การเมืองที่ต้องจับตาจากนี้ ไม่ใช่มีแค่กฎหมายลูก 4 ฉบับ
ที่ กรธ.จะต้องเร่งทำออกมาให้เสร็จระลอกแรก เพื่อให้พร้อมสำหรับการเลือกตั้ง และไม่ได้มีเฉพาะเรื่องการ“เรียกค่าเสียหาย” จากโครงการรับจำนำข้าวทั้งกรณีของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ บุญทรง เตริยาภิรมย์ หรือการเช็คบิล 40 ส.ส.จาก พ.ร.บ.“นิรโทษกรรมสุดซอย”เท่านั้น
000 แต่หลังจากวันเกษียณอายุราชการสิ้นเดือนกันยายนนี้... จะมีการปรับ“คณะรัฐมนตรี”ครั้งใหญ่ เพื่อตอบโจทย์หลายข้อ เริ่มตั้งแต่กระทรวง ดท. หรือกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่มาแทนกระทรวงไอซีที จะต้องมีรัฐมนตรีคนใหม่ เพราะ อุตตม สาวนายนรมต. “คนเก่า”ถูกยกขึ้นหิ้ง เป็นที่ปรึกษานายกฯ ไปแล้ว
000 ตามมาด้วยกระทรวงศึกษาธิการ...ที่ นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เคยประกาศว่าจะ“ปฏิรูป” ให้เรียบร้อยในยุคนี้... ไม่ใช่เจ้ากระทรวง พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ จะไร้ผลงาน แต่ที่ผ่านมาส่วนใหญ่ยังเป็นงาน“สะสาง” ส่วนที่จะเดินไปข้างหน้าอาจจะยังดู“ต้วมเตี้ยม”ไม่ว่าจะเป็น“แม่บท”อย่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ หรือการปรับโครงสร้างกระทรวงใหม่ให้กระฉับกระเฉง
000 ที่กระทรวงนี้...อาจปรับแบบ“ยกทีม” เพราะ รัฐมนตรีช่วยฯ พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ ก็อาจจะต้องไปดูแลกระทรวงภาคใต้ หรือ ครม.ส่วนหน้า ที่ทุกวันนี้ก็ลงพื้นที่สัปดาห์เว้นสัปดาห์ หรือถี่กว่านั้น เพื่อนำเอาแนวทาง“การศึกษา”เข้าไปเชื่อความสัมพันธ์กับชุมชน และสร้างความรู้ความเข้าใจกับผู้คน ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่แล้ว...เช่นเดียวกับกระทรวงแรงงาน ที่มี“ข่าวลือ”ชัดจนเจ้าตัว พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ก็ยังออกมายอมรับหากจะเกิดการเปลี่ยนแปลง
000 ...ส่วน “พลเอก”อีกราย ที่เข้าไลน์ 5 เสือทบ.ได้ปีเดียวก็จะเกษียณอายุราชการในอีกไม่กี่วันข้างหน้า... ด้วยผลงาน“เข้าตา”อาจได้เป็นรมต.แทน “เก้าอี้ใหญ่” ในกองทัพ เพราะใครก็รู้ว่าพล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ มีบทบาทสำคัญหลังการรัฐประหาร ในฐานะ ผอ.ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป และเป็นเจ้าของผลงานในการ “เรียกตัวมาปรับทัศนคติ”
000 ส่วนที่ต้อง“ปรับ”แบบไม่ต้องสงสัย ไม่พ้น “ทีมเศรษฐกิจ” แม้หัวแถวอย่างอาจารย์สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ จะยังพอกระดุกกระดิกได้ แต่“ลูกทีม”บางรายน่าจะต้องเปลี่ยนแปลง อย่างน้อยก็เพื่อ“เรียกความเชื่อมั่น” และทั้งหมดนี้กำลังจะ
..................................
อัชชาวดี [email protected]









