วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หากผลประชามติออกมาใกล้เคียงกันอะไรจะเกิดขึ้น

ผมคงเป็นคนแก่จึงทำให้ขี้กังวลมากขึ้นกับอนาคตสังคมไทยที่กำลังจะผ่านการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ บทความ

หนังสือพิมพ์ทั่วๆ ไปก็มักจะลงความเห็นคล้ายๆ กัน ว่าผลการลงประชามติคงจะเป็นไปตามที่คณะทหารคาดการณ์และวางแนวทางเอาไว้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลว่าคนส่วนใหญ่จะรับร่างรัฐธรรมนูญเพราะอยากให้มีการเลือกตั้งเต็มที่แล้ว หรือการวิเคราะห์ว่ากลุ่มการเมืองฝ่ายตรงกันข้ามกับรัฐบาลไม่ได้จัดตั้งทางสังคมการเมืองเพียงพอจึงไม่สามารถระดมเสียงให้ไม่รับร่างฯได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ รวมไปถึงมองว่าฝ่ายที่ออกมารณรงค์ไม่รับก็เป็นเพียงกลุ่มนักศึกษาและนักกิจกรรมที่ไม่ใหญ่นัก ดังนั้นจึงไม่น่ามีปาฏิหาริย์ (มติชน 7 กรกฎาคม 2559)

หากเป็นไปตามที่หนังสือพิมพ์วิเคราะห์ไว้ก็หมายความว่าผลการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญนี้จะผ่านอย่างสบายและมีคะแนนชนะที่สูงมากพอสมควร ซึ่งก็คงจะไม่เกิดอะไรขึ้นมาแปลกใหม่ไปจากที่ดำเนินมาก็คือสังคมไทยก็ยังอยู่คล้ายๆ ที่เป็นมาหลังการรัฐประหาร หน้าตารัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้งก็คงจะดีขึ้นมาบ้างเพราะอ้างได้ว่ามาจากการเลือกตั้ง (เลือกตั้งบางส่วนเจรจาแบ่งอำนาจ บางส่วนยอมรับอำนาจเหนือกว่าบางส่วน)

แต่ผลการลงประชามติที่อังกฤษกลับมาหลอกหลอนให้ผมต้องกังวล

อย่าลืมนะครับว่าเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษเชื่อมั่นอย่างหนักแน่นมาโดยตลอดว่าผลจะเป็นไปอย่างที่เขาคาดคืออังกฤษยังอยู่ในสหภาพยุโรป ส่วนผู้นำที่เสนอให้ออกจากอียูก็น่าจะไม่คาดฝันว่ากลุ่มคัดค้านจะชนะดังที่เห็นกันในตอนนี้ว่าผู้นำเหล่านี้ถอนตัวจากการที่จะต้องเข้าไปเป็นผู้นำอังกฤษในการนำพาประเทศออกจากสถานการณ์นี้ ซึ่งผู้นำกลุ่มนี้ถูกประณามว่าทำตัวเป็นเสมือนหนูที่หนีไปจากเรือที่กำลังจม ทั้งๆ ที่เป็นกลุ่มคนก่อกระแสขึ้นมาเองแท้ๆ

ผลแพ้/ชนะในอังกฤษสะท้อนปัญหาความแตกต่างและความขัดแย้งที่สำคัญสองมิติ ได้แก่ปัญหาชนชั้นและปัญหาชนต่างวัย (generation : อาจารย์เกรียงศักดิ์ เชษฐพัฒนวนิช ใช้คำว่า“รุ่นชน”)

ชนชั้นกลางแบบใหม่ที่ทำงานในภาคบริการ ภาคการเงิน ภาคเทคโนโลยีสมัยใหม่ส่วนใหญ่อยู่ในเมืองใหญ่เลือกที่จะอยู่ในสหภาพต่อไป ซึ่งคนกลุ่มนี้อยู่ในวันหนุ่มสาวและมองเห็นอนาคตของตนและของชาติในลักษณะนานาชาติ

ชนชั้นกลางแบบเก่าทำงานตามหน้าที่ในบริษัทโรงงานอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม ส่วนใหญ่อยู่ในเมืองอุตสาหกรรมเก่า เมืองเกษตรกรรมเลือกที่จะออกจากสหภาพยุโรป คนกลุ่มนี้อยู่ในวัยกลางคนขึ้นไปและมองเห็นอนาคตตนเองผูกอยู่กับความรุ่งเรืองและวงขอบจำกัดของรัฐชาติ

ยกเว้นดินแดนใน “อาณานิคม” อังกฤษบางแห่งที่เลือกอยู่กับสหภาพยุโรปเพราะไม่อยากอยู่ภายใต้อังกฤษโดยตรงแบบที่เคยเป็นมา

การสำรวจโพลในช่วงแรกจนถึงใกล้การลงประชามติ ก็พบว่าฝ่ายอยู่ในสหภาพยังคงมีคะแนนนำเพราะชนชั้นกลางเก่าไม่ได้ใช้ชีวิตบนสื่อโซเชียลแบบชนชั้นกลางใหม่ ดังนั้นการสำรวจผลโพลจึงคลาดเคลื่อนได้ง่าย

ผลการลงประชามติที่อังกฤษพลิกความคาดหมายอย่างสิ้นเชิง และทิ้งภาระปัญหาอีกมากมายให้แก่คนรุ่นต่อไป ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะออกหัวออกก้อยอย่างไร

หากมองเปรียบเทียบกับสังคมการเมืองไทย ความขัดแย้งในหนึ่งทศวรรษสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่ซับซ้อนไม่น้อยกว่าที่อังกฤษ เพียงแต่ว่าปัญหาเรื่อง “ชนต่างวัย” หรือ “รุ่นชน” ของเราไม่ชัดเจนนัก เพราะกลุ่มเสื้อสีทั้งสองล้วนมีอายุพอๆ กัน คือสี่สิบขึ้นเป็นส่วนใหญ่ สังคมไทยจึงเป็นปัญหา “ชนชั้น” ซึ่งสัมพันธ์อยู่กับปัญหา “ภูมิภาคนิยม”

ซึ่งหากมองเปรียบเทียบกับการลงประชามติรัฐธรรมนูญฉบับก่อนก็จะเห็นชัดเจนครับ เพียงแต่เรายังไม่มีการศึกษากันอย่างจริงจัง ว่ามีปัญหาอะไรซ้อนทับอยู่อีกหรือไม่

หากผลการลงประชามติของไทยเราพลิกโผขึ้นมาบ้าง อะไรจะเกิดขึ้นสมมุติว่าฝ่ายไม่รับร่างชนะขาด รัฐบาลและคณะทหารก็คงจะต้องเลือกหยิบรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งมายำ โดยมีส่วนของรัฐธรรมนูญฉบับนี้แทรกอยู่ระดับที่ท่านพอใจ แล้วเราก็จะเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งกำมะลอระดับหนึ่งที่น่าจะดีกว่าฉบับร่างนี้ เพราะถ้าหากจะเอามาเหมือนกันเลยคนที่ไม่เอาร่างนี้ก็คงจะโวยขึ้นมาแน่ๆ

หากฝ่ายรับร่างฯชนะขาดก็หมดปัญหาไปการเมืองก็เดินไปตามที่คณะทหารพอใจ

แต่ที่ผมกังวลใจก็คือผลประชามติที่ชนะกันเล็กน้อยแบบเฉียดฉิวครับ การดื้อดึงไม่ยอมรับผลประชามติโดยกองกำลังมากำกับการเคลื่อนไหวของผู้คนจะเกิดขึ้นไหม หรืออีกทางหนึ่งจะมีกระบวนการระดมคน/ใช้จำนวนคนมหาศาลกดดันให้ไม่รับผลประชามติจะเกิดขึ้นหรือไม่ และหากเกิดแล้วอะไรจะเกิดตามมา

ผมเองไม่มีปัญญาและไม่กล้าประเมินว่าฝ่ายรับหรือไม่รับจะชนะ เพียงแต่หวังไว้ว่าไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรเรา: ทุกฝ่ายต้องยอมรับกันให้ได้ แล้วค่อยๆ แสวงหาแนวทางพูดคุยปรับเปลี่ยนไปสู่สิ่งที่ดีกว่าในภายหลัง ผมไม่อยากเห็นสังคมไทยขัดแย้งจนถึงเลือดเนื้ออีก