วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หลังผู้นำ ‘วูบ’ สิงคโปร์ก็พูดถึงวาระผลัดใบ

ในยุคโซเชียล มีเดีย ผู้นำโลก

ที่รู้จักใช้สื่อดิจิทัล ให้เป็นประโยชน์อย่างนายกฯ หลีเสี่ยนหลงของสิงคโปร์ ก็สามารถสื่อกับประชาชนของเขาได้ตลอดเวลา... แม้หลังเหตุการณ์ “วูบ” ระหว่างกล่าวคำปราศรัยวันชาติเมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา

หลังจากที่คณะแพทย์ตรวจนายกฯหลีฉับพลัน หนึ่งชั่วโมงให้หลัง เขาก็กลับมากล่าวคำปราศรัยต่อ และใช้ Facebook พูดถึงเรื่องที่อยู่ในใจของทุกคนที่เกิดอาการตกใจจากที่ผู้นำ “เป็นลม” ต่อหน้าต่อตาเช่นนั้น

เรื่องนั้นคือ : ใครคือทายาทการเมืองของสิงคโปร์หากผู้นำวัย 64 คนปัจจุบัน มีอันเป็นไปก่อนจะก้าวลง เมื่อหมดเทอมปัจจุบันในอีก 4 ปีข้างหน้า?

“ตอนนี้เรามีทีมแกนหลัก (core team) ของคนรุ่นใหม่ในคณะรัฐมนตรีแล้ว แต่ไม่ว่าเราจะเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ก็ตาม เราก็คือมนุษย์เดินดินที่วันหนึ่งต้องตาย รัฐมนตรี (คลัง) เฮงสวีเคียท ทำให้พวกเราตกใจกันยกใหญ่ (หัวใจวาย) แต่ผมดีใจที่ท่านผ่านมาได้ด้วยดี และสุขภาพท่านกำลังค่อย ๆ ฟื้นคืนสภาพเดิม คุณหมอได้อนุญาตให้ท่านกลับมาทำงานอีกครั้ง โดยให้มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นให้น้อยที่สุด...ผมจึงจะตั้ง Lawrence Wong เป็นรัฐมนตรีช่วยคลัง เพื่อช่วยท่านในเรื่องปฏิบัติการของกระทรวง ขณะที่ท่านรัฐมนตรีเน้นการทำแผนงบประมาณของปีใหม่...”

หลีเสี่ยนหลง บอกว่าการสร้างทีมผู้นำและเตรียมการสำหรับการส่งไม้ต่อเป็น “top priority” หรือมีความเร่งด่วนสูงสุด และสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้เปลี่ยนตารางเวลา หรือความตั้งใจเกี่ยวกับการสืบทอดอำนาจการบริหาร

“ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้า เราจะสร้างความแข็งแกร่งให้กับทีมของเราเพิ่มเติมอีก และหลังการเลือกตั้งทั่วไปคราวหน้า คนที่สืบทอดต่อจากผมก็พร้อมจะรับงานจากผมทันที...” นายกฯหลีระบุไว้อย่างชัดแจ้ง

แต่ใครคือคนคนนั้น?

เดิมทีตัวเก็งหลักคือรัฐมนตรีคลังเฮงสวีเคียทคนนี้แหละ แต่เมื่อเกิดเหตุหัวใจวายเฉียบพลันขึ้นมา แม้จะกลับมาทำงานได้แล้ว โอกาสของเขาคงจะหดหายไปทันที

ตัวเก็งสำคัญจึงกลายมาเป็นเบอร์สองของกระทรวงนี้ นั่นคือ Lawrence Wong วัย 42 เคยเป็นรัฐมนตรีวัฒนธรรม และสร้างผลงานด้านออกทีวี ดีเบตกับแกนนำพรรคตรงกันข้ามกับรัฐบาลอย่าง Dr.Chee Soon Juan อย่างถึงลูกถึงคนมาแล้ว

ตัวเก็งคนสำคัญอีกคนคือ Chan Chun Sing ซึ่งเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ อายุ 45 เคยเป็นรัฐมนตรีพัฒนาชุมชน, เยาวชนและกีฬา เลือกตั้งใหญ่ครั้งที่แล้วเมื่อปีก่อน เขานำทีมพรรค PAP ของรัฐบาลเอาชนะมาด้วยคะแนน 77.8% ในเขตเลือกตั้ง Tanjong Pagar

ตามตารางเวลาปกติ สิงคโปร์จะมีการเลือกตั้งทั่วไปคราวหน้าในปี 2020 หรืออีก 4 ข้างหน้า แต่เมื่อเหตุ “ภาวะวูบ” ของนายกฯ หลีเสี่ยนหลง ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรค People’s Action Party ซึ่งปกครองประเทศมาตลอด 57 ปีแล้ว ผมจะไม่แปลกใจหากหลีเสี่ยนหลง จะเริ่มวางแผนให้มีการเลือกตั้งทั่วไปเร็วกว่ากำหนด เพื่อให้ทายาทการเมืองรุ่นที่ 4 ก้าวขึ้นมาบริหารประเทศจากนี้ไปอีกไม่นานนัก

ซึ่งก็แปลว่าคนเป็นนายกฯ คนต่อไป ไม่มาจากตระกูลหลีแน่นอน