แจ็ค หม่า เจ้าของอาลีบาบา อันเป็นเครือข่ายธุรกิจออนไลน์ระดับโลก มาเมืองไทย ประกาศว่า
Small is beautiful
Small is powerful
Small is wonderful
เพื่อตอกย้ำรัฐบาลไทย จะต้องลงมือส่งเสริมธุรกิจระดับกลาง และเล็กให้เกิดความแข็งแกร่ง สามารถแข่งขันกับโลกตะวันตกได้อย่างจริงจัง
ผมไม่ได้มองว่าเราจะทำตามที่แจ็ค หม่าพูดมากน้อยเพียงใด และจะทำได้เป็นรูปธรรมหรือไม่ เพราะสิ่งที่เขาเสนอนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ และไม่ใช่เรื่องที่เราไม่รู้ แต่เรายังไม่จัดระบบสังคม กฎหมายและ “เขย่าขวด” อย่างหนักหน่วงจริง ๆ เท่านั้น
เป้าหมายที่เราต้องตั้งไว้ให้ชัดเจนคือ
ประเทศไทยจะสร้าง “แจ็ค หม่า” ของเราเองขึ้นมาได้อย่างไร?
แจ็ค หม่ามาพูดเมื่อวันจันทร์ว่า บางคนเห็นว่าปัญหาที่โลกเผชิญ อย่างทุกวันนี้เป็นเพราะ กระแสโลกาภิวัฒน์ (Globalization) แต่เขาไม่เห็นด้วย ปัญหาอยู่ที่ว่าโลกาภิวัฒน์ ยังเดินไปไม่ถึงจุดสมบูรณ์ เหตุเพราะไม่เปิดโอกาสให้ธุรกิจเล็ก ๆ มีสิทธิ์มีส่วนร่วมอย่างแท้จริงต่างหาก
เขาบอกว่า 20 ปีที่ผ่านมาโลกาภิวัฒน์เอื้อต่อบริษัทใหญ่ ๆ ในประเทศร่ำรวยและที่พัฒนาแล้ว แต่โลกาภิวัฒน์ที่สมบูรณ์ต้องเป็นสิ่งที่ทุกคนมีส่วนร่วม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ บริษัทเล็กๆ ที่จะต้องมีโอกาสเข้าร่วมก้าวไปสู่ความท้าทายใหม่ ๆ ด้วยกัน
แจ็ค หม่าได้ใจผู้ประกอบการทั้งหลายด้วยการประกาศว่าในอีก 20-30 ปีข้างหน้า โลกจะก้าวสู่ภาวะ Small is beautiful. Small is powerful. Small is wonderful
แปลว่า ยิ่งเล็กยิ่งสวยงาม ยิ่งเล็กยิ่งทรงพลัง ยิ่งเล็กยิ่งวิเศษสุด
พูดง่ายๆ คือจะต้องให้ “ตัวเล็ก ๆ” ได้มีโอกาส และ “ตัวใหญ่ ๆ” (รวมทั้งแจ็ค หม่าเองด้วย) จะต้องส่งเสริม เปิดทางและเสียสละเพื่อให้เกิดประโยชน์ของเศรษฐกิจส่วนรวม
เขาบอกด้วยว่าหลายพันปีก่อนมี Silk Road (เส้นทางสายไหม) วันนี้ต้องมี E-Road (เส้นทางอิเล็คทรอนิคส์) เพื่อให้ธุรกิจขนาดเล็กขนาดกลางทำมาค้าขายได้อย่างคล่องตัว
แจ็ค หม่าบอกว่าอีก 20 ปีข้างหน้า อินเตอร์เน็ต จะกลายเป็นของเก่า และในอีก 30 ปีจากนั้น โลกเราจะซื้อ-ขายปลีก ในรูปแบบใหม่ (new retail) คือ online กับ offline และเข้าสู่ยุคการผลิตใหม่ ที่เรียกว่า IoT (Internet of Things) มีระบบการเงินใหม่ที่เริ่มปรากฏโฉมในรูปแบบ FinTech แล้ว
ที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับผมคือคำกล่าวของเขาที่ว่าโลกในยุค IT นั้นเอเชียล้าหลังสหรัฐฯและโลกตะวันตก แต่ต่อไปนี้จะไม่เหมือนเดิม เอเซียสามารถวิ่งได้เร็วเหมือนกบกระโดด (leapfrog)
ยกตัวอย่างว่าเมื่อ 15 ปีที่แล้ว ใครจะเชื่อว่า ธุรกิจ e-commerce ของจีน จะโตเร็วและรุนแรงได้ขนาดนี้ทั้ง ๆ ที่ในช่วงเริ่มต้นโครงสร้างสาธารณูปโภคเพื่อการค้าของจีนอยู่ในสภาพที่แย่สุดๆ
เขาอธิบายว่าในสายตะวันตก e-commerce เปรียบได้แค่เป็น “ของหวาน” แต่ จีน มอง e-commerce เป็น “อาหารจานหลัก” เพราะสหรัฐมีห้างค้าปลีกยักษ์ใหญ่ทุกเมืองทั่วประเทศ อย่าง Walmart, Kmart แต่จีนไม่มีแบบนั้น วิธีคิดและปฏิบัติจึงต่างกัน
ยุคมีคอมพิวเตอร์ในรูปแบบพีซีใหม่ ๆ ชาวไร่ชาวสวนไม่มีใช้ ไม่เข้าใจประโยชน์ของมัน แต่ยุคนี้ ชาวนาชาวไร่มีมือถือกันหมดแล้ว เชื่อมต่อการค้ากับคนทั่วโลกได้มากกว่า 4,000 ล้านคนในทุกนาที
ดังนั้น เอเชียจึงมีศักยภาพอย่างใหญ่หลวง สามารถก้าวข้ามการแข่งขันกับตะวันตก ได้อย่างแน่นอนหากทุกภาคส่วนร่วมกันอย่างจริงจัง
เมื่อเทคโนโลยีสร้างหุ่นยนต์ฉลาดขึ้นมามนุษย์จะมิพากันตกงานหมดหรือ?
แจ็ค หม่ายืนยันว่าไม่จริง เทคโนโลยีมีแต่จะยิ่งสร้างงาน เขายกตัวอย่างอาลีบาบาของเขา
“ผมสร้างงานให้คนในประเทศมาแล้ว 13 ล้านตำแหน่ง.....เทคโนโลยี จะเป็นปัจจัยสำคัญ ในการขจัดปัญหาความยากจนด้วยซ้ำ” เขาบอก
เขาลืมบอกต่อว่าแต่คนที่ไม่ต้องการตกงานต้องปรับตัวและเรียนรู้ทักษะแบบใหม่ และระบบการศึกษาตั้งแต่อนุบาลต้องยกเครื่องกันขนานใหญ่ทีเดียว
ฟังแจ็ค หม่ามาพูดที่กรุงเทพฯแล้ว เราต้องคุยกันเรื่องอนาคตของบ้านเมืองกันต่อเนื่องครับ
ขอย้ำคำถามว่า : เราจะสร้าง “แจ็ค หม่า” ประเทศไทยได้อย่างไรบ้าง?






