เรื่องที่ผมจะเขียนต่อไปนี้ หากจะเป็นคุณประโยชน์ต่อสังคม
โดยรวม หรือมันเป็นเหตุผลที่พอจะฟังได้ ขอจงยกประโยชน์ ให้กับแรงบันดาลใจที่ทำให้ต้องเขียนถึง
เรื่องที่เกิดกับ คุณนิสา โรจน์รุ่งรังษี กับบุตรชาย วสุรัตน์ โรจน์รุ่งรังษี ผมไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับพวกเขาไม่ว่าจะสายโลหิต หรือการดำเนินชีวิตเยี่ยงสามัญชนของผม
เรื่องที่เกิดกับ นิสา กับ วสุรัตน์ ทำให้ผมต้องรีบค้นหนังสือเก่าออกมา อ่านทวนเพื่อตอกย้ำความจำ นวนิยายเรื่อง “ปีศาจ” ใช่ ผมคิดถึงเลยว่าคนสองคนนี้กำลัง สู้กับปีศาจ
ผมย้อนกลับไปอ่านความคิด ของ “สาย สีมา” ชาวบ้านนอกแถบๆ ชานกรุง ทุกวันนี้ก็น่าจะเป็นย่านปทุมธานี “สาย” มีโอกาสดีได้เรียนจบมหาวิทยาลัย เขาเจียมตัว ในโอกาสได้รู้จักกับ “รัชนี” ผู้มาจากตระกูลขุนนาง
“สาย สีมา” คือแบบอย่าง “คนดี” เห็นใจชาวนา คนยากคนจน ซึ่งเป็นเพื่อร่วมอาชีพบรรพบุรุษ
“มหาจวน” ผู้มีบุญคุณส่งเสียให้เขาได้เล่าเรียนจบมหาวิทยาลัย และเขาเลือกเป็นทนายความ แทนที่เขาเป็นผู้พิพากษา ก็ย่อมได้ อันนี้คือ “สาย สีมา” ได้แหวกวงล้อมออกจากคุณค่าเก่าของสังคม
วันนี้ผมได้รู้จัก “สาย สีมา” ที่คงจิตวิญญาณทนายความเพื่อผดุงความยุติธรรม แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นได้
“มหาจวน” ผู้มีบุญคุณ ต้องการ “สาย” ช่วยฟ้องขับไล่ชาวบ้านเดียวกันกับเขาออกจากที่จำนองไป “สาย” มองเห็นชาวบ้านเป็นผู้ที่ไม่ได้รับความยุติธรรม
“สาย สีมา” ได้สอนคนจบกฎหมายในเรื่องเกี่ยวกับ “ความกตัญญู” กับ “ความยุติธรรม” ด้วยการปฏิเสธการเป็นทนายให้ “มหาจวน” ที่จะฟ้องร้องคนจน ทนายความที่ธำรงไว้เพื่อความถูกต้อง
ในความหมายของผมในวันนี้ “ปีศาจ” ในความหมายของ เสนีย์ เสาวพงศ์ เปลี่ยนแปลงไป
“ปีศาจ” ของผมคือคนจบกฎหมาย ทำหน้าที่ผดุงไว้ซึ่งความยุติธรรม ได้ทำลายความเชื่อมั่นของผมไปหมดสิ้น
“อำนาจ”ที่มีในวันนี้ หากเลือกได้อย่าง “สาย สีมา” คุณต้องมีความยับยั้งชั่งใจระหว่าง “ความกตัญญู” กับ “ความยุติธรรม”
“ความกตัญญู” ทำให้คุณเติบโตในหน้าที่การงาน แต่ “ความยุติธรรม” คือสิ่งที่ประเทศชาติจะดำรงสืบไป
หากคุณเลือก "ความกตัญญู' คุณก็คือปีศาจที่จะทำลายกระบวนการยุติธรรมไทย
ปล.โปรดเหลือพื้นที่ในเรือนจำ กักขังความจริงนี้ไว้ด้วย









