วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิจารณญาณเพื่อเพิ่มความสำเร็จ

วันนี้ ใครๆ ก็ใฝ่รู้ในเรื่องต่างๆรอบตัวมากกว่าแต่ก่อนมาก แค่สมาร์ทโฟนเครื่องเดียวก็ใฝ่รู้ไปได้เป็นสิบเป็นร้อยเรื่อง

ในแค่วันสองวัน แต่ความใฝ่รู้ในยุคที่อยากจะรู้อะไรดูง่าย ทันใจไปแทบทุกเรื่องนั้น มีทั้งสนับสนุนความสำเร็จของการงาน และลดทอนความสำเร็จ ถ้าใฝ่รู้แล้วได้รู้ในสิ่งที่ช่วยเติมเต็มการงาน เติมเต็มชีวิต การงานและชีวิตก็ก้าวหน้าไปหาความสำเร็จ การงานและชีวิตง่ายขึ้นกว่าเดิม ในทางตรงข้าม หากใฝ่รู้แล้วไปได้อะไรที่หลงไปเองว่าดีว่าเหมาะกับการงาน กับชีวิตของฉัน แต่จริงๆ กลายเป็นตัวเพิ่มอุปสรรค จะเริ่มงานตอนเช้าก็ไปใฝ่รู้มาว่าต้องหลังเก้าโมงไปแล้ว ไม่เช่นนั้นสมองจะเป็นนั่นเป็นนี่ จะเลิกงานก็ไปใฝ่รู้แบบแปลกๆ มาว่าต้องก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ไม่เช่นนั้นวันพรุ่งนี้จะไม่ดี ความใฝ่รู้ที่สร้างความก้าวหน้าไปสู่ความสำเร็จได้จึงต้องเป็นความใฝ่รู้อย่างมีวิจารณญาณ หรือมี Critical Mind ควบคู่ไปด้วยเสมอ

จะใฝ่รู้ในเรื่องใด ต้องนึกดูก่อนว่าประเด็นสำคัญของเรื่องนั้นคืออะไร มีอะไรบ้างที่ทำให้การงานก้าวไปสู่ความสำเร็จ อะไรบ้างที่หน่วงเหนี่ยวสร้างอุปสรรคในการบรรลุความสำเร็จ หาส่วนประกอบที่ช่วยสร้างความสำเร็จให้เจอก่อนที่จะใฝ่รู้ในเรื่องนั้น หากไม่รู้ชัดๆ ว่า ประเด็นสำคัญคืออะไร แล้วไปใฝ่รู้มาสารพัดเรื่อง ย่อมเป็นธรรมดาที่จะมีอุปาทานไปว่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ที่ใฝ่รู้มาจากเฟสบุคเกี่ยวข้องโดยตรงกับการงาน กับชีวิตของฉัน เมื่อใดก็ตามที่เรามีสาระที่เราสนใจ เราชอบอยู่ในมือ เมื่อนั้นเราจะพยายามหาหนทางใช้ประโยชน์ หรือหาทางยืนยันกับตัวเองว่าฉันไม่ได้เสียเวลาเปล่า ๆไปใฝ่รู้เรื่องนี้มา เรื่องนี้ฉันได้ประโยชน์จริงๆ 

ดังนั้นจึงมีการมโนไปสารพัดในการประยุกต์ใช้งานสาระที่ใฝ่รู้มา ประยุกต์ไปแล้วเล่าให้คนอื่นฟัง เขาก็ว่าแปลกนะที่จะทำแบบนั้น เราก็จะมโนแก้ไปว่าเพราะแกไม่ใฝ่รู้เท่ากับฉัน แกเลยงมงายทำแบบเดิมๆ ต่อไป ความใฝ่รู้โดยไร้ประเด็นนั้นแย่กว่าไม่ใส่ใจอะไรสักอย่างเสียอีก เพราะไม่ใส่ใจแล้วการงานเคยทำอย่างไร ก็จะทำไปตามเดิมเช่นนั้น การงานก็ยังเดินหน้าอยู่ ถ้าใฝ่รู้แบบไร้ประเด็น ได้อะไรมาก็มาสร้างอุปสรรคเพิ่มขึ้นกับตนเองจากความหลง หรือไม่ก็เปลี่ยนวิธีทำงานจนเข้ารกเข้าพงไปเลย จะใฝ่รู้ต้องรู้ประเด็นที่ทำประโยชน์ได้เสียก่อน

เมื่อได้สาระใดมาจากการใฝ่รู้ในประเด็นที่เรากำหนดมาแล้ว ให้ถามทบทวนว่าอะไรคือสิ่งที่เราคิดว่าเป็นสาระที่ใฝ่รู้มาได้ ไปเจอการทำงานแบบไร้สำนักงาน จะทำงานที่ไหนก็ได้โดยใช้สมาร์ทโฟนเป็นช่องทางในการทำงาน สิ่งที่เป็นสาระคืออะไรระหว่างการไม่ต้องมีสำนักงาน หรือการทำงานที่ไหนก็ได้ หรือการใช้สมาร์ทโฟนช่วยเป็นช่องทางในการทำงาน การทำงานแบบไร้สำนักงานที่เจอบนอินเทอร์เน็ตนั้นมาจากบริบทที่อาจเหมือนหรือแตกต่างจากของเราโดยสิ้นเชิงก็ได้

ดังนั้น จะหยิบมาเป็นสาระทั้งหมดไม่ได้ ต้องเลือกเอาเฉพาะสาระที่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่เราตั้งไว้เสียก่อน การทบทวนให้ได้สาระสำคัญก็เพื่อลดทอนความหลงจากความตื่นตาตื่นใจไปกับวิธีการของเขา แล้วความหลงนั้นจะนำพาหลายสาระที่ใช้ไม่ได้กับบริบทของเราเข้ามาด้วย คนอื่นเขาก้าวไปยุค 4.0 เราเห็นแล้วก็อยากไปบ้าง ทุ่มเทจะไปให้ได้ โดยลืมไปว่าประเด็นสำคัญของเราคือจะหลุดจาก 2.0 ไปได้อย่างไร สาระที่เป็นประโยชน์กับเราจาก 4.0 จึงมีแค่อะไรที่ช่วยให้หลุดจาก 2.0 ไม่ใช่อะไรที่จะทำให้ไปถึง 4.0 เมื่อใดก็ตามที่ใฝ่รู้อะไรมา อย่าหลงประเด็น อย่าเก็บทุกเรื่อง เลือกเอาแต่ที่ช่วยสร้างความสำเร็จในประเด็นที่สำคัญกับเราในวันนี้เท่านั้น

ขั้นตอนสุดท้ายยากที่สุด คือต้องมั่นใจว่าสาระที่ใฝ่รู้มานั้นจะเกิดประโยชน์กับการงานของเราจริงๆ ด้วยการหาประจักษ์หลักฐานมายืนยันกับตัวเราเองให้ได้ ดูทุกหลักฐานด้วยใจที่เป็นกลาง ด้วยการใช้หลักเหตุและผลจะพบทันทีว่าอะไรคือความจริง อะไรคือความหลงที่เกาะติดตัวเรามานานแล้ว ใฝ่รู่อย่างมีวิจารณญาณจะสร้างความสำเร็จให้กับเราได้เสมอ