ผมไปให้ความรู้แก่เด็กเยาวชนและผู้สนใจเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติที่จังหวัดเชียงใหม่ในวันจันทร์
ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีผู้ให้ความสนใจมากมาย ในท่ามกลางผู้ให้ความสนใจได้ปรากฏผู้แฝงกายเข้าร่วมการเสวนาและแจกเอกสารปลอมที่ว่าปลอมเพราะมีการลอกแบบปกและทำเนื้อหาแย้งในรัฐธรรมนูญของเราทุกประเด็น แต่มีเจตนาให้คนพบเห็นเข้าใจผิดหรือไขว้เขวว่าเป็นเอกสารของ กรธ. เพราะขนาดในวันที่เขาเข้ามาแอบส่งเอกสารแบบลับๆ ให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาโดยใช้วิธีอ้างว่าเป็นเอกสาร “ประกอบการสัมมนา” อย่างนี้ไม่เรียกว่า “ปลอม” จะให้เรียกว่าอะไรดี
ถือว่าเป็นจังหวะที่เจ้าหน้าที่ของรัฐสภาที่ไปร่วมดำเนินกิจกรรมพบเห็นในเวลานั้นจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ที่มาดูแลรักษาความสงบ แต่บุคคลลึกลับดังกล่าวได้แฝงกายหลบหนีลอยนวลไปได้ นี่คือการสะท้อนให้เห็นว่าความพยายามของฝ่ายที่ต้องการล้มรัฐธรรมนูญมีอยู่อย่างต่อเนื่อง และใช้วิธีทั้งใต้ดินบนดิน กรณีบนดินก็มักอาศัยคำว่า “วิชาการ” คำว่า “อิสรเสรีภาพ” เพื่อการเคลื่อนไหวและสร้างประเด็นให้ปรากฏเป็นข่าว
สิ่งที่เกิดขึ้นเกือบจะทุกกรณี ผมยืนยันได้ว่าไม่ใช่พื้นฐานของอุดมการณ์ความคิดทางการเมืองที่เรียกร้องหรือป่าวประกาศให้สังคมเชื่อ เพราะได้เรียนให้ทุกท่านทราบมาช้านานแล้วว่า กลุ่มคนเหล่านี้มีขบวนการ “จัดตั้ง” มีการจัดพิมพ์เอกสารที่ต้องใช้เงินเท่าใดเราเองทราบดี เพราะเวลา กรธ. จะจัดพิมพ์ร่างเอกสารอะไรแต่ละชิ้นต้องมีการคิดคำนวณต้นทุนโสหุ้ยต่างๆ ราคาค่างวดไม่น้อยเลย ถ้าจะกล่าวเป็นเด็กเยาวชนลูกเศรษฐีกล้าควักกระเป๋าทำขึ้นมาเองก็มาพิสูจน์กัน
แต่เรื่องที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ ขบวนการทางวิชาการของบางกลุ่มก้อนในเวลานี้สะท้อนความ “ไม่เป็นวิชาการอย่างชัดเจน” ทั้งการตั้งประเด็นเบี่ยงเบนให้เข้าใจว่าเป็นเรื่องวิชาการเรื่องหนึ่ง หรือเป็นการดำเนินการทางวิชาการอย่างหนึ่ง แต่เป้าหมายกลายเป็น “การเปิดประเด็นหรือหาช่องมาโจมตีเนื้อหารัฐธรรมนูญ” โดยอาศัยทั้งองค์กรที่มีส่วนสนับสนุนด้วยเงินทุนของรัฐและภาษีอากรของประชาชน ร่วมกับความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของสถาบันการศึกษาบางแห่งที่มักถูกนำเอาถ้อยคำว่า “เสรีภาพทางวิชาการ” มานำการเคลื่อนไหว
การที่ กรธ. เป็นฝ่ายถูกกระทำในขณะนี้แม้จะมีความไม่เป็นธรรมและเป็นสิ่งผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ. การทำประชามติอย่างชัดเจน ในบางเรื่องที่อาจเป็นเรื่องที่จุกจิกกวนใจหรือไปฟื้นฝอยหาตะเข็บ ส่วนตัวผมเองจะหลีกเลี่ยงไม่ต้องการสร้างเรื่องหรือขยายข่าวให้กลายเป็นประเด็น เพราะทราบดีในความต้องการเป็นข่าวจะเป็นไปเพื่อเรียกร้องความสนใจ หรืออาจมีผลประโยชน์แอบแฝงเป็นสิ่งที่ยากจะให้ความเห็นได้โดยปราศจากพยานหลักฐาน
แต่ยังที่เคยเรียนให้ทราบในทุกแห่งทุกที่ที่ไปบรรยายว่า การให้ในทางปฏิบัติกับการเคลื่อนไหวในลักษณะนี้ ทำได้หลายรูปแบบ หรือด้วยการตอบแทนที่ไม่ใช่ตัวเงินแบบ in kind การตอบแทนที่เป็นความคาดหวังผลประโยชน์ทั้งโอกาส หรือคำมั่นสัญญาว่าจะให้โน่นนี่เพื่อสร้างกระแสอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่จูงใจหรือน่าสนใจมากกว่า
เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจนว่าการเดินเกมใต้ดินบนดินของฝ่ายที่ต่อต้านรัฐธรรมนูญอย่างไร้ขีดจำกัดนี้กำลังเฟื่องฟู และแสวงหาช่องทางทุกทางที่ทำได้ จึงอาจเป็นเรื่องที่น่าห่วงใยว่า ประชาชนคนทั่วไปที่อาจไม่รู้เท่าทัน หรือหลงเข้าใจผิดไปว่าสิ่งที่ดำเนินการเป็นไปด้วยเจตนาดี แต่เสมือนหนึ่งถูกรังแกจากอำนาจรัฐ แต่ถ้ามองกันที่ความจริงที่ปรากฏและด้วยความ “อุเบกขา” ดังคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ว่าสิ่งที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญพยายามสื่อสารไปยังประชาชนและให้ความรู้ความเข้าใจกับประชาชนมีเจตนาดีที่มุ่งหวังให้ผู้ได้รับร่างรัฐธรรมนูญเกิดความเข้าใจที่ถ่องแท้ และสามารถตัดสินอนาคตของประเทศและของแต่ละบุคคลด้วยสติวิจารณญาณของแต่ละบุคคล ซึ่งกรธ. ไมคิดจะไปแทรกแซงหรือชี้นำใดๆ
วันที่ 7 สิงหาคมนี้ไม่ว่าผลการลงประชามติจะเป็นไปในรูปแบบใด ในฐานะหนึ่งในกรรมการร่างรัฐธรรมนูญจะยอมรับผลของสิ่งที่เกิดขึ้นอันเกิดจากความคิดจิตสำนึกอันบริสุทธิ์ของประชาชน ขอให้ทุกท่านเชื่อตัวท่านเอง และอย่าหลงเชื่อฝ่ายที่หวังใช้ท่านเป็นเครื่องมือหรือตัวประกันทางการเมือง






