นอกเหนือจากความเชื่อในเรื่องโชคเรื่องดวงที่เหนือธรรมชาติแล้ว ชาวยุโรปก็มักจะชอบบันทึกสถิติต่างๆ เพื่อเป็นฐาน
ในการพิจารณานำไปสู่แนวโน้มในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือพูดให้ตรงเป้าที่สุด สถิติที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกลายเป็นสูตรความเชื่อมั่นที่นำไปสู่การคาดการณ์การแข่งขันฟุตบอลได้อย่างค่อนข้างแม่นยำ
ในวงการฟุตบอลอังกฤษ ว่ากันว่ามีสถิติอยู่สองอย่างที่จะเป็นดัชนีชี้วัดว่า ทีมไหนมีโอกาสที่จะได้แชมป์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก หนึ่งทีมนั้นต้องได้แต้มกลับบ้านในแมชท์ที่ไปเยือนสโต๊ก ซิตี้ และสองทีมนั้นต้องมีคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งในวันคริสมาสต์ สถิติดังกล่าวนี้มีความถูกต้องยืนยาวมาหลายปี จนกลายเป็นสูตรในการคาดการณ์ว่าที่แชมป์
ก่อนการแข่งขันฟุตบอล Euro 2016 จะเริ่มขึ้น หลายๆ ทีมหยิบยกเอาสถิติต่างๆ มาสร้างความหวังความมั่นใจให้กับตัวเอง
ทีมอังกฤษเดินทางไปทำศึกที่ฝรั่งเศสครั้งนี้ ด้วยสถิตินักเตะอายุเฉลี่ยน้อยที่สุดกว่าทุกๆ ทีม และเป็นชุดทีมชาติที่อายุเยาว์ที่สุดในรอบเกือบ 6 ทศวรรษ พร้อมกับความหวังว่าจะสามารถผ่านเข้ารอบลึกๆ ได้ เพราะความสำเร็จของนักเตะหนุ่มทีมรัสเซียในศึก Euro 2008 และทีมเยอรมนีใน Euro 2012 ที่สามารถผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศนั้นย่อมเป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดี แต่น่าเสียดายว่า สถิตินี้ไม่เป็นใจให้กับทีมชาติอังกฤษที่ทำได้เพียงแค่รอบ 16 ทีมสุดท้าย
อิตาลีมีดีกรีเป็นแชมป์ฟุตบอลโลก 4 สมัยและแชมป์ยุโรปหนึ่งสมัย มีความเชื่อมั่นว่า โชคมักจะเข้าข้างเมื่อไม่ได้มีแร๊งกิ้งอยู่ในอันดับ Top10 ของฟีฟ่า ตอนฟุตบอลโลก 1994 อิตาลีอยู่อันดับ 16 แต่ผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ช่วงฟุตบอล Euro 2000 แร๊งกิ้งของอิตาลีคืออันดับ 14 แต่เกือบเอาชนะฝรั่งเศสในรอบชิงชนะเลิศ ต่อมาในฟุตบอลโลก 2006 อิตาลีอยู่ในอันดับ 13 แต่สามารถคว้าแชมป์โลก ในศึกฟุตบอล Euro 2012 อิตาลีสามารถผ่านทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศทั้งๆ ที่อยู่ในอันดับ 12 ของฟีฟ่า แต่น่าเสียดายว่า ในศึก Euro 2016 ครั้งนี้ อิตาลีอยู่ในอันดับ 12 กลับไปไม่ถึงฝันเพราะสถิติไม่ขลังพอ ทำได้เพียงแค่รอบ 8 ทีมสุดท้าย
ก่อนการแข่งขันรองรองชนะเลิศเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ฝรั่งเศสไม่เคยเอาชนะทีมชาติเยอรมนีได้เลยนับตั้งแต่ปี 1958 พ่ายแพ้ตลอดทั้ง 3 แมทช์ในศึกฟุตบอลโลก (เป็นสถิติเดียวกันกับที่ฝรั่งเศสเคยถูกเพื่อนบ้านลุ่มน้ำไรน์บุกข้ามพรมแดนถึง 3 ครั้ง) แต่ในศึก Euro 2016 ฝรั่งเศสสามารถเอาชนะดวงหักสถิติที่ยืนยาวมานานกว่า 58 ปีเอาชนะเยอรมนีจนผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้
เพราะฉะนั้นแล้ว สถิติและประวัติศาสตร์ต่างๆ สำหรับคู่ชิงชนะเลิศระหว่างโปรตุเกสและฝรั่งเศสจะคงความขลังต่อไปอีกหรือไม่ เป็นความสนใจที่ควรนำมากล่าวถึง
ก่อนหน้าจะถึงวันชิงชนะเลิศ ฝรั่งเศสไม่เคยแพ้โปรตุเกสมา 10 นัด 41 ปี และไม่เคยแพ้ใครบนผืนแผ่นดินของตัวเองติดต่อกันมา 18 นัด เรียกว่านับตั้งแต่ปี 1960 เป็นต้นมา ยังไม่เคยมีทีมไหนบุกมาเอาชนะทีมชาติลูกเหลนนโปเลียนได้เลยเป็นเวลานานถึง 20,459 วัน หรือ 56 ปีพอดิบพอดี เป็นสถิติที่มีความขลังความศักดิ์สิทธิ์อย่างฝังลึก
ในสนาม Stade de France ซึ่งเป็นสังเวียนนัดชิงชนะเลิศ ฝรั่งเศสไม่เคยแพ้ใคร และโปรตุเกสก็ไม่เคยอาชนะฝรั่งเศสในสนามนี้ได้เลย เรียกว่าแพ้ทั้งสองครั้งในแมทช์กระชับมิตรที่พบกันในปี 2001 และ 2014 ยิ่งไปกว่านั้น โปรตุเกสเคยพ่ายแพ้ให้กับฝรั่งเศสในรอบรองชนะเลิศในปี 1984 2000 และ 2006 เป็นสถิติที่ค้ำคอค้ำใจให้ช้ำใจ
เพราะฉะนั้น นอกเหนือจากตำแหน่งแชมป์ยุโรปเป็นเดิมพันสูงสุดแล้ว ศึก Euro 2016 ในครั้งนี้จึงมีความหมายสำหรับนักสถิติที่จะรอพิสูจน์ในวันสุดท้ายแมทช์สุดท้ายว่าสถิติและความเชื่อต่างๆ ที่คงกระพันมานานจะไร้ความหมายและถูกทำลายได้หรือไม่ นอกจากจะเป็นความหวังแล้ว ยังถือเป็นภารกิจแห่งประวัติศาสตร์สำหรับทีมโปรตุเกสที่จะพิสูจน์และหักห้างทฤษฎีสถิติและความเชื่อทั้งหลายแหล่
ในที่สุด การที่ทีมโปรตุเกสสามารถช็อคโลกลูกหนังด้วยการเอาชนะทีมฝรั่งเศสจนคว้าแชมป์ยุโรปได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
ถึงแม้ว่า คริสเตียนโน โรนัลโด จะยังไม่สามารถสร้างสถิติให้กับตัวเองด้วยการยิงประตูทีมฝรั่งเศสได้ แต่โปรตุเกสก็สร้างประวัติศาสตร์และทำลายความขลังของสถิติต่างๆ ได้อย่างน่าอัศจรรย์ นอกเหนือจากสร้างประวัติศาสตร์เป็นทีมแรกที่สามารถเอาชนะทีมฝรั่งเศสในแผ่นดินของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ได้ในรอบเกือบหกทศวรรษแล้ว ยังสามารถหยุดสถิติและความฝันของฝรั่งเศสที่จะคว้าแชมป์ในฐานะเจ้าภาพเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน หลังจากที่เคยทำมาแล้วในปี 1984 และ 1996 นอกจากนี้ โปรตุเกสก็ยังหยุดสถิติยอดแย่ของตัวเองในฐานะทีมที่เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรปรวมทั้งหมด 34 แมทช์ มากที่สุดโดยไม่เคยคว้าแชมป์ได้เลย ก่อนจะมอบตำแหน่งยอดแย่นี้ให้อังกฤษรับช่วงต่อด้วยสถิติ 31 นัดไปอีกอย่างน้อย 4 ปี
ถ้าหากทีมเยอรมนีจะบ่นว่าตัวเองไร้โชค ก็ต้องถือว่าโปรตุเกสเป็นทีมที่มีดวงดีที่สุดในทัวร์นาเมนต์นี้ เพราะในเส้นทางตลอดทั้ง 7 เกมก่อนคว้าแชมป์ในครั้งนี้ โปรตุเกสชนะเพียงครั้งเดียวในช่วงเวลาปกติ 90 นาที (ในรอบรองชนะเลิศ) แต่ก็สร้างประวัติศาสตร์เป็นทีมแรกที่ได้แชมป์ยุโรปทั้งๆ ที่ได้อันดับ 3 ในรอบแรก เรียกว่า ทั้งดวง ทั้งโชค ทั้งสถิติ ดูเหมือนจะเอียงข้างเทใจให้กับทีมโปรตุเกสอย่างน่าอิจฉา
การคว้าแชมป์ Euro 2016 ครั้งนี้ย่อมนำความสุขมาให้แก่ชาวโปรตุเกสทั้งประเทศ แต่ในขณะเดียวกัน รางวัลแรกแห่งประวัติศาสตร์นี้ มีส่วนให้ระลึกถึงดวงวิญญาณของชาวโปรตุเกสนาม Manuel Colaco Dias พลเรือนคนแรกและหนึ่งเดียวที่ต้องจบชีวิตสังเวยให้กับการก่อการร้าย ณ สนาม Stade de France แห่งนี้เมื่อคืนวันที่ 13 พฤศจิกายน 2015 อย่างน่าเศร้าใจที่สุด
------------------------
ปรีชาญาณ วงศ์อรุณ









