วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สนับสนุนให้อำนาจท้องถิ่น

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้ (13 ก.ย.)

 มีมติที่น่าติดตาม คือ ‘มาตรการสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจและสังคมภายในท้องถิ่น’ โดยเป็นมาตรการแก้ปัญหาการใช้เงินส่วนท้องถิ่นที่สะสมมานานจากนโยบายการกระจายอำนาจการเงินการคลังส่วนท้องถิ่น แต่เนื่องจากที่ผ่านมา มีปัญหาเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณดังกล่าวเพราะยังมีความไม่ชัดเจน ระหว่างอำนาจของท้องถิ่นกับกระทรวงมหาดไทย ทำให้เงินที่รัฐบาลกลางจัดสรรให้ไม่มีการเบิกจ่าย ทำให้มียอดสะสมหลายแสนล้านบาท

มาตรการที่รัฐบาลออกมาในครั้งนี้ เพื่อแก้ปัญหาเบิกจ่ายการใช้งบประมาณเพื่อพัฒนาท้องถิ่น และเป็นการสร้างแรงจูงใจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั่วประเทศนำเงินสะสมมูลค่ารวมหลายแสนล้านบาท มาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ แม้ยังให้อำนาจกระทรวงมหาดไทย ในการพิจารณาโครงการเพื่อลดความซ้ำซ้อน เพราะที่ผ่านมา รัฐบาลกลางได้ดำเนินนโยบายหลายเรื่องส่งถึงท้่องถิ่นโดยตรง เช่น โครงการกองทุนหมู่บ้าน 

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้กำหนดกรอบการใช้งบประมาณ ตามมาตรการนี้เกือบ 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่าน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับเงินสะสมของท้องถิ่นทั้งหมด แต่ก็ถือว่าเป็นโครงการนำร่อง เพื่อให้ท้องถิ่นได้มีโอกาสเสนอโครงการ ที่มีความจำเป็นของตัวเองให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณา โดยไม่ใช่โครงการที่กำหนดจากส่วนกลาง คือ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่ตรงกับความต้องการของท้องถิ่น เพราะเป็นโครงการที่ส่วนราชการต้องการมากกว่าความจำเป็นของท้องถิ่น

อันที่จริง ประเด็นเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณ ที่รัฐบาลจัดสรรให้ตามนโยบายการกระจายอำนาจการเงินการคลังนั้น ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ค้างคามานานและรัฐบาลก่อนหน้านั้นไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก ดังจะเห็นได้จากยอดเงินสะสมหลายแสนล้านบาทก็สะท้อนให้เห็นว่าการกระจายอำนาจยังมีปัญหาอยู่ค่อนข้างมาก ซึ่งนักวิชาการบางคนเห็นว่าปัญหาใหญ่มาจากส่วนราชการที่ไม่ต้องการกระจายอำนาจให้กับท้องถิ่น โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยที่พยายามหาทางเข้าไปดูแลมาโดยตลอด

แน่นอนว่าการกล่าวโทษท้องถิ่นมีปัญหาในเรื่องการบริหารงานและการทุจริตคอร์รัปชัน เพราะหากใส่เงินลงไปในขณะที่ท้องถิ่นยังไม่มีความพร้อม ก็จะสร้างปัญหามากกว่าเป็นผลดีต่อท้องถิ่น แต่เราต้องไม่ลืมว่าการกระจายอำนาจให้กับท้องถิ่นนั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ตามกระแสโลก เพราะการพัฒนาสมัยใหม่นั้นมีปัญหาค่อนข้างมาก อีกทั้งกลไกรัฐก็มีศักยภาพจำกัดในการเข้าใจปัญหาของท้องถิ่น ซึ่งประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นก็น่าจะเป็นเรื่องที่ยอมรับกันได้และต้องแก้ไขกันเช่นเดียวกับการเมืองระดับชาติ

ยิ่งกว่านั้น ปัจจุบันสังคมไทยแทบแยกกันไม่ออก ระหว่างสังคมชนบทกับสังคมเมือง การรับรู้และปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นล้วนแต่เชื่อมโยงกันไปหมดในระดับประเทศ ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของคนต่างจังหวัดอย่างมากมาย ทั้งด้านความคิดและการดำเนินชีวิต ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาคือปัญหาและความต้องการใหม่ๆที่เกิดขึ้น ในขณะที่คนที่อยู่ในท้องถิ่นมีอยู่จำนวนมาก เกินกว่าที่หน่วยงานรัฐจะดูแลอย่างทั่วถึง ดังนั้นการมองว่าคนท้องถิ่นล้าหลังเป็นเรื่องที่ไม่สอดคล้องกับความจริงที่เกิดขึ้น

เราสนับสนุนมาตรการของรัฐบาลในการกระจายอำนาจให้กับท้องถิ่นอย่างเต็มที่ โดยไม่อิงแอบกับมหาดไทย เพราะเราเชื่อว่าหากเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นสามารถแสดงศักยภาพของตัวเอง เราจะเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมไทยมากกว่าการอยู่ภายใต้อานัติของระบบราชการ ที่สำคัญที่สุด การกระจายอำนาจสู่ส่วนท้องถิ่น หากประสบความสำเร็จก็ย่อมเป็นคุณูปการอย่างสำคัญของระบอบประชาธิปไตยเอง เพราะประชาธิปไตยที่แท้จริงนั้นต้องเกิดขึ้นจากระดับล่างขึ้นมา หาใช่การชักนำจากส่วนกลาง และที่ผ่านมา เราก็ยังไม่ได้เริ่มต้นอย่างแท้จริง