ผลประชามติรธน. ชี้คนไทยต้องการปฏิรูป

ผลประชามติรธน. ชี้คนไทยต้องการปฏิรูป

ผลการออกเสียงประชามติ รับ-ไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญ

ฉบับล่าสุด เมื่อวันที่ 7 ส.ค.2559 ยอดสรุปจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ประกาศผลประชามติอย่างไม่เป็นทางการ มีผู้เห็นชอบร่างรธน. 61.4% และส่วนของคำถามพ่วง 58.11% คนใช้สิทธิ 27 ล้านคน บัตรเสีย 3% สะท้อนพฤติกรรมและความต้องการของสังคมได้ค่อนข้างชัดเจนว่า คนไทยต้องการให้ประเทศเดินไปข้างหน้า เนื่องจากการรับร่างรัฐธรรมนูญนี้ ทำให้กรอบเวลาสู่การเลือกตั้งชัดเจนขึ้นว่า ประเทศไทยจะมีการจัดเลือกตั้งได้แน่นอน ประมาณปลายปี 2560 หรือต้นปี 2561 

มติประชาชนในครั้งนี้ จะเห็นว่าแตกต่างจากความต้องการของภาคการเมือง ที่ทุกฝ่ายแสดงจุดยืนตรงกันว่า ไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญใหม่นี้ แต่เมื่อประชามติออกมาว่าเห็นชอบ ภาคการเมืองก็ต้องยอมรับตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งสิ่งนี้ก็สะท้อนมุมมองอีกแง่ที่น่าสนใจคือ แสดงว่าคนไทยต้องการเห็นการปฏิรูปทางการเมือง คนไทยต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง รวมถึงที่มาและการวางตัวผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในช่วงการพลิกฟื้นสถานการณ์ 5 ปีแรก 

อย่างไรก็ตาม ่ผลประชามติครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า คนไทยต้องการการผูกขาดอำนาจจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จากสองขั้วที่แตกต่างก่อนหน้านี้ แต่เป็นภาพสะท้อนว่าประชาชนชาวไทย ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง ต้องการเห็นการเมืองที่จะเปิดโอกาสให้ประชาชน เข้ามามีสิทธิ์มีเสียงแสดงความคิดเห็น ตลอดจนตรวจสอบพฤติกรรมต่างๆ ของนักการเมืองได้มากขึ้น เรียกได้ว่าอยากเห็นการเมืองที่เปิดช่องทางให้ประชาชน มีส่วนเข้าไปเกาะติดเรื่องการบริหารบ้านเมือง การทำงานของนักการเมืองมากขึ้นด้วย

จากผลประชามติครั้งนี้ ก็ได้แต่หวังว่าบคคลในภาคการเมือง จะมองเห็นประเด็นเสียงความต้องการของประชาชน กรอบเวลา 5 ปีแรกของการปฏิรูป ประเทศไทยจะสามารถปรับเปลี่ยน และบูรณาการโครงสร้างทางการเมืองได้ตามเสียเรียกร้องของประชาชน ที่ต้องการเห็นสิ่งนี้โดยไม่ยึดติดกับขั้วอำนาจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ต้องการเห็นโครงสร้างใหม่ทางการเมือง และนักการเมืองที่มาจากเสียงประชาชนอย่างแท้จริง เป็นความคาดหวังใหม่หลังจากคนไทยเอือมระอา การเมืองแบบเก่า ที่สองขั้วความคิดต่างโต้แย้งกันและดึงประชาชนมาเป็นเครื่องมือ เหมือนที่ผ่านมา 

นับจากนี้ไปมาดูกันว่า กรอบเวลา 5 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ หลังจากพลังเสียงประชาชนส่งสัญญาณ ผ่านมติการยอมรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้แล้ว หากเราต้องการเปลี่ยนแปลง ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือร่วมใจ ร่วมกันผลักดัน ร่วมกันยกระดับมาตรฐานใหม่ทางการเมือง เพื่อสังคมที่จะเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิ์มีเสียงในการร่วมวางรากฐาน การบริหารบ้านเมืองด้วยเสียงของประชาชนเองอย่างแท้จริง หวังว่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลงใหม่ เห็นการเมืองใหม่ และสังคมที่คิดใหม่ บนพื้นฐานความต้องการของประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศตัวจริง ไม่รู้จะมีโอกาสได้เห็นความเปลี่ยนแปลงดังว่าได้หรือไม่