ไม่ใช่‘เป้าหมาย’แต่ไม่‘ประมาท’

ไม่ใช่‘เป้าหมาย’แต่ไม่‘ประมาท’

ทันทีที่เกิดเหตุ 2 คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงถล่ม

เข้าใส่ผู้คน ก่อนจุดชนวนระเบิดฆ่าตัวตาย ที่สนามบินนานาชาติในกรุงอิสตันบูล ของตุรกี จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 41 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 200 คน จนเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก

000 ในช่วงเช้าวันถัดมาที่สนามบินดอนเมือง ก็มีการจัดฝึกซ้อมเต็มรูปแบบตามแผนฉุกเฉิน รับมือกรณีขู่วางระเบิดอากาศยาน (Bomb Threat Aircraft) สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้โดยสาร และผู้ใช้บริการสนามบินได้พอสมควร เพราะเป็นการซ้อมเสมือนจริง

000 แต่...เพ็ชร ชั้นเจริญ ผอ.ท่าอากาศยานดอนเมือง บอกว่าเป็นการซักซ้อมปกติที่จัดขึ้นทุกปี ตามมาตรฐานและข้อเสนอแนะของ ICAO เพื่อให้หน่วยงานทั้งภายในและภายนอก ได้มีความเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน...ไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ตุรกี

000 เช่นเดียวกับสนามบินหาดใหญ่ ที่มีการระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานระดับสูงสุด ให้เป็นพื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวัง มีการตรวจตรายานพาหนะ สัมภาระ และผู้โดยสารละเอียดยิบ และคุมเข้ม,ร่วมกับหลายหน่วยงาน

000 นท.ฤทธิรงค์ ก้อนมณี ผอ.ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ สั่งการให้ตรวจเข้ม ทั้งในและนอกเวลาทำการ ทั้งภายในตัวอาคารผู้โดยสาร และลานจอดรถ เพราะสนามบินหาดใหญ่ เป็นสนามบินในพื้นที่มีความเสี่ยง และมีข่าวที่กระเส็นกระสายต่อเนื่องว่ามีกลุ่มก่อความไม่สงบเดินทางเข้ามาในพื้นที่ ทั้งผ่านช่องทางสนามบิน และตามแนวตะเข็บชายแดน ที่สำคัญสนามบินหาดใหญ่ เคยเกิดเหตุลอบวางระเบิดมาครั้งหนึ่งเมื่อ 3 เม.ย.2548 จนมีผู้เสียชีวิตทันที 1 ราย บาดเจ็บนับสิบคน รวมทั้ง

น้องฮ่องเต้ ด.ช.พัชรพล เจริญศิลป์ วัย 4 ขวบ 1 ในเหยื่อระเบิดที่เป็นข่าวโด่งดัง และยังต้องรักษาตัวต่อเนื่องมาตลอด 10 ปี

000 ทั้งหมดเป็นการยืนยันสิ่งที่รัฐบาลบอกตลอดมาว่าไทยไม่ใช่เป้าหมาย แต่ก็ไม่ประมาท เหมือนที่ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม เพิ่งมอบนโยบายกับผู้เข้าฝึกการบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติวานนี้ ให้ทุกหน่วยเตรียมพร้อมตลอดเวลา แต่การ“ตั้งรับ”อาจใช้วิธีการธรรมดาแบบเดิมๆไม่ได้...คุยกับ วันวิชิต บุญโปร่ง นักวิชาการด้านความมั่นคง ชี้ให้เห็นว่าผู้ก่อการร้ายทั้งในและนอกประเทศมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งรูปแบบ วิธีการ และกลลวง... ที่ฝ่ายความมั่นคงจะต้องปรับตัวให้ทัน !!!

 ...........................

อัชชาวดี [email protected]