วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'หุ้นเพิ่มทุน'แหล่งกำไร ช่วงตลาดเหวี่ยง

เสียหายไปเท่าไหร่แล้ว กับการปล่อยของไม่ทันขาใหญ่?

หลายต่อหลายครั้งที่มักเห็นนักลงทุนบางกลุ่ม โดยเฉพาะเม่าน้อย ผู้ยึดคติที่ว่า “คิดอะไรไม่ออกซื้อตามขาใหญ่” โดดร่วมวงเล่นหุ้นตามขาใหญ่ หวังร่วมทางร่ำรวยไปพร้อมกับ เหล่ากูรู

ยิ่งตลาดหุ้นเหวี่ยงไปมาเช่นนี้ สะท้อนผ่านดัชนีที่ปรับตัวลดลงมาตั้งแต่ต้นเดือนก.ย.ที่ผ่านมา จากระดับ 1,539 จุด มายืน 1,411 จุด (12 ก.ย.59) เหล่าเจ้าของพอร์ตหุ้นหลักร้อยล้านพันล้าน คงต้องรับโทรศัพท์ จากคนสนิทบ้าง ไม่สนิทบ้างจนสายแทบไหม้

คำถามแรกที่ต้องตอบ คือ ตลาดเหวี่ยงเช่นนี้ ขายหรือถือต่อ,ซื้อตัวไหนดี เป็นต้น 

ทว่า รายใหญ่บางคนเลือกที่จะไม่ตอบ แต่ออกแนวให้กำลังใจ และเรียกสติมากกว่า ส่วนใหญ่พูดในทำนองเดียวกันว่า..

“ได้กำไรไม่เคยชื่นชม ขาดทุนโดนด่าเละ”

เรื่องหนึ่งที่ขอนำเสนอเม่าน้อย ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกและตลาดหุ้นผันผวน ขาใหญ่บางรายเลือกสร้างกำไรง่ายๆ จากการ “ซื้อหุ้นเพิ่มทุน”ในบริษัทที่ต้องการเงินทุนเร่งด่วน เพื่อนำไปขยายกิจการ

ก่อนจะตกลงซื้อขายหุ้นเพิ่มทุนล็อตใหญ่ แน่นอนว่า รายใหญ่เหล่านั้น ต้องหาโอกาสไปฟังแผนธุรกิจแบบเอ็กซคลูซีฟสุดๆ จากปากเจ้าของตัวจริง หากพบว่า เงินทุนที่ใส่ไปจะนำพาความเจริญรุ่งเรืองมาสู่บริษัทควบคู่กับราคาหุ้น นักลงทุนจะไม่รีรอ รีบควักเงินลงทุนทันที 

แต่หากหุ้นเพิ่มทุนล็อตนั้น “ไม่ติด Silent period” (ระยะเวลาห้ามขายหุ้น) เหล่าเม่าน้อยจะได้เห็นราคาหุ้นทยอยปรับตัวลดลง ในช่วงวันแรกที่หุ้นเพิ่มทุนเข้าซื้อขาย หลังปรับตัวขึ้นมาก่อนหน้าระยะหนึ่ง ฉะนั้นหากนักลงทุนรายใดที่โดดร่วมวง โดยไม่ดูตาม้าตาเรือ เตรียมเช็ดน้ำตาได้เลย

ยกตัวอย่าง หุ้นต่อย่อ L หลังประกาศเรื่องขายหุ้นเพิ่มทุน 100 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 1.56 บาท มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.25 บาท ให้เหล่าเซียนหุ้นรายใหญ่ ราคาดีดขึ้นไปสร้างจุดสูง 1.98 บาท จากเดิมที่ซื้อขายเฉลี่ย 1.70 บาท

แต่เมื่อหุ้นเพิ่มทุนเข้าซื้อขาย ราคาค่อยๆย่อตัว สัญญาณนี้บ่งบอกว่า หุ้นกำลังถูกขายทำกำไร ก่อนหาจังหวะกลับมาเก็บใหม่ เพื่อประคองราคาหุ้น ส่วนใหญ่ต้องการรอดูว่า เงินทุนที่ใส่ไปเจ้าของจะนำไปต่อยอดธุรกิจตามแผนงานที่นำเสนอหรือไม่

อย่างในกรณี หุ้นตัวย่อ Lนักลงทุนกลุ่มใหม่ต้องการให้เจ้าของหยุดการขยายสาขา เพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ หลังปีกว่าที่ผ่านมา บริษัทหมดเงินไปกับการขยายสาขาจำนวนมาก และเสนอให้นำเงินทุนก้อนใหม่ไปลงทุนในด้านอื่นๆ 

เช่น จับมือเป็นพันธมิตรกับผู้ประกอบการธุรกิจเดียวกัน หรือขยายฐานลูกค้าต่างประเทศอย่างจีนและยุโรป เป็นต้น

“หากเจ้าของเดิมยังคงยืนยันจะขยายสาขาใหม่เหมือนเดิม ก็ไม่แน่ว่า หุ้นใหม่จะทยอยขายออกก็เป็นได้” 

การเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนของเหล่าเซียนหุ้น ก็ใช่ว่าจะสมใจเสมอไป เพราะบางกรณีหุ้นใหม่ยอมจ่ายเงินก่อนที่บริษัทจะเดินแผนงานตามที่เสนอ ตรงข้ามกับนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ด้วยการนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนต่ำ โดยไม่มีบอกกล่าวล่วงหน้า

เป็นเหตุให้ขาใหญ่ “จำยอม” ต้องทิ้งหุ้นจนราคาเสียทรง และโดนสังคมหุ้นประณาม…