ดีเบตรอบ 2 : ผมให้ฮิลลารี-ทรัมป์ 60 : 40

ดีเบตรอบ 2 : ผมให้ฮิลลารี-ทรัมป์  60 : 40

ก่อนการโต้วาทีระหว่าง ฮิลลารี คลินตัน กับโดนัล ทรัมป์

 เมื่อวานมีคนเอาข้อความนี้ขึ้นในทวิตเตอร์

“สมาคมหัวใจแห่งสหรัฐ ขอเตือนให้ท่านวัดความดันโลหิตของท่าน ตลอดเวลาที่ติดตามการตอบโต้ ระหว่างผู้สมัครประธานาธิบดีทั้งสองท่าน....”

เป็นที่เฮฮาสำหรับผู้ได้อ่านเจอ คำเตือน ขำ ๆ ชิ้นนี้ตั้งแต่นาทีแรกของการถ่ายทอดสดตลอด 90 นาที

เป็น 90 นาทีที่ทั้งสองฝ่าย ถอดนวม ซัดกันหมัดต่อหมัดในประเด็นที่เป็นจุดอ่อนของอีกฝ่ายหนึ่ง

ทรัมป์โดนกระหน่ำเรื่องเทปเสียง ที่มีถ้อยประโยคหยาบโลนต่อผู้หญิงเมื่อปี 2005 (“คุณเป็นคนดังแล้ว คุณจะทำอะไรกับผู้หญิงก็ได้” กับ “เจอผู้หญิง คุณก็คว้าอวัยวะเพศได้เลย”)

ทรัมป์ไม่ขอโทษ อ้างว่าเป็นเรื่องของ locker-room talk หมายถึงภาษาดิบ ๆ ที่ผู้ชายคุยกันเรื่องผู้หญิงอย่างไม่ระมัดระวัง

ฮิลลารีโต้ประเด็นนี้บ้าง แต่ไม่อัดแรงอย่างที่หลายคนคาด เหมือนจะใช้กลยุทธให้ทรัมป์ฆ่าตัวตายทางการเมืองด้วยปากของตัวเอง

ทรัมป์เชิญผู้หญิงหลายคนที่เคยกล่าวหาว่า บิล คลินตัน กระทำการไม่เหมาะสม มาปรากฏตัวกับเขาก่อนการดีเบต แปลว่าเขาต้องการจะ เล่นกลับ ประเด็น ใต้สะดือ หากมีการถกกันเรื่องนี้อย่างร้อนแรงจริง ๆ

ทรัมป์อัดฮิลลารีโดนเรื่องใช้อีเมล์ส่วนตัว ระหว่างเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศอย่างหนักเช่นกัน และโยงไปถึงเรื่องอื้อฉาวกับผู้หญิงของบิล คลินตัน แต่ฮิลลารีหลบเลี่ยงที่จะแลกหมัดประเด็นนี้

นักวิจารณ์ทางทีวีมะกันวิเคราะห์หลังการดีเบตว่า นอกจากเรื่องเทปอื้อฉาวแล้ว ทรัมป์ตีตื้นขึ้นด้วยการ สวนหมัด ฮิลลารีได้หลายเรื่อง ทำให้ ดูดี ขึ้นกว่าการดีเบตรอบแรก

พลพรรครีพับบลิกันด้วยกันที่หวาดผวาว่า ทรัมป์กำลังทำลายพรรคด้วยเรื่องอื้อฉาว อาจจะเบาใจลงได้บ้างจากภาพการโต้วาทีรอบใหม่นี้

แต่นั่นไม่ได้แปลว่า ทรัมป์จะได้คะแนนเพิ่มขึ้น อาจจะเป็นเพียงว่าไม่ได้เปลืองตัวมากขึ้นกว่าเดิมเท่านั้นเอง เพราะโพลล์ล่าสุดก็ยังสะท้อนว่า ฮิลลารีกำลังนำทรัมป์มากขึ้นทุกขณะ ในจังหวะที่เหลือเพียงหนึ่งเดือนก่อนวันเลือกตั้งที่ 8 พ.ย.

ที่ประหลาดที่สุดคือทรัมป์ยอมรับว่า ความคิดของเขาเรื่องซีเรียและรัสเซีย ไม่ตรงกับของไมค์ เพนซ์ ซึ่งเป็นคู่หูชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีของเขา

ผมกับไมค์ เพนซ์ไม่ได้คุยกันเรื่องนี้ และผมไม่เห็นด้วยกับเขาในประเด็นนี้ ทรัมป์พูดหน้าตาเฉย

หากผู้สมัครประธานาธิบดีกับรองประธานาธิบดี เห็นไม่สอดคล้องกันในนโยบายสำคัญอย่างนี้ เขาทั้งสองจะตอบคำถามผู้มีสิทธิเลือกตั้งอย่างไร ยังน่าสงสัย

อีกประโยคหนึ่งที่คงเป็นหัวข้อถกแถลงกันต่อไปคือเมื่อทรัมป์บอกว่า ถ้าเขาได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี เขาจะตั้งอัยการพิเศษเพื่อสอบสวนเรื่องอีเมล์ของฮิลลารีอย่างเป็นทางการ

ตอนหนึ่ง ฮิลลารีบอกว่า หวังว่า ทรัมป์จะไม่ได้เป็นประธานาธิบดี...

ทรัมป์สวนกลับทันที “...เพราะ (ถ้าผมเป็นประธานาธิบดี) คุณจะเข้าคุก

ผู้ดำเนินรายการสองคนคือ Anderson Cooper แห่ง CNN และ Martha Raddatz จาก ABC เป็นคนเลือกคำถามจากผู้คนที่ส่งเข้ามาทางออนไลน์ และคำถามสดจาก “ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ยังไม่ได้ตัดสินใจจะเลือกใคร”

ทรัมป์พยายามจะบอกว่า ทั้งสองคนลำเอียง “คุณแทรกระหว่างผมพูดมากกว่าตอนฮิลลารีพูด...” หรือ นี่เป็นรายการ 3 รุม 1 หรือนี่?”

คำถามสุดท้ายทำให้บรรยากาศจบได้สวย เพราะผู้ชมคนหนึ่งลุกขึ้นถามว่า “ขอให้ทั้งสองคนได้พูดถึงข้อดีของอีกฝ่ายหนึ่งสักหนึ่งข้อ” (เพราะเห็นซัดกันหนักในทุกหัวข้อ)

ฮิลลารีตอบฉับพลันว่า ข้อดีของทรัมป์ข้อหนึ่งคือลูก ๆ น่ารักและเก่งมาก

ทรัมป์บอกว่า ฮิลลารีเป็นนักสู้ ไม่ยอมแพ้

ทำให้ภาพตอนที่เริ่มรายการ ทั้งสองไม่ยอมจับมือกัน จบลงด้วยการยอมสัมผัสมือ เพื่อแสดงมารยาททางการเมืองระดับชาติด้วยกัน

ผมให้คะแนนฮิลลารี-ทรัมป์จากการดีเบตรอบแรก 80:20 รอบนี้ 60:40 ครับ!