างไร จะเก็บได้หรือ เรื่องแบบนี้ต้องคิดกว้างๆ ไกลๆ ยังไม่สายที่จะคิด จะปรับเปลี่ยน