ก่อนการโต้วาทีระหว่าง ฮิลลารี คลินตัน กับโดนัล ทรัมป์
เมื่อวานมีคนเอาข้อความนี้ขึ้นในทวิตเตอร์
“สมาคมหัวใจแห่งสหรัฐ ขอเตือนให้ท่านวัดความดันโลหิตของท่าน ตลอดเวลาที่ติดตามการตอบโต้ ระหว่างผู้สมัครประธานาธิบดีทั้งสองท่าน....”
เป็นที่เฮฮาสำหรับผู้ได้อ่านเจอ “คำเตือน” ขำ ๆ ชิ้นนี้ตั้งแต่นาทีแรกของการถ่ายทอดสดตลอด 90 นาที
เป็น 90 นาทีที่ทั้งสองฝ่าย “ถอดนวม” ซัดกันหมัดต่อหมัดในประเด็นที่เป็นจุดอ่อนของอีกฝ่ายหนึ่ง
ทรัมป์โดนกระหน่ำเรื่องเทปเสียง ที่มีถ้อยประโยคหยาบโลนต่อผู้หญิงเมื่อปี 2005 (“คุณเป็นคนดังแล้ว คุณจะทำอะไรกับผู้หญิงก็ได้” กับ “เจอผู้หญิง คุณก็คว้าอวัยวะเพศได้เลย”)
ทรัมป์ไม่ขอโทษ อ้างว่าเป็นเรื่องของ locker-room talk หมายถึงภาษาดิบ ๆ ที่ผู้ชายคุยกันเรื่องผู้หญิงอย่างไม่ระมัดระวัง
ฮิลลารีโต้ประเด็นนี้บ้าง แต่ไม่อัดแรงอย่างที่หลายคนคาด เหมือนจะใช้กลยุทธให้ทรัมป์ฆ่าตัวตายทางการเมืองด้วยปากของตัวเอง
ทรัมป์เชิญผู้หญิงหลายคนที่เคยกล่าวหาว่า บิล คลินตัน กระทำการไม่เหมาะสม มาปรากฏตัวกับเขาก่อนการดีเบต แปลว่าเขาต้องการจะ “เล่นกลับ” ประเด็น “ใต้สะดือ” หากมีการถกกันเรื่องนี้อย่างร้อนแรงจริง ๆ
ทรัมป์อัดฮิลลารีโดนเรื่องใช้อีเมล์ส่วนตัว ระหว่างเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศอย่างหนักเช่นกัน และโยงไปถึงเรื่องอื้อฉาวกับผู้หญิงของบิล คลินตัน แต่ฮิลลารีหลบเลี่ยงที่จะแลกหมัดประเด็นนี้
นักวิจารณ์ทางทีวีมะกันวิเคราะห์หลังการดีเบตว่า นอกจากเรื่องเทปอื้อฉาวแล้ว ทรัมป์ตีตื้นขึ้นด้วยการ “สวนหมัด” ฮิลลารีได้หลายเรื่อง ทำให้ “ดูดี” ขึ้นกว่าการดีเบตรอบแรก
พลพรรครีพับบลิกันด้วยกันที่หวาดผวาว่า ทรัมป์กำลังทำลายพรรคด้วยเรื่องอื้อฉาว อาจจะเบาใจลงได้บ้างจากภาพการโต้วาทีรอบใหม่นี้
แต่นั่นไม่ได้แปลว่า ทรัมป์จะได้คะแนนเพิ่มขึ้น อาจจะเป็นเพียงว่าไม่ได้เปลืองตัวมากขึ้นกว่าเดิมเท่านั้นเอง เพราะโพลล์ล่าสุดก็ยังสะท้อนว่า ฮิลลารีกำลังนำทรัมป์มากขึ้นทุกขณะ ในจังหวะที่เหลือเพียงหนึ่งเดือนก่อนวันเลือกตั้งที่ 8 พ.ย.
ที่ประหลาดที่สุดคือทรัมป์ยอมรับว่า ความคิดของเขาเรื่องซีเรียและรัสเซีย ไม่ตรงกับของไมค์ เพนซ์ ซึ่งเป็นคู่หูชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีของเขา
“ผมกับไมค์ เพนซ์ไม่ได้คุยกันเรื่องนี้ และผมไม่เห็นด้วยกับเขาในประเด็นนี้” ทรัมป์พูดหน้าตาเฉย
หากผู้สมัครประธานาธิบดีกับรองประธานาธิบดี เห็นไม่สอดคล้องกันในนโยบายสำคัญอย่างนี้ เขาทั้งสองจะตอบคำถามผู้มีสิทธิเลือกตั้งอย่างไร ยังน่าสงสัย
อีกประโยคหนึ่งที่คงเป็นหัวข้อถกแถลงกันต่อไปคือเมื่อทรัมป์บอกว่า ถ้าเขาได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี เขาจะตั้งอัยการพิเศษเพื่อสอบสวนเรื่องอีเมล์ของฮิลลารีอย่างเป็นทางการ
ตอนหนึ่ง ฮิลลารีบอกว่า “หวังว่า ทรัมป์จะไม่ได้เป็นประธานาธิบดี...”
ทรัมป์สวนกลับทันที “...เพราะ (ถ้าผมเป็นประธานาธิบดี) คุณจะเข้าคุก”
ผู้ดำเนินรายการสองคนคือ Anderson Cooper แห่ง CNN และ Martha Raddatz จาก ABC เป็นคนเลือกคำถามจากผู้คนที่ส่งเข้ามาทางออนไลน์ และคำถามสดจาก “ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ยังไม่ได้ตัดสินใจจะเลือกใคร”
ทรัมป์พยายามจะบอกว่า ทั้งสองคนลำเอียง “คุณแทรกระหว่างผมพูดมากกว่าตอนฮิลลารีพูด...” หรือ “นี่เป็นรายการ 3 รุม 1 หรือนี่?”
คำถามสุดท้ายทำให้บรรยากาศจบได้สวย เพราะผู้ชมคนหนึ่งลุกขึ้นถามว่า “ขอให้ทั้งสองคนได้พูดถึงข้อดีของอีกฝ่ายหนึ่งสักหนึ่งข้อ” (เพราะเห็นซัดกันหนักในทุกหัวข้อ)
ฮิลลารีตอบฉับพลันว่า “ข้อดีของทรัมป์ข้อหนึ่งคือลูก ๆ น่ารักและเก่งมาก”
ทรัมป์บอกว่า “ฮิลลารีเป็นนักสู้ ไม่ยอมแพ้”
ทำให้ภาพตอนที่เริ่มรายการ ทั้งสองไม่ยอมจับมือกัน จบลงด้วยการยอมสัมผัสมือ เพื่อแสดงมารยาททางการเมืองระดับชาติด้วยกัน
ผมให้คะแนนฮิลลารี-ทรัมป์จากการดีเบตรอบแรก 80:20 รอบนี้ 60:40 ครับ!









