ในปี พ.ศ.2548 ผมและนักวิชาการรุ่นใหม่จำนวนหนึ่งได้เป็นคณะทำงาน ในการจัดตั้ง “สำนักงานพัฒนานโยบายสาธารณะ”
โดยผมในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการสำนักงานพัฒนานโยบายสาธารณะซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยรัฐบาลขณะนั้นให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนานโยบายสาธารณะ ซึ่งพันธกิจของสำนักงานพัฒนานโยบายสาธารณะจะเป็นกลไกใหม่ที่จะสนับสนุนให้เกิดกระบวนการการจัดนโยบายสาธารณะแนวใหม่
รวมทั้งการดำเนินการได้เกี่ยวกับนโยบายของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลมากขึ้น และในขณะนั้น เราได้พยายามทำยุทธศาสตร์ชาติระยะยาวแต่ไม่ได้รับความสนใจจากผู้มีอำนาจทางการเมืองในขณะนั้นเนื่องจากต้องผวักผวนอยู่กับแก้ปัญหาวิกฤตการณ์ทางการเมืองเฉพาะหน้าวันต่อวัน หากไม่มีวิกฤตการณ์ทางการเมืองในวันนั้นและ “สำนักงานพัฒนานโยบายสาธารณะ” ไม่ถูกยุบไปในสมัยรัฐบาล คมช สำนักงานพัฒนานโยบายสาธารณะก็จะทำหน้าที่ดังต่อไปนี้
- การกำหนดนโยบาย สำนักงานฯจะดำเนินการศึกษาเพื่อวิเคราะห์และสังเคราะห์ทางเลือกเชิงนโยบาย (Policy Options) ให้แก่ฝ่ายบริหารประเทศ โดยจะเป็นหน่วยยุทธศาสตร์และแผนฯ เพื่อสนับสนุนการดำเนินนโยบายของรัฐบาล รวมทั้งการสร้างเครือข่ายกับองค์กรเชิงนโยบายที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาฐานข้อมูลสำหรับการดำเนินงานวิจัยและพัฒนานโยบาย
- การพัฒนานักนโยบายสาธารณะ รัฐบาลโดยสำนักงานฯต้องการเปิดโอกาสให้นักนโยบายสาธารณะที่มีความรู้ความสามารถ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่วิสัยทัศน์ก้าวหน้ากว้างไกลได้เข้ามาร่วมทำงาน โดยใกล้ชิดกับนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี หรือ ผู้ช่วยรัฐมนตรี ในภารกิจทางนโยบายที่เป็นสถานการณ์จริง (Apprenticeship)
- การแปลงและบริหารนโยบาย เมื่อมีนักนโยบายสาธารณะที่ได้รับการพัฒนาและมีประสบการณ์เรียนรู้อย่างเข้มข้นจำนวนมากเพียงพอแล้ว สำนักงานฯโดยนักพัฒนานโยบายที่มาจากทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชน จะดำเนินการวิเคราะห์และสังเคราะห์นโยบายของรัฐบาลทั้งนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา หรือ ที่นายรัฐมนตรีมีดำริในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ โดยกลุ่มนักพัฒนานโยบายฯ จะเสนอทางเลือกยุทะศาสตร์หรือแผน รวมทั้งกลไกบริหารจัดการนโยบายแก่ฝ่ายบริหาร
จากนั้นเมื่อฝ่ายบริหารเห็นชอบแนวยุทธศาสตร์หรือแนวทางที่สำนักงานฯเสนอ นักพัฒนานโยบายฯจะดำเนินการประสานและติดตามการดำเนินการนั้นฯให้บังเกิดผล การดำเนินงานในลักษณะเหมือนหน่วยเสนาธิการ เช่นเดียวกับสำนักงานพัฒนานโยบายสาธารณะที่ตั้งขึ้นมาให้เป็นต้นแบบ (Prototype)นั้น ได้เกิดขึ้น ในหน่วยงานภาครัฐทั่วทุกแห่งทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นเพื่อเป็นการสร้างกลไก ที่ทรงประสิทธิผลในการนำนโยบายรับบาลไปสู่การปฏิบัติให้เกิดสัมฤทธิ์ผลยิ่งขึ้นต่อไป
- การประเมินนโยบาย สำนักงานฯจะร่วมดำเนินการกับหน่วยงานประเมินที่เป็นกลางเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลการประเมินนโยบายที่จะเป็นประโยชน์ในการวางนโยบายในอนาคต
- การสร้างชุมชนการเรียนรู้ของนักนโยบายสาธารณะ สำนักงานฯได้ดำเนินการพัฒนาความเชื่อมโยงทางสังคมเพื่อเสริมสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ (Learning Community) และการจัดการความรู้แบบบูรราการ (Knowledge Management for Interdisciplinary Public Policies) ของนักนโยบายสาธารณะและเพื่อจัดเตรียมพื้นฐานทรัพยากรบุคคลและความรอบรู้ของนักนโยบายสาธารณะในการทบทวนการเสนอทางเลือกเชิงนโยบายสาธารณะและการริเริ่มทางนโยบายใหม่ๆ
- การสร้างเครือข่ายและการมีส่วนร่วมของประชาชน สำนักงานจะดำเนินการสร้างเครือข่ายด้านประชาสัมพันธ์ พรอมประสานการจัด Policy Event และ Public Opinion Survey รวมทั้งผลิตเอกสารวิชาการและสิ่งพิมพ์ต่างๆ เพื่อเป็นสื่อในการประสานงานสร้างเครือข่าย
- จัดทำยุทธศาสตร์ระยะยาวร่วมกับสำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ภายใต้การกำกับของรัฐบาล
โครงการปฏิรูปประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2559 ภายใต้การดำเนินงานของสำนักงานพัฒนานโยบายสาธารณะเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่ต้องการผลักดันเพื่ออนาคตของประเทศไทยที่ดีกว่า โครงการนี้ครอบคลุมทั้งกิจกรรมสัมมนาทางวิชาการ การสำรวจความคิดเห็นประชาชนเชิงลึกเพื่อให้ทราบความคิดเห็นและความต้องการของประชาชนกลุ่มต่างๆ การศึกษาวิจัยเพื่อเสนอทางเลือกทางนโยบายสาธารณะเพื่อการปฏิรูปประเทศ การรณรงค์เคลื่อนไหวและการสร้างเครือข่ายเพื่อผลักดัน ให้เกิดผลในทางปฏิบัติ
โดยทางโครงการปฏิรูปประเทศไทยได้จัดให้มีการสัมมนาวิชาการครั้งแรกในวันที่ 25 พฤษภาคม 2549 การสัมมนาทางวิชาการครั้งนี้เป็นการนำความคิดของท่านรัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์มาเป็นแนวทางวิเคราะห์เพื่อผลักดันประเด็นปฏิรูปต่างๆให้เหมาะสมกับยุคสมัย การที่นำความคิดของท่านปรีดีมาเป็นจุดเริ่มต้นเพราะถือว่าท่านเป็นผู้นำทางการเมืองในยุคใหม่ที่มีบทบาทในการปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆมาก
โครงการปฏิรูปประเทศไทยที่ผมพลักดันให้เกิดขึ้นนั้นเป็น “การปฏิรูปภายใต้ระบอบประชาธิปไตย” ในทุกๆประเด็นการปฏิรูปที่มีขัดแย้งกันสูง เราเสนอให้ใช้ “ประชาธิปไตยทางตรง” ด้วย “การลงประชามติ” เราไม่สามารถทำให้มีการลงประชามติได้ในเวลานั้น จึงเริ่มต้นหน่ออ่อนของแนวคิดนี้โดยใช้วิธีสำรวจความคิดหรือ Poll ประเด็นการปฏิรูปในด้านต่างๆ
หากมาสำรวจดูยุทธศาสตร์ชาติของรัฐบาลชุดนี้ ยุทธศาสตร์ระยะยาวในลักษณะนี้เคยมีการจัดทำขึ้นโดยรัฐบาลและสำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ. 2547 โดยขณะนั้นจัดทำเป็นเอกสารวิสัยทัศน์ 2570 ซึ่งมีลักษณะเป็นยุทธศาสตร์ชาติระยะยาว แต่ไม่ได้มีรายละเอียดของแผนดำเนินการเช่นเดียวกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่จัดทำขึ้นในปี พ.ศ. 2559
นอกจากนี้ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของสภาพัฒน์ฯในยุคนี้จะมีผลผูกพันตามกฎหมายภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งอาจทำให้มีผลในทางปฏิบัติมากกว่าครั้งใดๆในช่วงที่ผ่านมา เมื่อมีผลผูกพันทางกฎหมายจึงต้องร่างอย่างกว้างๆ เปิดกว้างและคิดอย่างละเอียดรอบคอบ การที่ต้องร่างอย่างกว้างๆนั้นมีความจำเป็นเพื่อให้รัฐบาลที่มาจากประชาชนหลังจากนี้สามารถปรับเปลี่ยนให้ตอบสนองต่อพลวัตในอนาคตโดยดำรงเป้าหมายและวิสัยทัศน์ใหญ่เอาไว้









