ถ้ามะกันเลือกตั้งวันนี้ ผู้นำสหรัฐคนต่อไปจะเป็นเธอ

ถ้ามะกันเลือกตั้งวันนี้ ผู้นำสหรัฐคนต่อไปจะเป็นเธอ

คืนพรุ่งนี้ (22.30 น. วันอาทิตย์) คุณเทพชัย หย่อง จะมาวิเคราะห์

การเลือกตั้งสหรัฐกับผมในรายการ ไทม์ไลน์ สุทธิชัย หยุ่นทาง Nation TV เพื่อให้คุณเทพชัยได้เล่าบรรยากาศ การหาเสียงที่สหรัฐ ของทั้งสองพรรคใหญ่ที่ได้ไปสัมผัสด้วยตัวเอง

ทีมข่าวเนชั่นทีวีลงสนามหาเสียงเลือกตั้งที่สหรัฐมาแล้วครับ และอาจยังจะต้องบุกไปรายงานจากอเมริกาอีกหลายจังหวะ ก่อนที่จะถึงวันหย่อนบัตรจริงที่ 8 พฤศจิกายน... ไม่ว่าจะเป็นวันประชุมใหญ่ของพรรครีพับบลิกัน 18-21 กรกฎาคม ที่ Quicken Loans Arena เมืองคลีฟแลนด์ของรัฐโอไฮโอเพื่อประกาศให้โดนัล ทรัมป์ เป็นตัวแทนของพรรคเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ

ส่วนเดโมแครตจัดการประชุมใหญ่ช่วง 25-28 เดือนหน้า ที่ Wells Fargo Center ที่เมืองฟิลาเดลเฟีย เพื่อกำหนดให้ ฮิลลารี คลินตัน เป็นตัวแทนของพรรคชิงเก้าอี้ทำเนียบขาว

อีกวันหนึ่งที่จะจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของการเมืองสหรัฐ ก็จะเป็นวันที่ 20 มกราคม 2017 อันเป็นวันที่ผู้นำสหรัฐคนใหม่ที่ชนะการเลือกตั้งสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง

ถ้าถามผมวันนี้ว่าใครจะได้เป็น ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ต่อจาก บารัก โอบามา ผมไม่ลังเลที่จะฟันธงว่า ฮิลลารี จะได้ชัยชนะค่อนข้างแน่นอน

โพลล์ล่าสุดของ CNN/ORC ให้เธอได้ 47% ขณะที่ทรัมป์อยู่ที่ 42%

และเพียง 22% ของผู้ลงทะเบียนเลือกตั้ง บอกว่าอาจจะเปลี่ยนใจจากวันนี้ถึงวันหย่อนบัตรอีก 5 เดือนจากนี้ไป

แปลว่าคนมะกันส่วนใหญ่ตัดสินใจแล้วว่าจะโหวตให้ใคร และกว่า 80% ไม่เปลี่ยนใจแล้ว

ความจริง คนที่อยู่ข้างใดข้างหนึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ ค่อนข้างจะเอียงไปข้างนั้น ไม่น่าจะเปลี่ยนอะไรได้มากนัก เพราะคู่แข่งสองคนยืนอยู่คนละข้างโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนโยบาย บุคลิก หรือแนวทางการหาเสียง

ถ้าชอบก็ชอบเลย ถ้าเกลียดก็ไม่อาจจะเปลี่ยนมาเป็นชอบได้

แปลว่าคนอเมริกันส่วนใหญ่อยู่ข้างคนไหนก็จะอยู่ตรงนั้น ที่จะลังเลไปมาน่าจะมีน้อยมาก

ผลสำรวจครั้งนี้สะท้อนว่า ฮิลลารี ได้คะแนนสูงกว่าทรัมป์ในประเด็นเรื่อง

นโยบายต่างประเทศ นโยบายคนเข้าเมือง การค้ากับต่างประเทศ การเสนอชื่อผู้พิพากษาศาลฎีกา นโยบายเกี่ยวกับสิทธิผู้หญิง และเกย์กับเลสเบี้ยน การทำหน้าที่ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และวิจารณญาณการตัดสินใจในวิกฤต

แต่ในความเห็นของคนที่ตอบคำถามในการสำรวจครั้งนี้ บอกว่าทรัมป์เหนือกว่าฮิลลารีใน

นโยบายเศรษฐกิจการต่อสู้การก่อการร้าย นโยบายการครอบครองปืน ความเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง

ถามว่าพวกเขาคิดว่าใครจะชนะเลือกตั้งครั้งนี้ 55% คิดว่า ฮิลลารี จะชนะ 38% คิดว่าคนชนะน่าจะเป็นทรัมป์

จากนี้ไปอีก 5 เดือนยังมีความไม่แน่นอนสูง และอะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้กับเหตุการณ์รุนแรงในสหรัฐและทั่วโลก ที่อาจมีผลต่อการตัดสินใจของคนอเมริกัน

ที่ผมกำลังเฝ้ามองอย่างใกล้ชิดคือ การดีเบตรอบแรกตัวต่อตัวระหว่าง ฮิลลารี กับ ทรัมป์ ซึ่งรับรองว่าร้อนแรงและสนุกแน่นอน

เพราะเดิมพันทั้งสองคนสูงมาก ต่างฝ่ายต่างมีหมัดเด็ดที่จะต้องน็อกคู่ต่อสู้ให้ได้ในสังเวียนระดับโลกอย่างนี้

จุดแข็งของฮิลลารี คือประสบการณ์และความช่ำชองในการเมืองระดับชาติและระดับโลก ทั้งยังมีกองเชียร์และผู้สนับสนุนหนุนหลังทั้งคะแนนและเงินบริจาค อีกทั้งการได้สร้างฐานเสียงมาตลอดเส้นทางการเมือง จากระดับท้องถิ่นถึงระดับชาติทำให้โอกาสที่เธอได้รับชัยชนะสูง

จุดอ่อนของเธอคือ ความรู้สึกในหมู่คนอเมริกันจำนวนหนึ่งว่าเธอ เก๋าในเกมการเมืองจน ไม่น่าไว้วางใจเพราะเธออาจจะมีลูกเล่นแพรวพราว ที่อาจจะไม่ค่อยตรงไปตรงมากับประชาชนคนเดินถนนนัก

จุดแข็งของทรัมป์ คือสไตล์การพูดจาขวานผ่าซากและประกาศนโยบายที่ถูกใจชาวบ้าน เช่นเรื่องห้ามคนมุสลิมเข้าประเทศจนกว่าจะตรวจสอบประวัติให้แน่นอน หรือการสร้างกำแพงตรงชายแดนกับเม็กซิโก เพื่อสกัดกั้นไม่ให้คนต่างแดนเข้ามาแย่งงานและก่อปัญหาอาชญากรรม... อีกทั้งทรัมป์ก็พยายามขายความเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในด้านต่าง ๆ (แม้ว่าฝ่ายตรงข้ามจะเปิดโปงว่าความจริงเบื้องหลังนั้นอะไร ๆ ที่เขาคุยว่าสำเร็จล้วนเป็นความล้มเหลว เพราะความคดเคี้ยวเลี้ยวลดของวิธีการทำธุรกิจก็ตาม)

จุดอ่อนของทรัมป์ เป็นที่รู้กันดีว่าเขาไม่มีนโยบายเรื่องอะไรแน่ชัดแม้แต่เรื่องเดียว ส่วนใหญ่เป็นวาทกรรมเอาใจชาวบ้าน มิหนำซ้ำยังถูกมองว่ามีแนวความคิดเหยียดผิว ต่อต้านผู้หญิง และข่มขู่รังแกคนต่างถิ่นอย่างไร้เหตุผล

แต่ไม่ว่าใครจะชนะหรือแพ้ การเมืองสหรัฐก็จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป... ที่ว่าไม่เหมือนเดิมนั้นน่ากลัวว่าจะแย่ลง มิใช่ดีขึ้นสำหรับคนข้างนอกอย่างเรา ที่คาดหวังในการเล่นบทเป็นผู้นำที่มีความต่อเนื่อง เข้าใจประเทศเล็ก และปฏิบัติต่อชาติอื่นอย่างเท่าเทียมเสมอภาค และเปิดเผยโปร่งใสโดยปราศจาก ความเป็นสองมาตรฐาน