วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เราพร้อมสำหรับ Future Shock รอบใหม่เพียงใด?

วันก่อน เขียนถึง Future Shock

 หนังสือของ “นักทำนายอนาคต” อัลวิน ทอฟเล่อร์ (ที่เพิ่งเสียชีวิตไป) ที่โด่งดังจากการคาดการณ์แม่นยำ เมื่อกว่า 40 ปีก่อน ว่าอินเทอร์เน็ตจะครองโลก และ “คลื่นลูกที่สาม” (The Third Wave) คือ “ข้อมูลข่าวสาร”

ผมจินตนาการไปเองว่า หากได้สนทนากับทอฟเล่อร์ก่อนท่านจากไป เรื่องคำพยากรณ์ถึงอนาคตของโลก เขาจะเห็นด้วยกับเรื่อง Internet of Things (IoT) และ “ปัญญาประดิษฐ์” หรือ Artificial Intelligence (AI) กับการปฏิวัติรอบใหม่ของวิถีชีวิตของมนุษย์หรือไม่

แต่หากย้อนไปอ่านที่เขาเขียนทำนายเอาไว้ ผมเชื่อว่าทอฟเล่อร์คงจะสนุกกับการได้วิพากษ์ และวิเคราะห์อนาคตที่กำลังเป็นหัวข้อถกแถลงกัน อย่างน่าตื่นตาตื่นใจในหลายวงการ

สำหรับผมเรื่องที่อยากจะเห็นก่อนจะลาจากโลกนี้ไปคือ การได้เห็นมนุษย์ขึ้นไปสร้างเมืองบนดวงจันทร์และดาวอังคาร อย่างที่นักวิทยาศาสตร์อย่าง Stephen Hawking ได้เสนออย่างจริงจัง และนักธุรกิจอย่าง Elon Musk ลงทุนด้วยเงินมหาศาลเพื่อสร้างยานอวกาศ พร้อมจะทำความฝันให้เป็นความจริง

หลายคำทำนายที่ผมเห็นพ้องด้วยคือที่ Price WaterHouse Consulting (PwC) ที่มองแนวโน้มของความเปลี่ยนแปลงที่จะสร้างความ “ปั่นป่วน” (disruption) ให้กับทุกวงการของโลกได้โดยเฉพาะทางด้านการเงิน ที่จะมีผลกระทบต่อทุกคนโดยไม่มีข้อยกเว้นเช่น

เทคโนโลยีทางการเงินจะเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจการเงินรูปแบบใหม่ (FinTech) บริการด้านฟินเทคโดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจธนาคารเพื่อรายย่อย (Consumer Banking) และธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) ที่จะกดดันให้ทั้งธนาคารขนาดใหญ่และผู้เล่นรายใหม่ ที่มีศักยภาพหันมาจับมือเพื่อเพิ่มศักยภาพ ในการแข่งขันในอุตสาหกรรมนี้มากขึ้น 

อีกด้านหนึ่งคือ “เศรษฐกิจแบ่งปัน” หรือ The sharing economy ที่เริ่มเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของคนทั่วไปมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบริการแท็กซี่หรือการจองห้องพักกับที่อยู่อาศัย ต่อจากนี้ก็คือการเงินการธนาคารจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของ “เศรษฐกิจแบ่งปัน” มากขึ้นทุกที เพราะการกู้หรือให้กู้ หรือกิจกรรมเงิน ๆ ทอง ๆ จะเป็นเรื่องระหว่างบุคคลมากกว่าระหว่างคนกับสถาบันการเงิน

ขณะเดียวกันผมก็เชื่อว่า “บล็อกเชน” (Blockchain) หรือระบบโครงข่ายในการทำธุรกรรมและเก็บบัญชีธุรกรรมออนไลน์ จะเป็นแกนสำคัญในการประกอบธุรกรรมในโลกการเงินยุคใหม่ เพราะสามารถพัฒนาต่อยอดธุรกรรมทางการเงิน ที่จะช่วยลดต้นทุนการให้บริการ และเพิ่มความโปร่งใสให้กับการทำธุรกรรม

ผมไม่มีความสงสัยว่าวิทยาการหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ (Robotics and Artificial Intelligence) จะเป็นปรากฏการณ์ที่มาแทนแรงงานมนุษย์ ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างกว้างขวาง ลดต้นทุน และเปลี่ยนโฉมหน้าของเศรษฐกิจและสังคมโลกไปอย่างหนักหน่วงรุนแรง

นี่เป็นเพียงไม่กี่เรื่องที่จะสร้างความ “ป่วน” ให้กับสังคมไทยในวันข้างหน้าอันใกล้นี้อย่างปฏิเสธไม่ได้ ปัญหาคือเราพร้อมแค่ไหน ระบบการศึกษาเราปรับทันกับ “สึนามิ” แห่งเทคโนโลยีเพียงใด และระบบการเมืองกับสังคมไทยพร้อมจะ “ปฏิรูป” เพื่อตั้งรับกับ “ความป่วน” ที่รวดเร็วและเร่งร้อนอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนหรือไม่

ถามผมวันนี้ คำตอบคือเราไม่พร้อมครับ