วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ค่าน้ำ'ผิดกฎหมาย?

คำร้องที่ตำรวจสน.พญาไท แจ้งข้อหาบริษัทฝูอัน

 บริษัทซินหยวน และบริษัทโอเอ ร่วมประกอบธุรกิจนำเที่ยว ก่อให้เกิดความเสียหายแก่อุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ่ายเปอร์เซ็นต์หรือค่าน้ำ 20-30% ไกด์อีก 3 % และในคำร้องฝากขังวสุรัตน์ และนิสา โรจน์รุ่งรังสี ผู้บริหารบริษัทโอเอ ตำรวจอ้างต่อศาลว่าการจ่ายค่านำ้เข้าข่ายความผิด"ฟอกเงิน"

ผมสนับสนุนตำรวจให้เร่งปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ

แต่ห้วงเวลาเดียวกันกับการดำเนินคดีบริษัทโอเอ ผมได้หลักฐานการประชุมตกลง จ่ายค่าน้ำให้เอเยนต์และไกด์ถึง 2 ครั้ง 2 ครา

ครั้งแรก 9 กันยายน 2559 ใช้สำนักงานสรรพากร จ.ภูเก็ตสถานที่ราชการแท้ๆ เป็นที่จัดประชุม

ในข้อตกลงวันนั้นให้คิดค่าน้ำ สำหรับสินค้าจิวเวอรี่ กระเป๋าที่นอนหมอนยางพารา รังนกยางูจ่ายให้เอเยนต์หรือบริษัททัวร์ 30% แล้วบวกเพิ่มชอป 3,000 ได้อีก 300 ส่วนไกด์ได้ 5%

ข้อตกลงวันนั้นกำหนดด้วยว่า ค่าน้ำจ่ายน้อยกว่าที่ตกลงได้แต่จ่ายมากกว่าไม่ได้

ให้แจ้งยอดขายทั้งหมดเพื่อเอเยนต์นำส่งภาษี 100% ตามความเป็นจริง

ข้อตกลงต่อมาการเช่ารถทัวร์ให้เช่าในราคาท้องตลาด

ต่อมาการประชุมครั้งที่สองวันที่ 14 กันยายน 2559 บ่าย 2 โมงจัดประชุมที่โรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพฯ

ผลการประชุมแก้ไขรายละเอียด ค่าน้ำจิวเวอรี่เครื่องหนัง ยางูรังนกจ่ายเอเยนต์ 30% (ซอป 3,000 จ่าย 300) ที่เปลี่ยนแปลงไปอีกคือไกด์และหัวหน้าทัวร์ได้ค่าน้ำ 5% แต่จะโดนหักณที่จ่าย 3% เท่ากันหัวหน้าทัวร์ต่างชาติหัก 15%

คราวนี้พบว่ามีตำรวจท่องเที่ยว 2 นาย ถ่ายภาพร่วมเป็นสักขีพยาน การทำข้อตกลงจ่ายค่าน้ำครั้งนี้ด้วย

ในฐานะคนทำข่าวเกิดข้อสงสัยว่า ตำรวจท่องเที่ยวเจ้าหน้าที่ของรัฐ เข้าไปรับรู้รับทราบการจ่ายค่าน้ำทั้งๆ ที่ตำรวจบอกว่าเป็นความผิดฐานอั้งยี่และฟอกเงินด้วย

กฎหมายไม่ควรจะมีข้อยกเว้น หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำได้ไม่ผิดกฎหมาย ย่อมต้องปฏิบัติโดยทัดเทียมกัน กับอีกฝ่ายให้สมกับเป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบบ“นิติรัฐ”

กรรมการปปง.สังศิต พิริยะรังสรรค์ บอกกับผมว่า “จากมุมมองของผม หากข้าราชการดำเนินการใด แล้วส่งผลให้ประเทศได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านเศรษฐกิจควรถือว่ามีความผิดครับ”