วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

พึ่งพาผู้เชี่ยวชาญ ทางลัดสู่เป้าหมาย

จากรายงานข่าว วันที่ 5 ก.ย. 2559

 เวลา 18.50 น. ตามเวลาท้องถิ่น ของนครหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน นายแจ็ค ยุน หม่า ผู้ก่อตั้ง และผู้บริหารบริษัทกลุ่มบริษัทอาลีบาบา เจ้าของเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของจีน แต่ชื่อเสียงระดับโลก เข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่เข้าร่วมการประชุมผู้นำกลุ่ม 20 (จี20) การพบปะครั้งนี้ ได้หารือกันในประเด็นที่พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญว่า นอกจากการแสดงความยินดีที่ได้พบกัน ทั้งสองฝ่ายยังหารือถึงแนวทางส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเอสเอ็มอีของไทย โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การส่งออกของไทย 90% เป็นเอสเอ็มอี แต่ที่ผ่านมาการบริหารจัดการภาครัฐยังไม่สมบูรณ์เบ็ดเสร็จ จึงยินดีหากผู้บริหารของอาลีบาบาจะช่วยแบ่งปันประสบการณ์และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับไทย โดยบริษัทสามารถช่วยสร้างเครือข่ายและความเชื่อมโยงให้เอสเอ็มอีของไทยได้ หากสร้างห่วงโซ่ได้จะช่วยสร้างผลประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจำนวนมาก และเกิดผลประโยชน์ต่อบริษัทในฐานะนักลงทุนด้วย

ทั้งนี้ ผู้บริหารอาลีบาบาเห็นว่าการให้ความสำคัญกับเอสเอ็มอี สอดคล้องกับสิ่งที่บริษัทกำลังดำเนินการ และเชื่อว่าโลกาภิวัตน์เป็นสิ่งที่ดีต่อบริษัทใหญ่ๆ แต่สร้างความสมดุลต่อเอสเอ็มอีไม่ได้ สิ่งที่บริษัททำจะช่วยให้บริษัทๆ อยู่รอดได้ภายใต้โลกาภิวัตน์ พร้อมคิดว่าอีก 30 ปี ข้างหน้าจะเป็นยุคของเทคโนโลยีการขายรูปแบบใหม่ กระบวนการผลิตและระบบการเงินแบบใหม่ ทั้งจะเป็นสังคมที่ไม่ได้เดินด้วยพลังงาน แต่จะดำเนินการโดยข้อมูล (data) 

โดยเห็นว่า ไทยมีจุดเด่นด้านการบริการ มีทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ จึงยินดีหากจะใช้ระบบของบริษัทช่วยเอสเอ็มอีไทยให้ส่งออกสินค้า อาทิ ทุเรียน ผลไม้ ข้าว ไปยังประเทศจีนและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้มากขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีด้านการขนส่งและระบบการชำระเงินของบริษัทที่มีประสิทธิภาพและครอบคลุม นอกจากนี้ บริษัทยังมีระบบ “Alitrip” ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยระบบนี้รองรับนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในไทยซึ่งมีจำนวนหลายล้านคนในแต่ละปี

ส่วนที่นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงสิ่งที่รัฐบาลกำลังขับเคลื่อนมากที่สุดคือ สินค้าโอท็อปจึงอยากให้อาลีบาบาเข้ามาช่วยพัฒนา ซึ่งได้รับคำตอบยินดีแบ่งปันประสบการณ์ และเชื่อว่าไทยมีนวัตกรรมที่พัฒนาสินค้าโอท็อปได้

การพบปะระหว่างนายกรัฐมนตรีของไทย ซึ่งถือเป็นตัวแทนรัฐบาล กับผู้บริหารบริษัทเอกชนของจีน อาจนับได้ว่าเป็นการเปิดกว้างรับฟัง “ผู้รู้” ที่แท้จริง มีประสบการณ์ทำธุรกิจและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับโลกยุคใหม่ซึ่งรัฐบาลยุค 4.0 กำลังจะก้าวไป น่าจะเป็นเรื่องที่ดี เพราะเรื่องของ“ธุรกิจ” ก็ควรต้องปรึกษาหารือกับนักธุรกิจ และการทำธุรกิจยุคใหม่ที่มีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวพันขับเคลื่อนอย่างแยกกันไม่ออก ก็ต้องอาศัยนักธุรกิจยุคใหม่ที่ประสบความสำเร็จบนกิจการแห่งวันนี้ ที่นอกจากนักธุรกิจจีนแล้ว ยังมีนักธุรกิจยุคใหม่ของประเทศอื่นๆ ที่น่ารับฟัง และร่วมมือกัน บนพื้นฐานที่นำมาสร้างประโยชน์แก่ประเทศได้

ขณะเดียวกัน คงต้องฟังเสียงในประเทศด้วยว่า ต้องการการสนับสนุนส่งเสริมอย่างไร จึงจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจชาติให้ก้าวไปข้างหน้า รู้ทันโลกยุคใหม่ที่มีกลไกทางเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวพันตั้งแต่ตื่น ถึงหลับ และต้องรู้ทันด้านมืดของเทคโนโลยี มีมาตรการป้องกัน และรับมืออย่างเหมาะสม แต่ไม่ใช่ห้ามทุกสิ่งทุกอย่างจนเป็นการปิดกั้นการสร้างอนาคต เช่น การมีมัลแวร์ระบาดอย่างรุนแรงทั่วโลก ก็ต้องหาวิธีการป้องกัน เรียนรู้วิธีอุดช่องโหว่ภัยคุกคามที่จะนำไปสู่การสูญเสียทรัพย์ และชื่อเสียง โลกกำลังก้าวไปข้างหน้า ปรึกษาผู้รู้จริงเพื่อจะได้ลดทอนปัญหา ขณะเดียวกันก็ต้องมีนโยบายที่ชัดเจนกำหนดก้าวเดินที่ถูกที่ควร จะได้ไปสู่จุดหมายอย่างเหมาะควร