วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เราจะสร้าง 'แจ็ค หม่า' ไทยได้อย่างไร?

แจ็ค หม่า เจ้าของอาลีบาบา อันเป็นเครือข่ายธุรกิจออนไลน์ระดับโลก มาเมืองไทย ประกาศว่า

Small is beautiful

Small is powerful

Small is wonderful

เพื่อตอกย้ำรัฐบาลไทย จะต้องลงมือส่งเสริมธุรกิจระดับกลาง และเล็กให้เกิดความแข็งแกร่ง สามารถแข่งขันกับโลกตะวันตกได้อย่างจริงจัง

ผมไม่ได้มองว่าเราจะทำตามที่แจ็ค หม่าพูดมากน้อยเพียงใด และจะทำได้เป็นรูปธรรมหรือไม่ เพราะสิ่งที่เขาเสนอนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ และไม่ใช่เรื่องที่เราไม่รู้ แต่เรายังไม่จัดระบบสังคม กฎหมายและ “เขย่าขวด” อย่างหนักหน่วงจริง ๆ เท่านั้น

เป้าหมายที่เราต้องตั้งไว้ให้ชัดเจนคือ

ประเทศไทยจะสร้าง “แจ็ค หม่า” ของเราเองขึ้นมาได้อย่างไร?

แจ็ค หม่ามาพูดเมื่อวันจันทร์ว่า บางคนเห็นว่าปัญหาที่โลกเผชิญ อย่างทุกวันนี้เป็นเพราะ กระแสโลกาภิวัฒน์ (Globalization) แต่เขาไม่เห็นด้วย ปัญหาอยู่ที่ว่าโลกาภิวัฒน์ ยังเดินไปไม่ถึงจุดสมบูรณ์ เหตุเพราะไม่เปิดโอกาสให้ธุรกิจเล็ก ๆ มีสิทธิ์มีส่วนร่วมอย่างแท้จริงต่างหาก

เขาบอกว่า 20 ปีที่ผ่านมาโลกาภิวัฒน์เอื้อต่อบริษัทใหญ่ ๆ ในประเทศร่ำรวยและที่พัฒนาแล้ว แต่โลกาภิวัฒน์ที่สมบูรณ์ต้องเป็นสิ่งที่ทุกคนมีส่วนร่วม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ บริษัทเล็กๆ ที่จะต้องมีโอกาสเข้าร่วมก้าวไปสู่ความท้าทายใหม่ ๆ ด้วยกัน

แจ็ค หม่าได้ใจผู้ประกอบการทั้งหลายด้วยการประกาศว่าในอีก 20-30 ปีข้างหน้า โลกจะก้าวสู่ภาวะ Small is beautiful. Small is powerful. Small is wonderful

แปลว่า ยิ่งเล็กยิ่งสวยงาม ยิ่งเล็กยิ่งทรงพลัง ยิ่งเล็กยิ่งวิเศษสุด

พูดง่ายๆ คือจะต้องให้ “ตัวเล็ก ๆ” ได้มีโอกาส และ “ตัวใหญ่ ๆ” (รวมทั้งแจ็ค หม่าเองด้วย) จะต้องส่งเสริม เปิดทางและเสียสละเพื่อให้เกิดประโยชน์ของเศรษฐกิจส่วนรวม

เขาบอกด้วยว่าหลายพันปีก่อนมี Silk Road (เส้นทางสายไหม) วันนี้ต้องมี E-Road (เส้นทางอิเล็คทรอนิคส์) เพื่อให้ธุรกิจขนาดเล็กขนาดกลางทำมาค้าขายได้อย่างคล่องตัว

แจ็ค หม่าบอกว่าอีก 20 ปีข้างหน้า อินเตอร์เน็ต จะกลายเป็นของเก่า และในอีก 30 ปีจากนั้น โลกเราจะซื้อ-ขายปลีก ในรูปแบบใหม่ (new retail) คือ online กับ offline และเข้าสู่ยุคการผลิตใหม่ ที่เรียกว่า IoT (Internet of Things) มีระบบการเงินใหม่ที่เริ่มปรากฏโฉมในรูปแบบ FinTech แล้ว

ที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับผมคือคำกล่าวของเขาที่ว่าโลกในยุค IT นั้นเอเชียล้าหลังสหรัฐฯและโลกตะวันตก แต่ต่อไปนี้จะไม่เหมือนเดิม เอเซียสามารถวิ่งได้เร็วเหมือนกบกระโดด (leapfrog)

ยกตัวอย่างว่าเมื่อ 15 ปีที่แล้ว ใครจะเชื่อว่า ธุรกิจ e-commerce ของจีน จะโตเร็วและรุนแรงได้ขนาดนี้ทั้ง ๆ ที่ในช่วงเริ่มต้นโครงสร้างสาธารณูปโภคเพื่อการค้าของจีนอยู่ในสภาพที่แย่สุดๆ

เขาอธิบายว่าในสายตะวันตก e-commerce เปรียบได้แค่เป็น “ของหวาน” แต่ จีน มอง e-commerce เป็น “อาหารจานหลัก” เพราะสหรัฐมีห้างค้าปลีกยักษ์ใหญ่ทุกเมืองทั่วประเทศ อย่าง Walmart, Kmart แต่จีนไม่มีแบบนั้น วิธีคิดและปฏิบัติจึงต่างกัน

ยุคมีคอมพิวเตอร์ในรูปแบบพีซีใหม่ ๆ ชาวไร่ชาวสวนไม่มีใช้ ไม่เข้าใจประโยชน์ของมัน แต่ยุคนี้ ชาวนาชาวไร่มีมือถือกันหมดแล้ว เชื่อมต่อการค้ากับคนทั่วโลกได้มากกว่า 4,000 ล้านคนในทุกนาที

ดังนั้น เอเชียจึงมีศักยภาพอย่างใหญ่หลวง สามารถก้าวข้ามการแข่งขันกับตะวันตก ได้อย่างแน่นอนหากทุกภาคส่วนร่วมกันอย่างจริงจัง

เมื่อเทคโนโลยีสร้างหุ่นยนต์ฉลาดขึ้นมามนุษย์จะมิพากันตกงานหมดหรือ?

แจ็ค หม่ายืนยันว่าไม่จริง เทคโนโลยีมีแต่จะยิ่งสร้างงาน เขายกตัวอย่างอาลีบาบาของเขา

“ผมสร้างงานให้คนในประเทศมาแล้ว 13 ล้านตำแหน่ง.....เทคโนโลยี จะเป็นปัจจัยสำคัญ ในการขจัดปัญหาความยากจนด้วยซ้ำ” เขาบอก

เขาลืมบอกต่อว่าแต่คนที่ไม่ต้องการตกงานต้องปรับตัวและเรียนรู้ทักษะแบบใหม่ และระบบการศึกษาตั้งแต่อนุบาลต้องยกเครื่องกันขนานใหญ่ทีเดียว

ฟังแจ็ค หม่ามาพูดที่กรุงเทพฯแล้ว เราต้องคุยกันเรื่องอนาคตของบ้านเมืองกันต่อเนื่องครับ

ขอย้ำคำถามว่า : เราจะสร้าง “แจ็ค หม่า” ประเทศไทยได้อย่างไรบ้าง?