เพียงช่วงเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมงได้เกิดเหตุการณ์ร้าย
และเหตุระเบิดป่วนเมืองมากถึง 14 จุดใน 7 จังหวัดโดยเฉพาะเมืองที่เป็นจังหวัดท่องเที่ยวหลัก ของไทยที่ตกเป็นเป้าทั้งตรัง อ.หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไฟไหม้เขาหลักและระเบิดที่จังหวัดพังงา ไฟไหม้ร้านขายของที่ระลึก อ่าวนาง จังหวัดกระบี่ รวมถึงเหตุระเบิดหน้าสถานีตำรวจน้ำและหน้า สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี 3 จุด และที่ภูเก็ตอีก 4 จุด จนทำให้เกิดมีผู้เสียชีวิตมากถึง 3 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบราย ซึ่งไทม์ไลน์ของเหตุการณ์สั่นสะเทือนขวัญจนป่วนไปทั่วบ้านเมืองวันนี้ เริ่มขึ้นตั้งแต่บ่าย 3 โมงจากเหตุมีการวางระเบิดที่ตลาดเซ็นเตอร์พอยท์ จังหวัดตรังจนมีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บหลายราย ต่อมาเวลา 4 ทุ่ม 40 นาที เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดค่ายนเรศวร เข้าตรวจสอบเหตุระเบิดหน้าร้านจอห์นนี่ ถนนเดชานุชิต เขตเทศบาลเมืองหัวหิน ขณะเก็บกู้วัตถุระเบิดก็เกิดมีเสียงระเบิดดังขึ้นอีกห่างจากจุดแรก 50 เมตร ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 19 คน เป็นคนไทย 10 คน นักท่องเที่ยวต่างชาติ 9 คน
ล่วงถึงเช้ามืดราวตี 4 ครึ่งวันที่ 12 สิงหาคม เกิดเหตุเพลิงไหม้ร้านค้าขายของที่ระลึกวอล์คกิ้งสตรีท ซึ่งเป็นอาคารปลูกติดกัน 20-30 หลังคา และเมื่อเวลา 8 โมงเช้าได้เกิดเหตุระเบิดที่หน้าป้ายกองกำกับการตำรวจน้ำ หน้าเทศบาลนครสุราษฏร์ธานี จนมีผู้บาดเจ็บทันที 2 ราย และมีผู้เสียชีวิตในเวลาต่อมา กระทั่งมาถึงช่วงเช้า 9 โมงเกิดเหตุระเบิดร้านขายของที่ตะกั่วป่า พังงา ทั้งนี้ทีมโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันเหตุระเบิดที่ภาคใต้เป็นการก่อวินาศกรรม เป็นการสร้างสถานการณ์ก่อกวนที่ไม่ใช่การก่อการร้าย ซึ่งได้มีการจับกุมผู้ต้องสงสัย 1 คน ด้าน พล.ต.ต.สุรเชษฐ หักพาล ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว ยอมรับว่าเหตุระเบิดในหลายจังหวัดภาคใต้ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว ล่าสุดได้สั่งการให้ทุกท้องที่ตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจเฝ้าระวังทุกพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง โดยให้เน้นตั้งด่านความมั่นคง แหล่งพื้นที่ท่องเที่ยวใน กทม. และจุดการจัดงานเนื่องในวันแม่แห่งชาติ
ขณะที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เรียกประชุมหน่วยงานความมั่นคง ร่วมกับผู้บัญชาการเหล่าทัพ อาทิ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หน่วยข่าวกรองทางทหาร ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล หารือประเมินสถานการณ์และความเชื่อมโยงเหตุระเบิดในหลายจุด หลังหลายชาติประกาศเตือนพลเมืองทั้งสหรัฐอเมริกา อังกฤษ เดนมาร์ก สวีเดน ฟินแลนด์ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และญี่ปุ่น ได้ยกระดับคำเตือนปลอดภัย
เหนือสิ่งอื่นใด เหตุการณ์ร้ายรุนแรง เข้าข่ายการก่อวินาศกรรม ที่กระทบต่อความมั่นคงครั้งนี้ได้เกิดขึ้นตั้งแต่เวลาบ่าย 3 โมงของวันพฤหัสฯที่ 11 สิงหาคม ต่อเนื่องถึงวันศุกร์ที่ 12 สิงหาคมไม่ใช่เป็นเรื่องปกติอย่างแน่นอน แต่กลับบ่งบอกเป็นสัญญาณคุกคามต่อปลอดภัยในการดำเนินชีวิตของคนไทยโดยทั่วไป หลังจากมีรายงานจากการตรวจสอบเบื้องต้นสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นระเบิดแสวงเครื่องจุดชนวนด้วยมือถือ ซึ่งคาดว่าเพื่อสร้างสถานการณ์ก่อความไม่สงบในพื้นที่ท่องเที่ยว ที่จะกระทบต่อความเชื่อมั่นของประเทศ เราจึงอยากเห็นภาพผู้นำประเทศเป็นแก่นกลางรวบรวมพลังให้คนไทยตื่นตัวช่วยกันเฝ้าระวังเหตุป่วนเมือง มากกว่าจะมองเห็นภาพที่พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี มีอารมณ์ฉุนเฉียวหรือกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดุดันต่อผู้สื่อข่าวท่านั้น









