อารมณ์ร่วมของประชาชนที่ไม่สังกัด “ขั้วสี” สุดโต่ง
ในนาทีก่อนเปิดหีบออกเสียงประชามติ 7 สิงหาคือ บ้านเมืองสงบเงียบ เพราะเศรษฐกิจแย่ รู้สึก “เบื่อ” อยากให้เลือกตั้งโดยเร็ว
การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ วันที่ 19 สิงหาคม 2550 ก็มีอารมณ์ร่วม “อยากเลือกตั้ง กาให้ผ่านไปเถอะ” เช่นกัน
ในวันออกเสียงประชามติ 2550 มีผู้มาใช้สิทธิกว่า 25 ล้านเสียง คิดเป็นร้อยละ 57.61 จากมีผู้มีสิทธิลงคะแนน 45 ล้านเสียง
เห็นชอบ 14 ล้าน เสียง คิดเป็นร้อยละ 56.69 ไม่เห็นชอบ 10 กว่าล้านเสียง คิดเป็นร้อยละ 41.37
ทิศทางการออกเสียงประชามติ 2559 ก็ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนัก
ภาคอีสาน 17 จังหวัด น่าจะไม่เห็นชอบ ส่วนที่เห็นชอบ ก็เป็น 2 จังหวัดเดิมคือ บุรีรัมย์ กับ นครราชสีมา
บุรีรัมย์ เมื่อปี 2550 เนวิน ชิดชอบ นำทีมรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ยังพ่าย ตกมาปีนี้ “เนวิน” ย้ายข้าง คะแนนเห็นชอบก็น่าจะมากกว่า และเสียงเห็นชอบ อาจจะทิ้งขาดเลยก็ได้
นครราชสีมา เป็นที่ตั้งของกองทัพภาคที่ 2 บวกกับฐานเสียงกลุ่มสุวัจน์ ลิปตพัลลภ จึงผ่านแบบเฉียดฉิว ในครั้งนี้ก็ยังจะผ่านด้วยคะแนนเห็นชอบเหนือกว่าไม่เห็นชอบ
9 ปีที่แล้ว ภาคกลาง มีผู้ใช้สิทธิเห็นชอบมากกว่าไม่เห็นชอบทุกจังหวัด เฉลี่ยอยู่ในเกณฑ์ร้อยละ 60 เห็นชอบ 40 ไม่เห็นชอบ
รอบนี้ มีรายงานข่าวว่า สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา และ สิงห์บุรี คะแนนไม่เห็นชอบจะมากกว่าเห็นชอบ
จะยังไงก็ตาม คะแนนเห็นชอบก็น่าจะมากกว่าแบบทิ้งขาดในหลายจังหวัด เพราะมีอารมณ์ “เบื่อ” เป็นปัจจัยเสริม
ภาคเหนือ ปี 2550 คะแนนเห็นชอบมากกว่าไม่เห็นชอบ แต่ก็แบ่งเป็น 2 โซน เหนือตอนบน ฝ่ายไม่เห็นชอบชนะ ส่วนเหนือตอนล่าง ฝ่ายเห็นชอบชนะ
ครั้งนี้ คะแนนก็น่าจะออกมาสูตรเดิม เหนือตอนบน ยกให้ “เจ๊แดงทีม” เหนือตอนล่าง ทีมคนหนุ่มของ ปชป.สาย “ลุงกำนัน” ไล่ตั้งแต่สุโขทัย, พิษณุโลก, ตาก และนครสวรรค์ คงช่วยกันกวาดคะแนนเห็นชอบ บวกกับเสียงจากทีมสมศักดิ์ เทพสุทิน
ภาคใต้ ไม่แตกต่างจากปี 2550 แม้ ชวน หลีกภัย จะออกมาช่วยลุ้นหนุนเสียงไม่รับ แต่เอ่ยชื่อ “ทักษิณ” คนใต้ก็ตัดสินใจไม่ยาก มิใช่ว่าไม่รัก “นายหัว” แต่หนนี้ขอเอาชนะทักษิณอีกครั้ง
เซียนการเมืองวิเคราะห์ว่า ถ้าภาคใต้เสียงมาเหมือนเดิมคือ เห็นชอบร้อยละ 80 ไม่เห็นชอบร้อยละ 20 คะแนนก้อนนี้ก็จะอุดช่องโหว่ที่พ่ายในภาคอีสานได้
สรุปว่า “เบื่อ-อยาก” เป็นอารมณ์ร่วมของผู้คน ก่อนเปิดคูหา 7 สิงหา!






