วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คู่แข่งของไทยบนเวที ‘นวัตกรรมโลก’

สัปดาห์ที่ผ่านมา องค์การทรัพย์สินทางปัญญาแห่งโลก

 (WIPO)ประกาศผล “Global Innovation Index 2016” เป็นการจัดอันดับประเทศ ตามความก้าวหน้าในการส่งเสริมพัฒนาด้าน “นวัตกรรม”

 โดยใช้ข้อมูลและตัวชี้วัด 82 ตัวในการให้คะแนน ผลก็คือสวิสเซอร์แลนด์ครองอันดับ 1 สามารถรักษาแชมป์จากปีก่อนไว้ได้ตามมาด้วย สวีเดน อังกฤษ สหรัฐฯ ฟินแลนด์ และสิงคโปร์

ไฮไลต์อย่างหนึ่งในปีนี้ก็คือการขยับขึ้นมาติดท็อป 25 ครั้งแรกของจีน หลังจากปีก่อนจีนอยู่ที่อันดับ 29 ทำให้จีนกลายเป็นประเทศผู้นำด้านนวัตกรรมในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง (upper middle – income) ของกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียตะวันออก และโอชิเนีย ส่วนประเทศโซนนี้ที่ได้คะแนนตามมา (ห่างๆ) ได้แก่มาเลเซียอันดับที่ 35 ไทยอันดับที่ 52 เวียดนาม 59 ฟิลิปปินส์อันดับที่ 74 และอินโดนิเซียอันดับที่ 88

WIPO ยังได้สรุปภาพรวมของการพัฒนานวัตกรรมของกลุ่มภูมิภาคนี้ ว่ามีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดี แต่ยังมีคะแนนเฉลี่ยต่ำในเรื่องการลงทุนจากผู้เชี่ยวชาญการวิจัยและพัฒนาจากต่างประเทศ ขณะที่การส่งออกสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับ ICT และการได้รับสิทธิบัตรเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญายังมีจำนวนไม่มากนัก

กลับมาที่ประเทศไทยซึ่งรัฐบาลประกาศสนับสนุนนวัตกรรมอย่างเต็มที่ และหวังใช้นวัตกรรมเป็นแรงผลักดันสำคัญ ให้ประเทศพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง

ผลการสำรวจสถานภาพธุรกิจของ ม.หอการค้าไทยล่าสุด ระบุว่าเมื่อสอบถามผู้ประกอบการถึงปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน กลุ่มตัวอย่างนักธุรกิจไทย 76.1% ยกให้ปัจจัยเรื่องนวัตกรรมและเทคโนโลยี เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ ขณะที่เมื่อมองต่อเนื่องไปในปี 2560 ปัจจัยด้านนี้มีผลต่อการดำเนินธุรกิจ รองมาจากปัจจัยด้านสภาพเศรษฐกิจ ซึ่งผลสำรวจนี้พอจะบอกได้ระดับหนึ่งว่าว่านักธุรกิจไทยเข้าใจถึงความสำคัญของนวัตกรรมและเทคโนโลยี

นอกจากนั้นเอสเอ็มอียังรู้จักนโยบายไทยแลนด์ 4.0 แต่พอถามว่าคิดว่าธุรกิจจะสามารถปรับตัวไปสู่ ยุคอุตสาหกรรม 4.0 ได้หรือไม่ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่กว่า 60.7% มองว่าการปรับตัวก้าวกระโดดจากอุตสาหกรม 2.0 , 3.0 ไปสู่ 4.0 ที่ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการผลิตสินค้าเป็นไปได้ยาก

ถือเป็นโจทย์สำคัญของภาครัฐที่จะเดินหน้าในเรื่องการสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมของผู้ประกอบการ ปัญหาปัจจุบันไม่ใช่การขาดการรับรู้และตระหนักในเรื่องความสำคัญของนวัตกรรม แต่ต้องลงไปติดตามว่าอะไรคือปัญหาและข้อจำกัดที่ทำให้ผู้ประกอบการไม่มั่นใจว่าจะขยับตัวเองขึ้นมาเป็นผู้ประกอบการยุค 4.0 ได้

อย่าลืมว่าขณะที่เราอยู่ในอันดับที่ 52 คู่แข่งอย่างเวียดนามกำลังตามมาในอันดับที่ 59 หากยังชะล่าใจช่องว่างจะแคบลงเรื่อยๆ จนเขาอาจแซงเราได้ในอนาคตอันใกล้นี้