ลุ้นเงินลงทุนยาว 'คัมแบ็ค'หุ้นไทย

ลุ้นเงินลงทุนยาว 'คัมแบ็ค'หุ้นไทย

ระหว่างรอพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ฉบับแก้ไขมีผลบังคับใช้

 สำนักงานสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ก็ทยอยลงดาบ บริษัทจดทะเบียนและบุคคล ในแวดวงตลาดเงินตลาดทุนต่อเนื่อง 

ผ่านมาเดือนกว่าลงดาบแล้ว ไม่ต่ำกว่า 5 รายการ

แอคชั่นถี่รอบนี้ แน่นอนว่า ส่วนหนึ่งอาจต้องการสร้างความมั่นใจ ให้เหล่านักลงทุนทั้งในและนอกประเทศ และอาจต้องการดึง Fund Flows ถือยาวกลับมา โดยเฉพาะเหล่ากองทุนขนาดใหญ่

หลังตลาดหุ้นไทยในช่วงที่ผ่านมา “ขึ้นลงแรง” ตาม “เงินร้อน” ของนักลงทุนต่างชาติ ที่เข้าออกตามแรงกระเพื่อมนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลัก โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐ (FED) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) รวมถึงปัจจัยภายในประเทศ

ในฟากของรัฐ ก็เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง ด้วยการเคาะแผนลงทุนโครงการพื้นฐานง ควบคู่กับการเดินหน้าพัฒนาประเทศ ภายใต้รหัส “ไทยแลนด์ 4.0” (เน้นพัฒนา นวัตกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิจัยและพัฒนา เป็นต้น ต่อยอดในกลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมเป้าหมาย)

ล่าสุด สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มอบนโยบาย 3 เรื่อง ให้กับสำนักงาน ก.ล.ต. โดยจะต้องมีความชัดเจนภายใน 3 เดือน หนึ่งในนั้น คือ หาช่องทางการสนับสนุนการระดมทุนของ ธุรกิจสตาร์ทอัพ ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้

เรื่องราวส่วนหนึ่งเหล่านี้ ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะทำให้เงินลงทุนระยะยาวคัมแบ็คตลาดหุ้นไทย แต่ดูเหมือนไม่ใช่เรื่องง่ายในยามนี้ เพราะช่วงที่เหลือของปีนี้ ยังมีปัจจัยเสี่ยงคอยกดดันตลาดหุ้นต่อเนื่อง

บล.ทิสโก้ ระบุว่าความเสี่ยงที่คอยกดดันตลาดหุ้นทั่วโลก คือ

    1. FED อาจพิจารณาปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างน้อย 1 ครั้ง ซึ่งอาจเกิดขึ้นในเดือนธ.ค.( FED เหลือการประชุมสองรอบ คือ เดือนพ.ย.และธ.ค.) หากมติออกมาเป็นเช่นนั้น ตลาดหุ้นทั่วโลกคงตกอยู่ในอาการผันผวน

    2. การทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญของอิตาลี ในช่วงปลายเดือนต.ค.นี้ หากไม่ผ่านความเห็นชอบจากประชาชน อาจจุดชนวนให้เกิดการล้มรัฐบาล และเปิดโอกาสให้พรรค Five Star Movement (M5S) ที่มีนโยบายต่อต้านสหภาพยุโรปชนะการเลือกตั้ง เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

    3. ความไม่แน่นอนทางการเมืองของสหรัฐอเมริกา หลังรเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในวันที่ 8 พ.ย.นี้ เป็นต้น