ตลาดงานดิจิทัลถึงเวลาบริหารงานแบบTemp

ตลาดงานดิจิทัลถึงเวลาบริหารงานแบบTemp

ในช่วงเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ธุรกิจแนวใหม่ที่เริ่มต้นจาก Idea แล้วใช้เครื่องมือใหม่ๆ เทคโนโลยีล้ำๆ มาปลุกให้ไอเดียเกิดขึ้นจริง

ส่งผลต่อผู้คนในวงกว้างและเติบโตอย่างรวดเร็ว คำว่า Start Up ถูกสื่อสารออกไปอย่างแพร่หลาย สนับสนุนโดยหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงการตั้งเป้าผลักดันเข้าสู่ Thailand 4.0 ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีในการสนับสนุนคนรุ่นใหม่ได้นำไอเดียมาสร้างเป็นธุรกิจ เกิดแรงบันดาลใจให้เด็กรุ่นใหม่อยากก้าวออกมาสร้างธุรกิจส่วนตัว

เมื่อเกิดกระแสฝูงมหาชนก้าวเข้าสู่วงการสตาร์ทอัพ สิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาตามมา ยิ่งใหญ่กว่าการคิดไอเดียธุรกิจคือ การสร้างไอเดียให้เกิดขึ้นจริงภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่ เงิน กำลังคน กำลังสมอง และแผนการผลักดันให้ธุรกิจกลายเป็นที่รู้จัก แม้จะมีเครื่องไม้เครื่องมือเข้ามาช่วยจำนวนมากในยุคนี้ แต่สิ่งสำคัญ คือความต้องการกำลังคนที่มีความรู้เข้าใจเครื่องมือและสำคัญที่สุดคือเข้าใจเทคโนโลยีใหม่ๆ

นี่คือความยากของการใช้กำลังคนที่มีความเข้าใจเทคโนโลยีได้เป็นอย่างดี ประสบการณ์การทำงานในบริษัทเทคโนโลยีดิจิทัลมา 6 ปี การหาทีมงานที่มีความเข้าใจเรื่องต่างๆ เหล่านี้เป็นเรื่องที่ยุ่งยากมาก นอกจากความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะตลาดเนื้อหาหลักสูตรในมหาลัยไม่สามารถพัฒนาตามเทคโนโลยีที่วิ่งไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้นักศึกษาจบใหม่จำนวนมากไม่ตอบโจทย์ตลาดความต้องการของภาคอุตสาหกรรมจริงๆ

ทุกวันนี้ต้องยอมรับน้องๆ รุ่นใหม่ที่มี Passion ในการทำงานและดู Learning Curve ในการเรียนรู้นำมาสอนงานให้ตรงต่อความต้องการของเราเอง แต่ปัญหาที่ตามมาก็จะเป็นเรื่องการดึงตัว การรักษาให้พนักงานที่ภักดีกับองค์กรให้ข้ามจุดคุ้มทุนในการพัฒนาเด็ก และใช้งานให้เกิดประโยชน์

แต่เหมือนที่ทุกท่านทราบแรงงานเด็กรุ่นใหม่มีความอดทนน้อย คาดหวังเงินเดือนสูง และต้องการความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เป็นปัญหาปวดหัวของหลายบริษัท เทคโนโลยีทุกวันนี้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว กลายเป็นปัญหาทับซ้อนไปมา ครั้งเมื่อมีปัญหาต้องการคนแบบเร่งด่วนก็ต้องดึงตัวจากบริษัทอื่น ซึ่งก็ต้องยอมรับเงินเดือนที่สูงตามไปด้วย

ด้วยวงจรที่ว่ามาทำให้เกิดฟองสบู่ของอัตราเงินเดือนคนในวงการดิจิทัล เราจะเจอเงินเดือนหลักแสนในความสามารถ 50,000 เราจะเจอเงินเดือนที่สูงกว่าคุณค่าจริงมากมาย เมื่อดีมานด์ในตลาดสูงยิ่งทำให้ฟองสบู่ยิ่งขยายตัวเร็วขึ้น

ในวิกฤติเป็นโอกาส การที่เด็กยุคใหม่ออกมาทำธุรกิจด้วยตนเองในรูปแบบบริษัทสตาร์ทอัพ ก็เป็นโอกาสที่เราจะสามารถใช้กลยุทธ์การ Out Sourcing เด็กที่มีความสามารถปัจจุบันหลังจากทำงานในบริษัทใหญ่ซักพักเมื่อเห็นโอกาสก็จะเลือกที่จะออกมาเป็นเจ้านายตัวเอง ตั้งทีมขนาดย่อมๆ สร้างไอเดียดีๆ และรับงานกันเป็นกลุ่มๆ (ระเบิดก้อนนี้เลยไปตกอยู่กับกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ที่กลายเป็นที่ฝึกงานของคนรุ่นใหม่) การสร้าง Connection กับคนกลุ่มนี้ เพื่อหาทีมงานคุณภาพมารับงานเป็นทางออกที่ดี

ในรูปแบบนี้มีการพูดถึงในวงกว้างคือการบริหารจัดแรงงานแบบTEMP (เทมป์) หรือบางครั้งก็อาจเรียกว่า Disposable Worker คือการจ้างงานระยะสั้น  ซึ่งช่วยได้มากทีเดียวในตลาดแรงงานฟองสบู่ดิจิทัล

องค์กรณ์ขนาดใหญ่ที่มีพนักงานจำนวนมากๆ หลายองค์กรเมื่อวิกฤติที่ส่งผลกระทบอย่างหนักมักได้รับผลกระทบก่อนและมีโอกาสล้มเป็นรายแรกๆ การตัดค่าใช้จ่ายหลักคือเรื่อง “พนักงาน” จึงเป็นตัวเลือกที่เห็นบ่อยๆ เพื่ออยู่รอด

การมีพนักงานจำนวนมากปัจจุบันในสายตาของนักธุรกิจไม่ได้หมายถึงความแข็งแรงแต่ คือจุดเสี่ยง ยุคนี้เป็นการนำเทคโนโลยีมาทดแทนคนเพื่อลดความเสี่ยง  มีบริษัทซอฟต์แวร์หลายรายที่ทำธุรกิจขายโปรแกรมเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับองค์กรจำนวนมาก เครื่องมือเสริมสร้าง Productivity ช่วยในการสื่อสารทำงานร่วมกันและเติบโตต่อเนื่อง หลายบริษัทไม่จำเป็นต้องมีทีมขายจำนวนหลายร้อยเพื่อขายซอฟต์แวร์มีเพียงทีมการตลาดเล็กๆ ที่ลงโฆษณา บริหารจัดการเครื่องมือโฆษณาหลากหลายช่องทางหาลูกค้าเข้ามาในต้นทุนที่ถูกมาก รายได้มหาศาลสวนทางกับจำนวนคนเพราะการปรับใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสม ใช้อย่างชาญฉลาด

แรงงานหรือพนักงานแบบชั่วคราวเป็นวิธีที่ต้องนำปรับมาใช้ในองค์กรยุคใหม่ วิธีการคิดพื้นฐาน คือ อะไรที่ไม่ใช่ Core Competency สมรรถนะหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ ไม่ต้องคิดเยอะ ให้จ้างภายนอก แม้จะเป็นโครงการระยะยาว หรือคำนวณในทางบัญชีแล้วจ้างคนไว้เอง คุ้มค่าและถึงจุดคุ้มทุนได้เร็วกว่าก็ตาม

อย่าลืมต้นทุนที่เรามองไม่เห็นอื่นๆ การสอนงานพัฒนาเพิ่มทักษะ สวัสดิการและอุปกรณ์การทำงานพื้นฐานที่ต้องเพิ่มขึ้น อย่าลืมว่าเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพออกมาจำนวนมาก

ในทางกลับกันที่น่ากลัวของแรงงานเองก็มีความเสี่ยงที่สูงขึ้นเช่นเดียวกัน การมาของเทคโนโลยีคือ การนำเทคโนโลยีเข้ามาทดแทนมนุษย์ เมื่อคนรุ่นใหม่ออกมาทำธุรกิจเป็นเจ้านายตัวเอง ก็จะพบกับการแข่งขันที่สูงขึ้นเช่นเดียวกัน เมื่อก่อนการทำงานราชการเพราะเหตุผลเรื่องความมั่นคงเป็นหลัก แต่เมื่อบริษัทยักษ์ใหญ่ไม่อยากเลี้ยงคนจำนวนมากความมั่นคงของลูกจ้าง พนักงานในอนาคตก็จะลดลง ถูกทดแทนด้วยเทคโนโลยีและหุ่นยนต์ ฉลาด ทำงานได้ 24 ชั่วโมง ข้อผิดพลาดน้อย ไม่มีอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง มีแต่ข้อดี

ภาพของความมั่นคงในระยะยาวที่ลูกจ้างคาดหวังเป็นเรื่องที่ดูริบหรี่ลง ลองคาดเดาว่าชีวิตหลังเกษียณของคุณรุ่นใหม่ในอนาคตจะลำบากขนาดไหนกัน เป็นการปรับสมดุลครั้งใหม่ของการบริหารคนและธุรกิจยุคใหม่ ที่เราต้องเฝ้ามองและปรับตัวอย่างระมัดระวัง ทั้งคนจ้าง นายจ้าง และลูกจ้าง ได้รับผลกระทบนี้ทั้งสิ้น