ในช่วงที่ผ่านมา มีผลสำรวจความเห็นประชาชน
ของสำนักวิจัยต่างๆ ต่อสถานการณ์การเมืองออกมาเป็นระยะ ประเด็นความสนใจของสำนักวิจัยเหล่านี้ ส่วนมากเป็นเรื่องความพึงพอใจของประชาชน ต่อผลงานรัฐบาลในประเด็นต่างๆ ที่อยู่ในความสนใจ ซึ่งหากประมวลผลการสำรวจที่เกิดขึ้น จะเห็นได้ว่าเป็นไปในทิศทางเดียวกัน กล่าวคือ คนไทยมีความพึงพอใจต่อการบริหารงานของรัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) แม้จะบริหารประเทศมากว่าสองปี แต่ผลการสำรวจก็ถือว่าออกมาดีเมื่อเปรียบเทียบกับรัฐประหารในอดีต
ล่าสุดมหาวิทยาลัยสวนดุสิต จัดทำโพลเรื่อง “การเมืองไทย ณ วันนี้" โดยสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 4-9 ก.ค. 2559 ซึ่งในประเด็น ประชาชนมอง “การเมืองไทย” ณ วันนี้ อย่างไร? ปรากฏว่าส่วนใหญ่มองว่านักการเมืองขาดความสามัคคี ทะเลาะเบาะแว้ง ใส่ร้ายกันไปมา79.69% รองลงมา ปัญหาทางการเมืองส่งผลกระทบในทุกๆ ด้านโดยเฉพาะเศรษฐกิจของประเทศ75.52%, ยังมีการทุจริตคอรัปชั่นในโครงการต่างๆ68.73% ,กำลังจะมีการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ 64.40% และ การเมืองวันนี้ดีกว่าที่ผ่านมา รัฐบาลควบคุมดูแลได้ดี มีนโยบายชัดเจน57.61%
เมื่อเปรียบเทียบการเมืองไทยก่อนที่จะมีรัฐประหาร กับ การเมืองไทย ณ วันนี้ เป็นอย่างไร? ปรากฏว่า ส่วนเห็นว่าดีขึ้น46.87% เพราะ ไม่มีการชุมนุมประท้วง การทะเลาะเบาะแว้งลดน้อยลง ปฏิบัติตามกฎระเบียบมากขึ้น มีมาตราพิเศษ คอยควบคุมเพื่อความสงบเรียบร้อย ฯลฯ รองลงมา เหมือนเดิม29.58% เพราะ ยังมีปัญหาความขัดแย้ง มีคลื่นใต้น้ำ การปล่อยข่าวสร้างกระแส มุ่งหวังแต่อำนาจผลประโยชน์ ฯลฯ และ แย่ลง23.55% เพราะ ยังไม่มีการเลือกตั้ง เป็นการเมืองภายใต้การรัฐประหาร ทำให้ต่างชาติไม่เชื่อมั่น กระทบต่อเศรษฐกิจ ฯลฯ
นอกจากนี้ ชมรมขับเคลื่อนวิชาการเพื่อวิจัยความสุขชุมชนและ ผอ.สำนักวิจัย ซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดผลสำรวจเรื่อง เปรียบเทียบ ความสุขมวลรวมคนไทย ระหว่าง กลุ่มคนที่ตั้งใจจะรับ กับ กลุ่มคนที่ตั้งใจจะไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญ กรณีศึกษาตัวอย่างผู้มีสิทธิเลือกตั้งใน 15 จังหวัด ระหว่างวันที่ 1 มิ.ย.– 9 ก.ค.ที่ผ่านมาพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่หรือ 54.3% มีความสุขค่อนข้างมาก ถึง มากที่สุด ในขณะที่ร้อยละ 34.2 มีความสุขปานกลาง และ 11.5% มีความสุขน้อยถึงน้อยที่สุด
เมื่อสำรวจประเด็นความสุขของประชาชนต่อบรรยากาศทางการเมือง พบว่า คนที่จะรับร่างรัฐธรรมนูญ 43.2% มีความสุขต่อบรรยากาศทางการเมืองค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ซึ่งมากกว่า คนที่จะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญที่มีอยู่ 31.4% ขณะประเด็นที่เห็นว่า “การเมืองไทย” ณ วันนี้ยังคงเหมือนเดิม คือ ยังคงมีความขัดแย้งแตกแยก ความแตกต่างทางความคิด 87.34% ,เห็นแก่พวกพ้อง อำนาจและผลประโยชน์ส่วตน 78.38% และพฤติกรรมนักการเมืองยังเหมือนเดิม วิพากษ์วิจารณ์ ไม่รับฟังความคิดเห็น 72.59%
ผลการสำรวจของสำนักวิจัยทั้งสองแห่งในบางประเด็นออกมาคล้ายๆกัน ซึ่งหากมีการจัดทำตามหลักการที่ถูกต้อง จนไม่ทำให้คนสงสัยว่าเอาใจอำนาจการเมืองแล้ว ประเด็นที่น่าสนใจที่บรรดานักการเมืองและผู้สนใจ การพัฒนาประชาธิปไตยไทยต้องให้ความสนใจ คือ ทำไมประชาชนจึงมีความพึงพอใจการบริหารงานของรัฐบาลทหาร และเหตุใดคนไทยยังมองการเมืองประชาธิปไตยแบบตัวแทนด้านลบมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในโลกตะวันตกเริ่มพูดกันมากขึ้นถึงปัญหาประชาธิปไตยแบบตัวแทน ว่ากำลังตกต่ำเพราะไม่สนองตอบความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง หากกระแสในเมืองไทยเป็นเช่นนั้น เป็นเรื่องที่ต้องปรับกันขนานใหญ่สำหรับกระบวนการประชาธิปไตยไทย






