แน่นอนที่สุด การแข่งขันฟูตบอลชิงแชมป์ยุโรปรายการ Euro 2016 รอบรองชนะเลิศระหว่างทีมชาติฝรั่งเศส
และทีมชาติเยอรมนีที่จะมีขึ้นในวันที่ 7/7/16 (1+6=7?) จะต้องได้รับความสนใจจากแฟนลูกหนังทั่วโลกอย่างล้นหลาม เพราะนี่คือสองทีมยักษ์ใหญ่ที่เหมาะจะเป็นคู่ชิงชนะเลิศมากที่สุด
แต่ในความวิตกที่ไม่อาจมองข้ามหรือปล่อยวางได้ ก่อนที่บิ๊กแมทช์คู่นี้จะบรรเลงเพลงเตะในวันพฤหัสฯนี้ ไม่ใช่เพราะหวั่นเกรงว่า เชื้อแห่งความเกลียดชังและแย่งชิงความเป็นใหญ่ ที่เคยผลักดันให้สองชนชาติ “Franco-German” แห่งลุ่มแม่น้ำไรน์ขัดแย้งอย่างหนักจนเป็นเหตุนำไปสู่สงครามโลกทั้งสองครั้ง จะปะทุขึ้นมาใน ค.ศ.ปัจจุบัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากจะเกิดขึ้นได้อีก
หากเป็นเพราะเหตุการณ์ก่อการร้ายที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสเมื่อวันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2015 ที่อาจจะตามมาหลอกหลอนและส่งสัญญาณเตือนผู้คนบนภาคพื้นทวีปยุโรปอีกครั้งอย่างไม่อาจปล่อยวางให้อดีตเป็นเรื่องของอดีตได้
เหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในคืนวันนั้นอาจจะเกิดโศกนาฏกรรมใหญ่หลวงจนทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 129 คน หากว่าเป้าหมายใหญ่ของผู้ก่อการร้ายในการก่อเหตุระเบิดพลีชีพที่สนามกีฬาแห่งชาติStade de France ทางตอนเหนือของนครปารีสประสบผลตามที่วางแผนไว้ มีเหตุให้เชื่ออย่างมีน้ำหนักและเหตุผลว่า เป้าหมายหลักของการก่อการร้าย ณ มหานครปารีสในเวลานั้น อยู่ที่แฟนบอลร่วมแปดหมื่นคนที่แห่แหนไปชมฟุตบอลแมทช์กระชับมิตรระหว่างทีมชาติฝรั่งเศสและทีมชาติเยอรมนีจนเต็มสนาม
ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือประธานาธิบดี Francois Hollande รวมอยู่ด้วย กลุ่มผู้ก่อการร้ายต้องการให้เกิดความสูญเสียของชีวิตผู้คนมากที่สุด และหวังผลทางจิตวิทยาที่ต้องการให้เกิดภาพโศกนาฏกรรมปรากฏต่อสายตาผู้ชมการถ่ายทอดสดนับร้อยล้านคน จนเกิดกระแสความหวาดกลัวไปทั่วทั้งยุโรป
ด้วยเหตุว่า เมื่อทีมชาติฝรั่งเศสและทีมชาติเยอรมนีต้องมาบรรจบพบกันอีกครั้งหนึ่งภายในระยะเวลาห่างกันเพียงแค่ 8 เดือนซึ่งความทรงจำยัง “สดใหม่” อยู่นั้น ความกังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายย่อมบังเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โลกต้องตื่นตระหนกกับเหตุ การณ์ก่อการร้ายที่รุนแรงที่สุดทั้งในตุรกี บังคลาเทศ อิรักและซาอุดิอาระเบีย ที่บังเอิญเกิดขึ้นพร้อมๆ กันอย่างชวนให้สงสัย และอาจจะไม่หยุดเพียงแค่นั้น
ตราบเท่าที่เชื้อก่อการร้ายยังไม่หายสาบสูญไปจากโลกใบนี้ ความสุขของผู้คนในโลกลูกหนังจึงต้องมีข้อจำกัดอยู่เสมอ แต่เชื่อได้แน่ว่า รัฐบาลฝรั่งเศสในฐานะเจ้าภาพ Euro 2016 ต้องระมัดระวังและทุ่มเทในทุกวิถีทาง เพื่อสร้างหลักประกันว่า จะไม่มีใครทำลายความสุขของแฟนฟุตบอลได้






