วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ประชาชน3.0? ‘พลเมืองเสมือน’ (e-Residency) ของเอสโทเนีย

เอสโทเนียได้เริ่มนำเทคโนโลยี “บล็อกเชน” มาใช้ยกระดับระบบ และเปิดให้บริการ “พลเมืองเสมือน”

หรือ e-residency เป็นประเทศแรกในโลก

“พลเมืองเสมือน” คืออะไร เราจะเป็นไปทำไม ถ้าเราไม่เคยคิดจะย้ายไปอยู่เอสโทเนีย?

เว็บไซต์ e-Estonia ของรัฐบาลสรุปประโยชน์ว่า พลเมืองเสมือนสามารถลงนามในเอกสารด้วยลายเซ็นดิจิทัล (digital signature) ซึ่งมีผลผูกพันตามกฎหมาย จัดตั้งและบริหารจัดการบริษัทสัญชาติเอสโทเนียได้จากพื้นที่ออนไลน์ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยไม่จำเป็นต้องย่างเท้าเข้าประเทศเลยแม้แต่น้อย

การเปิดบริษัทใหม่ในเอสโทเนีย ทำได้โดยใช้เวลาเพียง 18 นาทีเท่านั้น เป็นสถิติโลกที่กินเนสส์รองรับตั้งแต่ปี 2009 และจนถึงวันนี้ยังไม่มีใครโค่นแชมป์ลงได้ นอกจากนี้ บริษัทเอสโทเนียไม่ต้องเสียภาษีเงินได้จนกว่าจะจ่ายปันผล มีค่าใช้จ่ายน้อยมากในการจัดตั้งและภาระตามกฎหมาย เช่น สามารถใช้ระบบบันทึกบัญชีออนไลน์ของรัฐในการจัดทำงบการเงินประจำปี อีกทั้งยังอยู่ภายใต้ระบบภาษีที่โปร่งใสได้ประสิทธิภาพ และเข้าข่ายเป็น “บริษัทสังกัดสหภาพยุโรป” ซึ่งนอกจากจะเพิ่มความน่าเชื่อถือแล้ว ยังทำให้นิติบุคคลเข้าข่ายได้สิทธิประโยชน์จากสหภาพยุโรปด้วย

การเป็น “พลเมืองเสมือน” ของเอสโทเนียไม่ได้ทำให้ใครสามารถเล็ดรอดระบบรักษาความปลอดภัย หรือลิดรอนระดับความมั่นคงของประเทศ ยกตัวอย่างเช่น e-resident ที่เดินทางไปเยือนเอสโทเนียยังคงต้องแสดงหนังสือเดินทางของประเทศที่ตนเป็นพลเมือง (ในโลกจริง) และการเปิดบัญชีธนาคารยังคงต้องเป็นไปตามข้อกำหนดเกี่ยวกับ “การยืนยันตัวตนของลูกค้า” หรือ Know Your Client (นิยมย่อว่า หลัก KYC) ตามกฎหมาย ซึ่งแปลว่าจะต้องไปแสดงตัวต่อหน้าธนาคารในวันเปิดบัญชี (ข้อนี้รัฐบาลเอสโทเนียและธนาคารอาจผ่อนปรนให้ในอนาคต)

เล่ามาถึงตรงนี้หลายคนคงสงสัยว่า มีคนไทยคนไหนไปสมัครเป็น “พลเมืองเสมือน” ของเอสโทเนียแล้วหรือยัง จุดมุ่งหมายและประสบการณ์ของพวกเขาเป็นอย่างไรบ้าง

ผู้เขียนได้มีโอกาสสัมภาษณ์ คุณดอน สัมพันธารักษ์ หรือ @smartbrain บนทวิตเตอร์ ผู้สื่อข่าวไอทีประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ TelecomAsia หนึ่งในพลเมืองเสมือนของเอสโทเนีย เรียบเรียงคำตอบของคุณดอนได้ดังนี้

สมัครทำไม? - ในระดับปรัชญา ความคิดที่ว่าจะมี “ชาติเสมือน” บนโลกจริงที่กำลังล่มสลายนั้นวันหนึ่งจะเกิดขึ้นจริงๆ อย่างแน่นอน รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์หรือ e-Estonia ของประเทศเล็กๆ (เอสโทเนียทั้งประเทศมีประชากรเพียง 1.3 ล้านคน) กำลังทำให้ดูเป็นตัวอย่าง

หันมาดูประเทศไทย วันนี้ในมุมมองของคนนอก ไทยมีระบบการกำกับดูแลที่เข้มงวดเคร่งครัดขยับยากมาก ระบบราชการไทยยังล้าหลังและไม่ฉลาด ตั้งแต่โครงการสมาร์ทการ์ดที่ไม่สมาร์ท และหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์หรือ e-passport ซึ่งส่วนที่เป็น “อี” ยังไม่ได้ถูกใช้งานเลย เช่น คนไทยยังต้องสแกนหนังสือเดินทางเล่มจริงที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง

กระบวนการสมัครง่ายไหม? - ง่ายมาก คุณดอนสมัครผ่านเว็บไซต์โครงการ e-residency ในเดือนมกราคม อีกสี่วันถัดมาได้คำยืนยันว่ารัฐบาลได้รับเรื่อง อีกไม่กี่วันหลังจากนั้นได้อีเมลจากตำรวจกองตรวจคนเข้าเมืองว่า ได้รับอนุมัติให้เป็นพลเมืองเสมือนแล้ว อีเมลอีกฉบับบอกว่า บัตรพลเมืองเสมือนพร้อมแล้ว ให้ไปรับจากสถานทูตเอสโทเนียในกรุงลอนดอน ตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป สรุปว่าใช้เวลาทั้งหมดเพียง 19 วันเท่านั้น นับจากวันที่สมัคร จนถึงวันที่ให้ไปรับบัตรพลเมืองเสมือนได้

ประโยชน์ของการเป็นพลเมืองเสมือน? - สามารถจดทะเบียนตั้งบริษัทเอสโทเนีย (ซึ่งเข้าข่ายเป็นบริษัทสังกัดสหภาพยุโรป) ตราบใดที่ผู้ถือหุ้นคนอื่นเป็นพลเมืองเสมือนหรือพลเมืองจริงของเอสโทเนีย

บัตรพลเมืองเสมือนที่ได้รับมานั้น มาพร้อมกับซอฟต์แวร์เสริมที่ให้เข้ารหัสและ “เซ็น” เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ได้ นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับอีเมล @eesti.ee และโดเมนเนมของตัวเอง ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ค่อนข้างมีประโยชน์ เพราะตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2559 เป็นต้นมา ลายเซ็นชนิดนี้ได้รับการยอมรับว่าถูกต้องตามกฎหมายทั่วทั้งสหภาพยุโรป ไม่ต้องอธิบายขยายความหรือพิสูจน์กันอีกในชั้นศาลเหมือนกับ PGP signature หรือลายเซ็นดิจิทัลชนิดอื่น

ด้านระบบความปลอดภัย คุณดอนตั้งข้อสังเกตว่า บัตรพลเมืองเสมือนของเอสโทเนียดูเหมือนจะมีสามระดับ การเสียบบัตรเฉยๆ (บัตรใบนี้มาพร้อมกับเครื่องอ่านหรือ reader เสียบกับคอมพิวเตอร์เพื่ออ่านบัตร) จะแสดงข้อมูลพื้นฐาน เช่น เลขพลเมืองเสมือน วันเกิด การเข้าถึงเว็บไซต์หรือยืนยันตัวตนกับธนาคารจะต้องใช้ชุดรหัสผ่านหรือ PIN ชุดแรก ส่วน PIN ชุดที่สองใช้สำหรับเซ็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์

รัฐบาลเอสโทเนียใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนมาช่วยงานผ่านการจับมือกับบริษัท บิตเนชั่น (Bitnation) เสนอบริการรับรองเอกสารต่อสาธารณะ (public notary service) ซึ่งก็แปลว่าวันนี้พลเมืองเสมือนของเอสโทเนียสามารถใช้บริการนี้ในการรับรองสัญญาธุรกิจ ใบสูติบัตร ใบสมรส และเอกสารอื่นๆ ทางกฎหมาย

ล่าสุด หน่วยงานบริการสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์ (e-Health) ของเอสโทเนียได้ประกาศเป็นพันธมิตรกับ การ์ดไทม์ (Guardtime) ระบบบล็อกเชนที่ให้บริการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและระบบต่างๆ ในระดับอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาระดับความปลอดภัย โปร่งใส ตรวจสอบได้ และธรรมาภิบาลของข้อมูลผู้ป่วยในระบบสาธารณสุขเอสโทเนีย