วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ภารกิจของกรมการค้าต่างประเทศยุค 4.0

กรมการค้าต่างประเทศกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2485 จนถึงบัดนี้มีอายุครบ 74 ปี จากปัจจัยด้านเศรษฐกิจ

การค้าการเมืองระหว่างประเทศในแต่ละยุค และปัจจัยของผู้เข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ด้วยว่าเป็นใคร มีความรู้ความสามารถแค่ไหน หรือเป็นผู้จ้องแต่จะหาผลประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้อง หรือเป็นพวกส้มหล่นบุญหล่นทับพวกมากลากเข้ามาเป็นรัฐมนตรี หรือเข้ามาตามโควตาโดยไม่มีความรู้ความสามารถและความมุ่งมั่นในการบริหารงานกระทรวงพาณิชย์เลย

จากต้นกำเนิดเมื่อ 74 ปีที่แล้ว มีการปรับปรุงปรุงโครงสร้างหน่วยงาน ให้เหมาะสมกับแต่ละยุตมาตลอดอด เมื่อย่างเข้าปีที่ 74 ที่รัฐบาลรณรงค์เรียกว่าประเทศไทย ยุค 4.0 กรมการค้าต่างประเทศก็ต้องปรับตัวปรับปรุงภารกิจของงานที่ต้องปฏิบัติให้เข้ากับยุค 4.0 จึงจัดสัมมนาเจ้าหน้าที่เพื่อทำความรู้ความเข้าใจ ปรับตัว ปรับโครงสร้าง เพื่อรองรับการปฏิบัติหน้าที่ในยุค 4.0 ด้วย

คำว่ายุค 4.0 เชื่อว่ามีผู้คนจำนวนมาก ยังคงงงและไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร หน้าตาเป็นอย่างไร สามารถทำได้จริงอันจะช่วยให้เศรษฐกิจการค้าของประเทศชาติเจริญขึ้นได้หรืออย่างไร โดยเฉพาะมีส่วนที่เกี่ยวกับภาระหน้าที่ของกรมการค้าต่างประเทศ ที่ต้องปฏิบัติอย่างไร ผู้บริหารของกรมการค้าต่างประเทศจึงได้ร่วมกันและระดมเจ้าหน้าที่ ทำการบ้านในเรื่องนี้ และได้สังเคราะห์ออกมาได้ว่า ภาระหน้าที่ของกรมการค้าต่างประเทศยุค 4.0 ควรเป็นเช่นไร โดยได้ทำสรุปภารกิจหลักของกรมการค้าต่างประเทศย้อนไปตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง จนถึงปัจจุบันเป็นสี่ยุค คือ ยุค1.0 หน้าที่หลักคือผู้ควบคุมสินค้าหลักในยุคนั้นเป็นสินค้าเกษตรกรรม ยุค 2.0 เป็นผู้กำหนดระเบียบสินค้าหลักคืออุตสาหกรรมเบา ยุค 3.0 คือผู้อำนวยความสะดวกสินค้าหลักคืออุตสาหกรรมหนัก ยุคปัจจุบัน 4.0 ผู้ให้คำปรึกษาสินค้าและบริการจะเน้นที่นวัตกรรม

หากพิจารณาจากภาระหน้าที่และงานที่ที่ปฏิบัติจริงของกรมการค้าต่างประเทศในระยะเริ่มแรก ภารกิจหลักและงานที่ปฏิบัติเป็นหลักใหญ่ คือการควบคุมการนำเข้าสินค้า โดยจะกำหนดรายการสินค้าที่ควบคุมการนำเข้า (ซึ่งกระทำโดยพระราชกฤษฎีกา) ไว้มากมายทั้งสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม สินค้ารายการใดที่จะอนุญาตให้นำเข้าเป็นการทั่วไป โดยไม่ต้องขอรับใบอนุญาต ก็จะออกประกาศกระทรวงพาณิชย์ ยกเว้นให้เป็นการทั่วไป เหลือรายการสินค้าที่ต้องขออนุญาต เฉพาะรายการที่ต้องการคุ้มครอง เกษตรกรและผู้ผลิต ส่วนการควบคุมการส่งออกก็จะกำหนดไว้สำหรับรายการสินค้าที่ต้องสงวนไว้ หรือปฏิบัติตามความตกลงระหว่างประเทศ งานหลักคือการออกใบอนุญาต ในปลายยุคนี้มีภารกิจเพิ่มขึ้นคือการควบคุมมาตรฐานสินค้าเกษตรที่ส่งออกบางชนิดด้วย

ยุคที่สอง ยุคโควตาเฟื่องฟู นอกเหนือจากการออกใบอนุญาตนำเข้าส่งออกแล้ว เป็นยุคที่มีการทำความตกลงระหว่างประเทศที่มีการกำหนดโควตาในการนำเข้าสินค้าบางชนิด เช่นสิ่งทอ กาแฟ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเป็นต้น ช่วงนี้หน้าที่สำคัญของกรมการค้าต่างประเทศ คือการจัดโควตาส่งออก สิ่งทอ กาแฟ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง มีการจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาทำหน้าที่ดูแลการจัดสรรโควตาสินค้านั้นฯเป็นการเฉพาะ เช่นกองการค้าสิ่งทอ กองการค้าสินค้าข้อตกลง

ยุคที่สามเป็นยุคหลังจากมีการจัดตั้งองค์การการค้าโลกและการจัดตั้งเขตการค้าเสรีต่างฯ เป็นยุคที่ต้องเปิดตลาดสำหรับสินค้า ตามพันธะที่มีต่อองค์การการค้าโลก และตามความตกลงเขตการค้าเสรี และอีอีซี ยุคนี้ ลดการควบคุมการนำเข้าส่งออกยกเว้นส่วนที่ผูกพันไว้ แต่เน้นส่งเสริมสนับสนุนการออกหนังสือรับรองสำหรับการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้า งานหลักที่เพิ่มขึ้นคือการปกป้องอุตสาหกรรมภายในจากสินค้าทุ่มตลาดและการอุดหนุน การใช้มาตรการปกป้อง รวมทั้งให้การช่วยเหลือสินค้าส่งออกของไทยที่ถูกกล่าวหาทุ่มตลาด

ไม่ว่าจะเป็นยุคใดหน้าที่สำคัญที่มีมายาวนานที่จะละเลยมิได้ คือการบริหารจัดการการส่งออกข้าวให้ประเทศได้รับประโยชน์สูงสุด

หน้าที่หลักของกรมการค้าต่างประเทศตั้งแต่ยุคแรกจนถึงปัจจุบัน คือการออกใบอนุญาตนำเข้าส่งออก การออกหนังสือรับรองเพื่อการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้า การต่อต้านสินค้าทุ่มตลาดและได้รับการอุดหนุน การใช้มาตรการปกป้องอุตสาหกรรมภายในจากสินค้านำเข้า และการบริหารจัดการการส่งออกข้าว

ยุคปัจจุบัน ประเทศไทยในยุค 4.0 เนื่องจากกรมการค้าต่างประเทศไม่มีภาระหน้าที่หลักในการกำกับดูแลการผลิตสินค้าไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกษตรหรืออุตสาหกรรม รวมทั้งสินค้าบริการ การปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจยุค 4.0 ยุคเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ก็ไม่น่าจะมีผลกระทบทำให้ภารกิจของกรมการค้าต่างประเทศเปลี่ยนไป

แต่มีผลที่จะต้องมีนวัตกรรมในการทำให้การบริการการออกใบอนุญาตนำเข้าส่งออก การออกหนังสือรับรอง การดำเนินการเพื่อต่อต้านการทุ่มตลาด การใช้มาตรการปกป้อง และงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็วมีประสิทธิภาพประสิทธิผลดีขึ้นให้สอดคล้องเหมาะสมกับยุคดิจิตัล สำหรับการคิดและใช้นวัตกรรมเพื่อบริหารการจัดการข้าวไทยให้ได้ประโยชน์สูงสุด คงต้องรอให้มีการระบายข้าวมรดกบาปจากโครงการรับจำนำข้าวหมดไปก่อน