พายุก่อตัว

พายุก่อตัว

โลกนี้ไม่มีเรื่องบังเอิญ เพียงแต่เหตุผลที่มาที่ไป อาจไกลและซับซ้อนเกินกว่าสายตามนุษย์จะมองเห็น

ก่อนจะสรุปสิ่งใด เผื่อใจสำหรับสิ่งที่เราไม่รู้เอาไว้บ้าง

23 มิถุนายน 2016 ผลประชามติ Brexit ช็อคโลกตลาดเงินตลาดทุนรวมถึงสินค้าโภคภัณฑ์ผันผวนรุนแรง เงินปอนด์เทียบดอลลาร์อ่อนค่ากว่า 8% ดาวโจนส์ตก 3.39% FTSE ตกไป 3.15% นิกเคอิรูดเกือบ 8% ขณะที่ทองคำพุ่งเกือบ 5%

การเทขายสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภททั่วโลก สะท้อนการคาดไม่ถึงและความตื่นตระหนกอย่างแรงระบบการเงินโลกคาดว่า ผลคืออยู่ต่อ สังเกตได้จากค่าเงินปอนด์ที่แข็งมากและตลาดหุ้นที่ปรับตัวขึ้นเมื่อมันพลิกล็อค จึงเกิดแรงเทขายมหาศาล

นี่คือ Black Swan อีกครั้งในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจการเมืองโลก

ในบทความ “Black Swan กับโหราศาสตร์” กล่าวไว้ “..Black Swan มีคุณสมบัติ (1) อยู่นอกเหนือความคาดหมายผู้คน (2) มีผลกระทบรุนแรงมาก (3) ไม่อาจทำนายล่วงหน้า ด้วยเหตุนี้เอง มันจึงไม่ได้อยู่ในแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และการเงินใดๆ

โลกซับซ้อนและมากเหลี่ยมมุมเสมอ แต่จิตใจมนุษย์ปฏิเสธความซับซ้อน พวกเขาเพียงมองหาระเบียบแบบแผนที่เข้าใจง่ายๆ และเลือกที่จะเชื่อสิ่งเหล่านั้น สิ่งใดที่อยู่นอกกรอบของแบบแผนที่เขาคุ้นเคย สิ่งนั้นจะกลายเป็นงมงาย ไร้เหตุผล และไร้สาระไป โหราศาสตร์ที่มีกระบวนคิดแตกต่างจากแบบแผนที่คุ้นเคยของคนปัจจุบัน จึงต้องกลายเป็นศาสตร์แห่งความงมงายไป

การ Out of Box นี้เองที่ทำให้โหราศาสตร์เข้าใจคุ้นเคย และรับมือกับ Black Swan ได้ดี สิ่งที่เหตุผลของมนุษย์เข้าใจไม่ได้ ไม่ใช่ไม่มีกฎเกณฑ์ตรรกะ เพียงแต่มันไม่อาจเข้าถึงได้ด้วยกรอบความคิดที่คับแคบเท่านั้นเอง...  ()

ผลประชามติที่พลิกล็อคเกิดจากอิทธิพลมฤตยู เพราะมฤตยูคือ The Unexpected เมื่อคนส่วนใหญ่เก็งว่าอยู่ มันจึงกลายเป็นออก ยิ่งได้มุม 150 จากอังคาร อาการคาดไม่ถึงและตื่นตระหนกยิ่งรุนแรง มฤตยูยกเข้าเมษวันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน มฤตยูคือการเปลี่ยนแปลง โลกต้องเผชิญความจริงชุดใหม่ แต่มฤตยูเข้าเมษแค่ 2 เดือนและกลับเข้ามีนอีก ภายใน UK จะชะงักงันและขัดแย้งกันเอง มฤตยูเข้าเมษจริง 8 เมษายน 2017 กระบวนการออกจากอียูจะเดินหน้าจริงๆ ตรงนั้น

ก่อนเมษายนปีหน้า สถานการณ์ใน UK จะสับสนวุ่นวายมาก เพราะประชามติก่อให้เกิดผลอันไม่พึงประสงค์ ที่ชัดเจนคือความขัดแย้งระหว่างคนหนุ่มสาวกับผู้สูงอายุ มีผู้ลงคะแนนที่อายุ 65 ปีขึ้นไปถึง 58% ที่โหวตให้ออก กลุ่มอายุ 50-64 โหวตออก 49% แต่กลุ่มอายุ 25-49 โหวตให้อยู่ 45% และกลุ่ม 18-24โหวตอยู่ถึง 64%

สรุปคือคนหนุ่มสาวอยากอยู่ แต่ผู้สูงอายุอยากออก ทำไมถึงอยากออก? ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มผู้เคยลงประชามติ (หรือร่วมสมัย) เมื่อ 41 ปีก่อน ดังนั้น ย่อมเปรียบเทียบผลกระทบก่อนหลังได้ดีกว่าคนหนุ่มสาว โดยเฉพาะกลุ่มสุดท้ายที่เฉลี่ยอายุเพียง 21 ปี ซึ่งไม่มีประสบการณ์และไร้ข้อมูลในอดีตมาเปรียบเทียบ

อีกเรื่องคือความขัดแย้งระหว่างกลุ่มผู้ได้และเสียประโยชน์กลุ่มชนชั้นนำ เช่น นักธุรกิจ นักลงทุน เจ้าของกิจการ ที่ได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ย่อมสนับสนุนให้อยู่ต่อ แต่ประชาชนคนธรรมดากลับถูกแย่งงานตกงาน อยู่ร่วมกับผู้อพยพต่างชาติต่างศาสนา และต้องเสียภาษีเพื่อช่วยเหลือประเทศอื่นๆ ที่ย่ำแย่ ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ฝืดเคืองไม่แพ้กัน

อันที่จริง การรวมตัวเป็นประชาคมยุโรปในปี 1993 คือส่วนหนึ่งของกระบวนการ โลกาภิวัตน์ที่มาแรงหลังการล่มสลายของกำแพงเบอร์ลินปี 1989 โลกาภิวัตน์ขายฝันว่า ทุกคนจะได้รับประโยชน์และมั่งคั่งยิ่งขึ้น แต่ในความเป็นจริงมีคนกลุ่มเดียวที่ได้ประโยชน์ คนกลุ่มนี้อยู่บนยอดปิรามิดของทุนนิยม ขณะที่คนตรงกลางและล่างถูกขูดรีดเอาเปรียบหนักขึ้น ข้อเท็จจริงสำคัญคือ นับแต่เริ่มโลกาภิวัตน์ ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนห่างกันมากขึ้นและเร็วขึ้น

ตัวโลกาภิวัตน์เองจึงก่อให้เกิดกระแสต่อต้านขึ้นทั่วโลก ที่โดดเด่นสุดคือ Occupy Wall Street เมื่อกันยายน 2011 อีกทางหนึ่ง กระแส “ชาตินิยม” เกิดและเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในยุโรป Brexit จึงเสมือนคำประกาศชัยชนะของกระแสชาตินิยมยุคใหม่ ทั่วโลกกำลังหวั่นวิตกว่า กระแสนี้จะยิ่งรุนแรง เหมือนอย่างที่โดนัลด์ ทรัมป์ ชูกระแส America First

Brexit เกิดขึ้นเพราะกระแสการเมืองโลกตีกลับ เพราะอิทธิพลเสาร์เนปจูน เสาร์คือความจริง เนปจูนคือความหวัง เสาร์คือการควบคุมปกครอง เนปจูนคือการสลาย เสาร์ถอยหลังตั้งแต่ 25 มีนาคม เข้าทำมุม 90 กับเนปจูน โดยทำมุมสนิท 18 มิถุนายนที่ 17:57 องศาพิจิก-กุมภ์ คาเมรอนเลือกวันได้เป๊ะจริงๆ ทุกสิ่งถูกลิขิตไว้ล่วงหน้าแล้ว

ในด้านเศรษฐกิจ ผลกระทบระยะสั้นไม่ใช่ปัญหาใหญ่ การเทขายสินทรัพย์และโยกย้ายเงินทุนคงใช้เวลาไม่นาน แต่ผลระยะยาวคือเรื่องใหญ่ UK และอียูชะลอตัวแน่ เศรษฐกิจโลกที่ย่ำแย่คงยืดเยื้อหรือสาหัสยิ่งขึ้น สิ่งที่ทุกคนกลัวคือความไม่แน่นอน

ผลกระทบทางตรงกับไทยคงไม่มาก เพราะมีการค้าการลงทุนกันน้อย แต่ภาคส่งออก เช่น เนื้อไก่สุก จะได้รับผลพอควร ที่น่าห่วงคือผลกระทบทางอ้อมและระยะยาวผ่านตลาดเงินตลาดทุน ดอลลาร์ที่แข็งค่าทำให้บาทอ่อน Fund Flow ไหลออกและอาจเป็นจุดเปลี่ยนตลาดหุ้นไทยสู่ขาลง

ตั้งแต่ 11 สิงหาคม พฤหัสยกออกจากราศีสิงห์ ซึ่งเป็นภพ 5 ของดวงเมือง อันเกี่ยวข้องกับการลงทุนในตลาดหุ้น และเป็นการสิ้นสุด Peak ของวัฏจักรพฤหัสเนปจูนรอบปัจจุบันที่เริ่มตั้งแต่พฤษภาคม 2009 ขณะที่เสาร์จรพิจิกยังส่งกระแสเป็นเกณฑ์ 10 เบียนราศีสิงห์ต่อเนื่อง ทั้งราหูที่จรในสิงห์ ก็มีส่วนกดดันต่อตลาดหุ้นเช่นกัน เพราะราหูเดิมอยู่ภพ 12 (วินาศ) ซึ่งหมายถึงความสูญเสีย การชดใช้

เมื่อปีที่แล้ว ผู้เขียนได้ทำนายเศรษฐกิจให้ผู้ใหญ่ที่นับถือ 2-3 ท่าน (เป็นการส่วนตัว) ใจความคือ ถ้าพิจารณาเฉพาะปัจจัยภายใน เศรษฐกิจไทยน่าจะ ฟื้นเมื่อผ่านจุดเปลี่ยนของปลายวงรอบ (ดาวเสาร์) ที่ 8 และต้นวงรอบที่ 9 ซึ่งก็คือครึ่งแรกของปี 2018

แต่สิ่งที่กังวลคือปัจจัยภายนอก ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่หลวง เศรษฐกิจโลกจะเกิดปัญหาใหญ่และฉุดลากการฟื้นตัวให้ยาวออกไป โดยมีสัญญาณเตือนล่วงหน้าในปี 2016 บัดนี้เมื่อเกิดขึ้นจริง คำทำนายย่อมแปรเปลี่ยน

Perfect Storm ก่อตัวขึ้นแล้ว คำถามคือมันจะขึ้นฝั่งเมื่อไหร่และที่ใด?