การสนธิกำลังตำรวจ ทหาร และองค์การคลังสินค้า
(อคส.) เข้าตรวจสอบโกดังสุพรีมไรซ์ อ.หันคา จ.ชัยนาท ซึ่งเป็นโกดังกลางที่เก็บสต็อกข้าว จากโครงการจำนำของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา
เป็นการสะท้อนและประจานผลพวงจากโครงการจำนำ ให้เห็นอย่างชัดเจนอีกครั้งว่าเป็นความล้มเหลวของโครงการ ที่มีความไม่ชอบมาพากลในกระบวนการรับจำนำข้าวที่ผ่านมา
ทั้งนี้่ตัวแทน บริษัท ซินตั๊ก กรุ๊ป จำกัด บริษัทคู่สัญญา ซึ่งประมูลซื้อข้าวได้ตามโครงการไปเปิดโกดังเพื่อตรวจสอบคุณภาพข้าว มีเจ้าหน้าที่อคส.และตัวแทนโกดังร่วมตรวจสอบ มีเซอเวเยอร์กลาง สุ่มใช้เหล็กแทงเพื่อนำเมล็ดข้าวออกมาตรวจสอบ ซึ่งพบว่ากระสอบข้าวที่อยู่แถวนอกสุดเป็นข้าวเหนียว10% ตามสัญญา แต่พบข้าวบางกระสอบที่อยู่นอกกองเป็นข้าวเจ้าและข้าวมีสิ่งปลอมปน ข้าวดีด ข้าวเด้ง ่และยังพบข้าวตั้งแต่ชั้นที่ 20 ของกองจะเป็นข้าวเจ้าที่ปลอมปนไว้
พนักงานสอบสวนได้บันทึกตรวจยึดของกลางทั้ง 390,000 กระสอบไว้ก่อนคัดแยกส่วนที่เป็นข้าวตรงตามสัญญาส่งมอบให้บริษัทซินตั๊ก กรุ๊ป ส่วนที่เป็นข้าวปลอมปนก็จะขนย้ายออกไปจัดเก็บในโกดังกลาง เพื่อตรวจสอบที่มาและหาผู้กระทำผิด
ขณะที่ตัวแทนของโกดังสุพรีมไรซ์ ผู้ให้เช่าโกดังได้ทำเรื่องคัดค้านการย้ายข้าวออกจากโกดังไว้ก่อน เพื่อรักษาหลักฐานไว้ในที่เดิมป้องกันการคลาดและพิสูจน์ว่าข้าวมีการปลอมปนมาก่อนหน้าที่จะนำเข้ามาในโกดัง
เมื่อมีการประมูลข้าวออกขาย ความจริงก็เริ่มปรากฎชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ แม้เป็นเพียงปริมาณเล็กน้อยในส่วนของโกดัง เมื่อเทียบกับปริมาณจำนำข้าวมหาศาล เพราะผู้ซื้อย่อมต้องตรวจสอบอย่างชัดเจน เพื่อให้ได้สินค้าตามที่ต้องการและราคาที่เสนอซื้อ
กรณีนี้คงต้องย้อนกลับไปดูที่มาของข้าว บัญชีรับข้าว ก่อนไล่หาผู้รับผิดชอบ ซึ่งเจ้าของโกดังอาจไม่มีความผิดใดใด หากพิสูจน์ได้ว่าข้าวผิดสเปคมาตั้งแต่ก่อนเข้าสู่โกดัง แต่บริษัทเซอร์เวเยอร์ผู้ตรวจสอบก่อนข้าวเข้าสู่โกดัง และเจ้าหน้าที่อคส.ประจำโกดังอาจเลี่ยงยาก
การปล่อยข้าวผิดสเปคเข้าสู่โกดังเป็นการกระทำที่ขาดสุจริตรูปแบบหนึ่ง ต้องไม่ลืมว่ามีส่วนต่างของการรับจำนำระหว่างข้าวเจ้าและข้าวเหนียว เมื่อรับและบัญชีเป็นข้าวเหนียว แต่ส่งเข้าโกดังเป็นข้าวเจ้าหรือข้าวดีดข้าวเด้ง (อายุไม่เกิน 110 วัน และไม่เป็นไปตามพันธุ์ที่ปลูก) ย่อมได้ส่วนต่างหลายพันบาทต่อตัน หรือแม้กระทั่งข้าวเจ้าด้วยกันเองยังมีความต่างของราคาระหว่างข้าว 5% กับข้าว 25% ตันละหลายร้อยบาท
ส่วนต่างตรงนี้อยู่ใคร.....
ก่อนคสช.เข้าตรวจสอบโกดังข้าวเมื่อปี 57 มีการขนข้าวเข้าโกดังทั้งกลางวันกลางคืนเพื่อให้ปริมาณครบ มีขนข้าวข้ามภาคเพื่อเติมเต็มโกดัง
อันที่จริงโครงการจำนำข้าว ได้พิสูจน์ความล้มเหลวการละลายเงินหลวงมหาศาลโดยไม่คุ้มค่า มาตั้งแต่ปีสองปีแรกของโครงการแล้ว
การพบข้าวผิดสเปคในโกดัง ก็แค่ประจานและตอกย้ำซ้ำๆ ในกระบวนการรับจำนำสินค้าเกษตรเท่านั้น






